ล่าหรือเจรจา? จับท่าที ‘ฝ่ายรัฐ’ หลัง ‘ชายแดนใต้’ ระอุ

23 ก.ค. 2569 - 19:45

  • ‘นายกฯ’ ประณามเหตุโจมตีจุดตรวจที่นราธิวาส ชี้เป็น “การก่อการร้าย” ที่มุ่งสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมสั่งล่าตัวผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด

  • ด้าน ‘เสธ.ทบ.’ ประกาศถึงเวลาเป็น “ผู้ล่า” ลั่นตามล่าขบวนการก่อเหตุทุกพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงเร่งปฏิบัติการเชิงรุก

  • แต่ ‘รมว.กลาโหม’ เห็นต่าง ขออย่าใช้คำว่า “ไล่ล่า” ย้ำต้องเดินหน้าพูดคุยสันติสุขควบคู่การบังคับใช้กฎหมาย

ล่าหรือเจรจา? จับท่าที ‘ฝ่ายรัฐ’ หลัง ‘ชายแดนใต้’ ระอุ

สถานการณ์ชายแดนใต้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังคนร้ายโจมตีจุดตรวจใน อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จนทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ขณะที่รัฐบาลประกาศเอาผิดผู้ก่อเหตุถึงที่สุด ด้าน ‘เสธ.ทบ.’ ลั่นถึงเวลาเป็น “ผู้ล่า” แต่ ‘รมว.กลาโหม’ กลับแสดงความเห็นต่าง โดยระบุว่าไม่ควรใช้คำว่า “ไล่ล่า” และยังต้องเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุขควบคู่กันไป

นายกฯ ประณาม ‘ก่อการร้าย’

รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประณามเหตุก่อการร้าย จ.นราธิวาส คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์เข้าใส่จุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 2 ราย เป็นการกระทำอุกอาจ  สั่งติดตามผู้กระทำผิดใช้กฏหมายเด็ดขาดให้รับโทษสูงสุด

นายกรัฐมนตรีประณาม ‘ขบวนการก่อการร้าย’ เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเจรจา การพูดคุยสันติภาพ รัฐต้องหาแนวทางปรับปรุงการทำงาน ให้มีการข่าวที่รวดเร็ว และมีมาตรการป้องกันเหตุ ป้องกันตัวเองของเจ้าหน้าที่ที่ดีกว่านี้

นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อผู้ก่อเหตุ โดยได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

พร้อมย้ำว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการก่อเหตุอุกอาจ มีลักษณะเป็นการก่อการร้ายที่มุ่งสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างชัดเจน เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งรัฐบาลจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดและไม่ยอมให้ผู้ก่อเหตุลอยนวลมากไปกว่านั้น

นายกฯยังได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว  รวมทั้งให้ทุกหน่วย เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ สร้างความเชื่อมั่น และกำลังใจให้พี่น้องประชาชน

“นายกรัฐมนตรีขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวทหารกล้าที่เสียสละและประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ มอบหมายให้ต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือและดูแลทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้เยียวยาสูงสุดตามระเบียบกำหนดไว้”

โฆษกรัฐบาล กล่าว

รัชดา กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี แต่ในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องจากการปฏิบัติการของขบวนการก่อการร้ายที่มีเป้าหมายสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนและมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมและภัยต่อความมั่นคงของชาติที่ไม่อาจเจรจาต่อรองได้รัฐบาลจะดำเนินการจัดการด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่

‘เสธ.ทบ.’ ประกาศถึงเวลาเป็น ‘ผู้ล่า’

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รมน.) ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินมาตรการรับมือ โดยกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงาน พร้อมบูรณาการการปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า “ผมจะให้คนตามล่าทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่ป่าเขา คนที่ให้ที่หลบซ่อน ประเทศที่ให้ที่หลบซ่อน ให้รู้ไว้ว่าเราจะตามล่าจนสุดล่าฟ้าเขียว พวกก่อเหตุจะกิน จะนอน จะเดิน ให้ระวังตัวเอาไว้ ถึงเวลาที่พวกคุณจะเป็นผู้ถูกล่าแล้ว”

‘รมว.กลาโหม’ เห็นแย้ง! อย่าใช้ว่า ‘ไล่ล่า’

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังพูดคุยกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ถึงสถานการณ์ จ.ชายแดนภาคใต้ ว่า ได้มีการหารือถึงแนวทางการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ประกาศว่า “จะเป็นผู้ล่าบ้าง” พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ต้องไปหารือกันถึงแนวคิดที่แตกต่างกัน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่ แต่พรุ่งนี้ (24ก.ค.) ตนติดภารกิจสำคัญ ในการต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน

เมื่อถามว่าถึงเวลาที่เราต้องไล่ล่าคนร้ายแล้วใช่หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า อย่าเรียกว่าไล่ล่า คนไทยที่มีความเห็นแตกต่าง จะต้องมาพูดคุยกัน เพราะเรามีคณะพูดคุยสันติสุขอยู่แล้ว มี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ที่จะเป็นเครื่องมือ ให้เราใช้ในการทำงาน ว่ามีข้อบกพร่องอย่างไร เดี๋ยวเราก็จะมาหารือกัน ซึ่งตนก็จะลงพื้นที่ไปพร้อมกับหัวหน้าคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีผลต่อเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 4 หรือไม่ เพราะถึงวงรอบในการแต่งตั้งโยกย้ายพอดี พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปดึงประเด็น ขอให้แม่ทัพภาคที่ 4 มีสมาธิในการทำงาน ติดตามผู้ก่อการ หลังเกิดความสูญเสียขึ้น อย่าเพิ่งคิดเรื่องนั้น เพราะว่าแม่ทัพภาคที่ 4 และ ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้มีสมาธิในการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

สำหรับการ “จัดโผโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล” พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ถึงห้วงเวลา ขอให้ใจเย็นๆ เป็นเรื่องของผู้บัญชาการเหล่าทัพแต่ละท่านที่จะต้องพูดคุยกัน ยังไม่ถึงวาระที่จะต้องมาหารือในช่วงนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์