ลุยระนอง! ‘บิ๊กตู่’ ตรวจติดตามสภาพปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค

16 มี.ค. 2566 - 15:40

  • นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามสภาพปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค จ.ระนอง

  • ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือดูแล แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ

  • บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว

General_Prayuth_visits_Ranong_SPACEBAR_Thumbnail_ee8da259a0.jpeg
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังอาคารอเนกประสงค์ ที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง เพื่อตรวจติดตามสภาพปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และพบปะประชาชนในพื้นที่  

นายกรัฐมนตรีได้รับฟังสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคของประชาชนในพื้นที่ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง จากนายอำเภอสุขสำราญ โดยสภาพปัญหาคือแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่มีการใช้งานมาเป็นระยะเวลานานกว่า 25 ปี ทำให้ท่อส่งน้ำมีสภาพเสื่อมโทรม และชำรุดเสียหาย ซึ่งแหล่งกักเก็บน้ำหลักในพื้นที่จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ฝายคลองกำพวน และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ฝายบ้านโตนกลอย และเนื่องจากทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการถ่ายโอนภารกิจแล้ว โครงการชลประทานระนองจึงไม่สามารถขอรับสนับสนุนงบประมาณมาดำเนินการซ่อมแซมได้ ส่งผลให้ราษฎรขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคในช่วงที่เกิดการชำรุดเสียหายของท่อส่งน้ำ  

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลกำพวนได้ซ่อมแซมและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยโครงการชลประทานระนองได้ประสานไปยังส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 14 เพื่อพิจารณาโครงการเบื้องต้น เป็นโครงการฝายคลองโตนกลอยพร้อมระบบส่งน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหา วงเงินงบประมาณ 40.60 ล้านบาท คาดว่าจะจัดเข้าแผนงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังมีปัญหากัดเซาะชายหาดบ้านทะเลนอก ระยะทาง 7 กิโลเมตร รวมถึงระบบไฟฟ้า เป็นต้น  

ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับเจ้าหน้าที่และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการทำงานร่วมกันในการเร่งช่วยเหลือดูแล แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ให้เป็นผลสำเร็จภายในปีนี้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ ได้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ 

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวบางช่วงบางตอนถึงการเดินทางมาจังหวัดระนอง เพื่อมารับฟังปัญหาและหาแนวทางพัฒนาปรับปรุงตามแผน รวมทั้งตั้งใจมาขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่ด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งของจังหวัดระนอง ทั้งด้านเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยขอย้ำให้ทุกคนนำศักยภาพที่จังหวัดระนองมีอยู่ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นจังหวัดที่ติดกับทะเล ที่จะเชื่อมไปฝั่งอันดามันและต่างประเทศ รวมถึงการเป็นระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาพัฒนาขับเคลื่อนพื้นที่ให้เจริญก้าวหน้า สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ขอให้ทุกคนมีการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศ รวมถึงการร่วมมือกันในประเทศและต่างประเทศ ในการลดโลกร้อนที่เกิดขึ้นขณะนี้ โดยเฉพาะร่วมกันรักษาป่า และปลูกป่า สร้างพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น เพื่อดูดซับคาร์บอน และสามารถใช้ในการเป็นคาร์บอนเครดิต ที่จะสร้างรายได้ในอนาคต 

นายกรัฐมนตรียังขอความร่วมมือประชาชนห้ามเผา เพราะเป็นสาเหตุของ PM2.5 ที่เกิดขึ้นขณะนี้ โดยย้ำให้ อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันสร้างความเข้าใจกับประชาชน เพื่อป้องกันและลดปัญหา PM2.5 นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้พูดภาษาใต้กับชาวอำเภอสุขสำราญว่า ‘รักจังฮู้’ ซึ่งประชาชนต่างปรบมือให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น พร้อมเดินพบปะทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง โดยมีประชาชนมาต้อนรับและมอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีและคณะ  

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านสองแพรก ตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง เพื่อตรวจติดตามสภาพปัญหาภัยพิบัติอุทกภัยและวิธีการแก้ไขโดยการปรับปรุงพนังกั้นน้ำต่อไป
General_Prayuth_visits_Ranong_SPACEBAR_Photo01_5f4e7da8f6.jpeg
General_Prayuth_visits_Ranong_SPACEBAR_Photo02_c5dfdbfe2a.jpeg
General_Prayuth_visits_Ranong_SPACEBAR_Photo03_a269ee349c.jpeg
General_Prayuth_visits_Ranong_SPACEBAR_Photo04_d0dc8bd2dd.jpeg
General_Prayuth_visits_Ranong_SPACEBAR_Photo05_f61da3a2cb.jpeg
General_Prayuth_visits_Ranong_SPACEBAR_Photo06_665d88de9c.jpeg
General_Prayuth_visits_Ranong_SPACEBAR_Photo07_f12be4f31e.jpeg
General_Prayuth_visits_Ranong_SPACEBAR_Photo08_bb9d0742e1.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์