‘ศป.กฉ.’ แจงยอดสังเวยน้ำท่วม 145 ราย พร้อมยอมรับดำเนินการผิดพลาด

28 พ.ย. 2568 - 19:07

  • ‘ศป.กฉ.’ เผยยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้ 145 ราย-สงขลา 110 ราย

  • ยอมรับรัฐบาลดำเนินการผิดพลาด-ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

  • ขู่เอาผิดมิจฉาชีพฉวยโอกาสรับของบริจาค

‘ศป.กฉ.’ แจงยอดสังเวยน้ำท่วม 145 ราย พร้อมยอมรับดำเนินการผิดพลาด

ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.) แถลงภายหลังการประชุม ศป.กฉ.ว่า วันนี้มีการประชุม ศป.กฉ. ได้มีการสอบถามถึงความคืบหน้าของแต่ละหน่วยงานที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนหน้า จะมีการชี้แจงรายละเอียดและความคืบหน้าต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลและทุกภาคส่วนได้ดำเนินการและเดินหน้าไปถึงไหน เป็นเรื่องที่ต้องแจ้งให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน วันนี้มีมาตรการ มีข้อมูลที่จะต้องอัปเดตในหลายประเด็น

ถือโอกาสขอบคุณในทุกๆ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ได้ช่วยกันและได้ร่วมมือกันกับทางฝ่ายภาครัฐบาลในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วันนี้ต้องบอกว่าเพิ่มโหมดจากการช่วยเหลือเพิ่มเติมขึ้นมา โดยการช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุทกภัยยังดำเนินการต่อไป และเพิ่มโหมดการฟื้นฟู การเยียวยา และการเร่งทำให้เมืองกลับมาอยู่ในสภาพที่เป็นปกติให้เร็วที่สุด รัฐบาลมีมาตรการการฟื้นฟู เยียวยามากมายซึ่งจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

ภราดร ปริศนานันทกุล

‘นายกฯ’ เร่งสำนักงบฯ เพิ่มเงิน ‘งบกลาง’

ภราดร ระบุด้วยว่า “คิดว่าจำเป็นที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการในเรื่องนี้ ในส่วนของกองทุนของสำนักนายกรัฐมนตรี มีส่วนหนึ่งและมีงบประมาณที่นายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดทางสำนักงบประมาณให้ดูในส่วนของงบกลางเข้ามาเพิ่มเติม หากว่าเงินกองทุนของสำนักนายกรัฐมนตรีไม่เพียงพอ”

ภราดร ยังกล่าวถึงกรณีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมและตกค้าง ว่า “ต้องยอมรับว่าโรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นผู้ประสบภัย เพราะฉะนั้นศพที่ตกค้างที่โรงพยาบาลรอญาติมารับก่อนที่จะเกิดเหตุ เมื่อน้ำท่วมต้องย้ายไปที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ด้วย จึงไปปนกัน สิ่งที่ทำได้เราสามารถที่จะรู้ เคสดำเคสไหน ที่เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุ ซึ่งทางโรงพยาบาลมีข้อมูลอยู่แล้ว จึงสามารถแยกส่วนได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข วันนี้ได้บูรณาการข้อมูลกันอย่างครบถ้วนแล้ว เชื่อว่าตัวเลขที่ออกมาจะเป็นตัวเลขเดียวกัน นับตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป”

government-clarifies-flood-death-toll-in-songkhla-SPACEBAR-Photo01.jpg

ยัน ‘เงิน 9 พันบาท’ พร้อมโอนทันที!

ส่วนเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เงินเยียวยา 9,000 บาท จะถึงมือประชาชนเมื่อใด? ภราดร กล่าวว่า “เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับประชาชนที่มีบัญชีธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย สามารถที่จะโอนเงินได้ทันที ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแล้วว่า พื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นที่ทราบว่าน้ำท่วมแบบ 100% ในเรื่องของการทำประชาคม หรือกระบวนการขั้นตอนอื่น ๆ สามารถยกเว้นได้ และสามารถโอนเงินให้กับประชาชนได้ทันที

วันนี้ทางสำนักงบประมาณได้โอนเงินให้กับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 27 พ.ย. ดังนั้นทาง ปภ. สามารถโอนเงินให้กับประชาชนได้ทันที

ภราดร ปริศนานันทกุล

เมื่อถามว่า หลังจากที่ได้ประกาศขอรับบริจาคไม้กวาดทางมะพร้าว วันนี้ได้ครบแล้วหรือไม่? ภราดร กล่าวว่า “ได้รับการประสานมาจากส่วนหน้าว่าเมื่อน้ำลงแล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ คือ ‘บิ๊กคลีนนิ่งเดย์’ ซึ่งต้องระดมทุกสรรพกำลังของภาครัฐและจิตอาสา ทั้งนี้มีอาสาสมัคร และมีผู้สมัครเข้ามาแล้ว เกือบ 1,000 ราย และเชื่อว่าจะมีมาสมัครอีก ฉะนั้นสิ่งที่มีความจำเป็นมากที่จะทำความสะอาด ที่ผมได้พูดถึงไม้กวาด น้ำยาทำความสะอาด ถุงมือยาง รองเท้ายาง ยารักษาน้ำกัดเท้า จากที่ส่วนหน้าได้ร้องขอมา โดยได้มีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุขและเอกชน เพื่อนำส่งผ่านเที่ยวบินวันนี้ หลายอย่างมีความจำเป็นจากส่วนที่ร้องขอมา รัฐบาลจะสนับสนุนในทุกสิ่งที่ร้องขอมา”

สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับพี่น้องชาวใต้ สิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันทุกอย่างก็ยังจำเป็น เราก็มาแจ้งให้ทราบว่าส่วนหน้ามีความต้องการสิ่งไหน ซึ่งการขนส่งจะมีในส่วนของภาครัฐ กองทัพ และภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมที่มาร่วมอำนวยความสะดวกในการส่งสิ่งของไปช่วยประชาชน

ภราดร ปริศนานันทกุล

government-clarifies-flood-death-toll-in-songkhla-SPACEBAR-Photo04.jpg

ยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใต้ 145 ราย-สงขลา 110 ราย

ขณะที่ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษก ศป.กฉ. แถลงว่า จากการดำเนินงานเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง อย่างเช่น กรณีมีการร้องขอให้ ศป.กฉ.ส่วนหน้าเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ยังตกค้างอยู่ จำนวน 1,934 เคส สามารถช่วยเหลือออกมาได้ 1,734 เคส คิดเป็น 89%

แต่สาเหตุที่ได้ไม่ครบ 100% เนื่องจากบางกรณีมีการย้ายออกไปแล้ว บางกรณีเห็นว่าสถานการณ์ดีแล้ว ไม่มีความประสงค์ที่จะย้ายไปที่ศูนย์อพยพ

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

ในภาพรวมความสามารถในการดูแลในศูนย์พักพิงเมื่อวันที่ 27 พ.ย. มีผู้เข้าเติมในศูนย์พักพิง เป็นยอดสะสมทั้งสิ้น 14,160 ราย ความจุที่ยังสามารถรองรับได้คือ 20,840 คน ซึ่งยังสามารถรองรับผู้อพยพที่จะมาอยู่ในศูนย์พักพิงได้ ความสามารถในการผลิตอาหารชุดเพื่อดูแลในศูนย์พักพิงและไปแจกให้กับผู้ที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ ณ เวลานี้ สามารถผลิตได้ 92,320 ชุดต่อวัน และในวันนี้ยังมีการเพิ่มกำลังการผลิตไปด้วย

สำหรับรายงานผู้เสียชีวิตจากกรณีน้ำท่วมภาคใต้ ซึ่ง “ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยอีกครั้ง”

ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ในการนำเสนอยอดผู้เสียชีวิตจะมีการอัปเดตทุกวัน ดังนั้น การนำข้อมูลที่นำเสนอเมื่อวันแรกหรือวันที่สองมาใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ถือว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ ขอให้ระมัดระวังด้วย

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มียอดผู้เสียชีวิตสะสมของทั้งภาคใต้ 145 ราย แบ่งเป็น

  • นครศรีธรรมราช 9 ราย
  • พัทลุง 4 ราย
  • สงขลา 110 ราย
  • ตรัง 2 ราย
  • สตูล 5 ราย
  • ปัตตานี 6 ราย
  • ยะลา 5 ราย
  • นราธิวาส 4 ราย

และจากการพิจารณาของคณะกรรมการแพทย์และฝ่ายนิติเวช เห็นว่าไม่สมควรที่จะแบ่งเคสกรณี 110 รายของ จ.สงขลา ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่มีการแบ่งเคสรายงาน ทุกคนถือว่าเสียชีวิตในห้วงเวลานั้นทั้งสิ้น ดังนั้น รายงานยอดผู้เสียชีวิตของ จ.สงขลาคือ 110 ราย

อย่างไรก็ตาม หากยอดใดที่เกิดหลังจากแถลง ยังไม่ถือว่าเป็นยอดอย่างเป็นทางการในวันนี้ เพราะกังวลว่าจะเกิดความสับสนในกรณีที่มีหน่วยงานอื่นนอกจาก ศป.กฉ. ได้รายงานไป ยอดสูงหรือต่ำกว่านี้จะกลายเป็นว่าข้อมูลไม่ตรงกัน และขอเน้นย้ำว่า ยอดทั้งหมดจะถูกส่งมารวมกันที่ ศป.กฉ. ทุกวัน ดังนั้น ยอดที่ถูกต้องในเวลานี้คือ 110 ราย โดยการบูรณาการข้อมูลเรียบร้อยแล้วระหว่างตำรวจ นิติเวช และ สธ.

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนการจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท? สิริพงศ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้ได้มีการปรึกษากับทางนิติเวช ซึ่งจะมี 2 กรณีคือ ‘กรณีที่ทราบแน่ชัด’ กับ ‘กรณีที่ตกค้างตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม’ เดิมทีเขาเอามารวมกันจากกรณีที่เสียชีวิตก่อนน้ำท่วมด้วย ซึ่งในกรณีที่เสียชีวิตก่อนน้ำท่วมจะไม่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล”

ส่วนนอกเหนือจากเยียวยาน้ำท่วมรายละ 9 พันบาท วันนี้ได้มีการเคาะตัวเลขแล้วหรือไม่ว่า จะมีเยียวยาเพิ่มเติมอีกจำนวนเท่าไหร่? สิริพงศ์ กล่าวว่า “มีแน่นอนหลักเกณฑ์ที่จะเยียวยาเพิ่มเติม ซึ่งนายกฯ ได้ให้นโยบายไปแล้ว ความจริงวันนี้จะมีเรื่องที่เป็นหลักเกณฑ์เพิ่มเติมขึ้นมาอีก เข้าใจว่านายกฯ จะประกาศเองที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา”

government-clarifies-flood-death-toll-in-songkhla-SPACEBAR-Photo05.jpg

ยอมรับดำเนินการผิดพลาด ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

เมื่อถามว่า ในวิกฤติครั้งนี้บางส่วนชื่นชม แต่บางส่วนตำหนิและเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบด้วยการลาออก? สิริพงศ์ กล่าวว่า “ในท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เราก็ดำเนินการภายใต้ข้อจำกัดหลายอย่าง”

ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในส่วนของการดำเนินการ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลเสียใจ

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

พร้อมเผยว่า “ในกรณีน้ำท่วมมีอยู่หลายอย่างที่จะต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยเหลือ การฟื้นฟู และการเยียวยา แน่นอนมีทั้งคนพอใจและคนไม่พอใจ แต่จากนี้ไปเป็นเวลาที่จะพิสูจน์ เวลาที่ปัจจัยอื่นๆ ควบคุมได้ ก็จะเป็นเวลาที่พิสูจน์การบริหารจัดการของรัฐบาล เดี๋ยวเรื่องนี้นายกฯ น่าจะมีการพูดถึงในอนาคตอันใกล้นี้”

ขู่เอาผิดถึงที่สุด! มิจฉาชีพฉวยโอกาสเนียนรับของบริจาค

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่มารับของบริจาค โดยไม่ส่งของไปในพื้นที่หรือไม่? สิริพงศ์ กล่าวว่า “จ.สงขลา เป็นพื้นที่ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้น การจะดำเนินการใดที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ไม่หวังดี ถ้ามีการตรวจพบหรือมีการร้องเรียนและเราสามารถจับกุมได้ก็จะถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด โดยเรามีช่องทางให้ประชาชนไปบริจาค หรือรับบริจาคจากสมัครพรรคพวก ขอให้เลือกที่จะบริจาคกับหน่วยรัฐหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือได้เป็นหลักก็จะปลอดภัยกว่า”

government-clarifies-flood-death-toll-in-songkhla-SPACEBAR-Photo02.jpg

รัฐบาลช่วยค่าสนามบินให้ภาคเอกชน ตอบแทนน้ำใจช่วยขนส่งสินค้า

ทางด้าน รัชดา ธนาดิเรก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. แถลงว่า รัฐบาลมีความพร้อมที่จะนำการบริหารจัดการเข้าสู่หมวดการฟื้นฟูในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน หรือที่ศูนย์พักพิงยังคงดำเนินการต่อไป และทำได้ในจำนวนที่กว้างขวางและรวดเร็วมากขึ้น เพราะว่าสถานการณ์ได้ลดลง

ขอให้ข้อมูลเพื่อความสบายใจว่า ในการขนส่งลำเลียงสิ่งของที่แต่ละภาคส่วนบริจาคเข้ามานั้น เราได้มีการส่งต่อทางอากาศยานไม่ใช่เพียงเครื่องบิน C-130 ที่ขนส่งสิ่งของจำเป็น ทั้งอาหาร ยา และเครื่องอุปโภคต่างๆ แต่ยังมีเครื่องบินแอร์บัส เฮลิคอปเตอร์จากทุกหน่วยงาน และภาคเอกชนที่อาสาขนของไปช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น สายการบินแอร์เอเชีย หรือบริษัทที่ทำการขนส่งพัสดุที่อาสามาว่าจะเป็นตัวกลางที่จะนำของบริจาคไปให้ โดยรัฐบาลได้ดำเนินการในเรื่องค่าบริการสนามบินเพื่อเป็นการขอบคุณที่ภาคเอกชนมีน้ำใจตรงนี้ สำหรับประชาชนที่ยังอยู่ที่บ้าน เรื่องการแจกจ่ายอาหารจะดำเนินการต่อ ทาง ศป.กฉ.ส่วนหน้ายืนยันมาแล้วว่า เรื่องของการกระจายอาหารไปยังบ้านเรือนตึกแถวต่างๆ นั้น ยังคงทำอยู่อย่างเต็มที่

รัชดา ธนาดิเรก

เรื่องการสูบน้ำออกจากพื้นที่ รัชดา กล่าวว่า เนื่องจากหลายพื้นที่น้ำลดแล้ว การใช้เครื่องสูบน้ำจะทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างเร็วขึ้น ทางหน่วยงานต่างๆ ที่รัฐบาลเป็นศูนย์กลางได้ประสานเครื่องสูบน้ำ ซึ่งตอนนี้มีจำนวน 280 เครื่อง ซึ่งพร้อมประจำในพื้นที่ โดยหลักที่หาดใหญ่และกระจายไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งการระบายน้ำต้องดูพื้นที่ที่ลุ่มต่ำ ดูสภาพภูมิประเทศ เราก็จะเอาเทคโนโลยีมาใช้

บขส.เดินรถได้ 9 เส้นทาง

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้สำรวจความเสียหายของถนน ขณะนี้

  • ผ่านไม่ได้ 60 เส้น
  • ผ่านได้ 337 เส้น

ซึ่งได้ส่งกำลังคนไปทำการฟื้นฟูในจุดที่ทำได้เรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการต่อไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่วนเส้นทางเดินรถ บริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) ได้มีการเปิดเส้นทางเดินรถปกติแล้วจำนวน 9 เส้นทาง คือ

  • กรุงเทพฯ-สงขลา
  • กรุงเทพฯ-หาดใหญ่
  • กรุงเทพฯ-ยะลา
  • กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก
  • กรุงเทพฯ-เบตง
  • กรุงเทพฯ-นาทวี
  • กรุงเทพฯ-สตูล
  • กรุงเทพฯ-ด่านนอก
  • กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์

ส่วนที่ยังไม่สามารถให้บริการได้คือ

  • เส้นทางกรุงเทพฯ-ตรัง-สตูล
  • เส้นทางกรุงเทพฯ-ปัตตานี

ขณะที่ในส่วนการเดินทางทางรถไฟ

  • เปิดให้เดินทางจำนวน 12 จุด
  • ยังมีที่เป็นอุปสรรคอีก 27 จุด
government-clarifies-flood-death-toll-in-songkhla-SPACEBAR-Photo03.jpg

ส่วนเรื่องการฟื้นฟู เรื่องแรกที่รัฐบาลต้องการสร้างความสบายใจให้กับประชาชนคือเรื่องของน้ำ ไฟฟ้า ในส่วนของการประปาที่ผ่านมาไม่สามารถจ่ายน้ำได้ เพราะว่าเป็นผู้ประสบภัยด้วย แต่ว่าวันนี้ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรที่จะผลิตน้ำแล้ว ซึ่งในระยะเร่งด่วนได้นำเครื่องส่งน้ำสำหรับน้ำดื่มจำนวน 16 คัน รวมถึงรถบรรทุกน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลด้วย

เร่งดำเนินการให้ทุกบ้านมีไฟฟ้าใช้

ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีความพร้อมในการจ่ายไฟ แต่ที่ยังไม่สามารถกระจายไฟไปยังทุกครัวเรือนได้ เพราะต้องมีการประเมินสถานการณ์ก่อนว่า ในพื้นที่ตรงนั้น ถ้าปล่อยกระแสไฟฟ้าไปแล้วจะปลอดภัยหรือไม่ ทั้งนี้มีผู้เดือดร้อนในเรื่องไฟฟ้า 7 แสนครัวเรือนวันนี้จำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อนเหลือเพียง 1.6 แสนครัวเรือน และคิดว่าในวันนี้-วันพรุ่งนี้จะดำเนินการให้ทุกบ้านมีไฟฟ้าใช้ได้

กสทช.ประสานเครือข่ายมือถือ ‘ขยายจ่ายค่าบริการไปอีก 30 วัน’

เรื่องสัญญาณโทรศัพท์นั้น ในหลายพื้นที่มีสัญญาณแล้ว แต่อาจจะยังไม่ครบ 100% ซึ่งยังติดอยู่ในเรื่องของไฟฟ้า โดยทาง กสทช. ประสานมาว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความกังวลของประชาชนในพื้นที่ที่ใช้โทรศัพท์ระบบเติมเงิน ทาง กสทช.แจ้งว่าได้ประสานกับโอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทุกบริษัทให้ขยายเวลาการใช้งานระบบเติมเงินอีก 30 วัน ส่วนระบบรายเดือนจะขยายระยะเวลาชำระค่าบริการออกไปอีก 1 เดือนเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานโทรศัพท์ทั้งระบบเติมเงินและระบบรายเดือนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมสามารถที่จะใช้โทรศัพท์ฟรี 100 นาที และอินเตอร์เน็ตฟรี 10 กิกะไบต์ ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. เป็นเวลา 15 วัน

‘นายกฯ’ กำชับ ‘แผนบริหารจัดการขยะ’ ต้องทำอย่างเร่งด่วน ย้ำ ‘ทำความสะอาด’ ลุยพรุ่งนี้ในจุดที่ทำได้

เรื่องของขยะในพื้นที่ นายกฯ ได้กำชับว่า แผนการบริหารจัดการขยะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน ในพื้นที่ที่มีความพร้อมน้ำลดลงแล้ว ทางภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดแล้ว และงานอาสาสมัครเป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ภาคประชาชนได้ทำร่วมกับภาครัฐ โดยวันเดียวกันนี้ กรมการปกครองได้นำสมาชิกอาสารักษาดินแดนเข้าไปทำคลีนนิ่งในพื้นที่ที่ทำได้ เช่น วงเวียนน้ำพุ หรือชุมชนคลองเตย และในเย็นวันเดียวกันนี้จะมีอาสาสมัครของกรมการปกครองเข้าไปในพื้นที่อีก 2,000 คน การดำเนินการเรื่องบิ๊กคลีนนิ่งสามารถทำได้ในวันที่ 29 พ.ย. ซึ่งในจุดที่ทำได้ จะทำทันที

สำหรับข่าวลือพายุโคโตะกำลังจะเข้ามาประเทศไทยแล้วทำให้พี่น้องประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดือดร้อนนั้น เรื่องนี้ได้รับแจ้งจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า พายุโคโตะเข้ามาทางเวียดนาม แต่ไม่กระทบประเทศไทย

ขอเน้นย้ำว่า เรามีความพร้อมเรื่องการบริหารจัดการเข้าสู่โหมดการฟื้นฟู และหน่วยงานในพื้นที่ประสานงานกันอยู่ เพราะฉะนั้นหากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม อยากจะส่งคนไปช่วย หรือไปถึงพื้นที่แล้วมีข้อคำถามสามารถส่งคำถามกลับมาที่ศูนย์ส่วนกลาง เบอร์ติดต่อ 1111 หรือมีเบอร์ศูนย์ประสานงานของ ศป.กฉ. ในพื้นที่ทางทหารรับประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

รัชดา ธนาดิเรก

สำหรับพี่น้องประชาชน หรือภาคประชาสังคมที่เป็นแกนในการระดมของที่อยากไปช่วยเหลือคนที่อยู่ทางภาคใต้ ถ้าอยากผ่านกลไกของรัฐ ศูนย์รับบริจาคของเราอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ตรงนั้นเป็นจุดรวบรวมสิ่งของ และกองทัพอากาศ หรือทางขนส่งจะเป็นผู้ดูแลในเรื่องการนำส่งของช่วยเหลือตรงนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์