กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, ภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร และ ธนพร ศรียางกูร นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง ร่วมแถลงภายหลังการประชุม กมธ.การที่ดินฯ ซึ่งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคประชาชน ชี้แจงให้ข้อมูลการพิจารณา ผลการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2566
กุลวลี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในเรื่อง การพิสูจน์สิทธิ์ นั้น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลงแล้ว เมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.) โดยดิฉันในฐานะประธาน กมธ. จะมอบให้ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ในฐานะที่ปรึกษา กมธ. เข้าไปร่วมอยู่ในคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ด้วย เพื่อร่วมตรวจสอบในประเด็นที่สงสัย
ใครที่ว่า “ส.ป.ก.บวม” ก็ต้องเอาคืนกลับมา ใครที่ทำถูกต้องก็ได้สิทธิ์ไป ใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี
— กุลวลี นพอมรบดี
พร้อมกล่าวอีกว่า วันนี้เรามาคุยกันเพื่อสางประเด็นปัญหาที่คาใจ และเปิดใจคุยกัน เพราะที่ผ่านมาข้อมูลกระจัดกระจาย วันนี้ กมธ. เป็นเวทีกลางให้มาพูดคุยเจรจาหาทางออกร่วมกัน แต่วันนี้ข้อมูลเยอะมาก กมธ. จะนำความเห็นที่ได้จากการประชุมที่เป็นประโยชน์ส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เช่น หากประเด็นไปอยู่ที่ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) - ส.ป.ก. ก็ต้องทำตัวเองให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วย ในการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิ์ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทบทวนหรือปรับเปลี่ยนมติ ครม. วันที่ 14 มิ.ย. 2566 เป็นการเปลี่ยนจาก ส.ป.ก. ไปให้ สคทช. บริหาร เพื่อความโปร่งใสมากขึ้น
ยืนยัน ‘ทับลานโมเดล’ จะไม่มีการนำไปใช้พื้นที่อื่นๆ แน่นอน เนื่องจากกรณีนี้เป็นกรณีเฉพาะจริงๆ หากเปรียบ ‘ทับลาน’ เป็น ‘มะเร็งระยะ 4’ ก็ต้องรักษาตัวยาตัวนี้ ดังนั้นกลุ่มที่เป็นมะเร็งระยะที่ 1 หรือไข้หวัด มันจะใช้ตัวยาตัวเดียวกันไม่ได้แน่นอนเด็ดขาด
— กุลวลี นพอมรบดี
ด้าน สุชาติ กล่าวว่า ได้เปิดใจทั้งหมดให้ทุกฝ่ายทราบใน กมธ.ฯ เพื่อร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่สะสมมานาน สิ่งหนึ่งต้องยอมรับว่าประเด็นที่ทางมูลนิธิสืบฯ และ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ไม่สบายใจ เราได้เคลียร์ทุกประเด็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเราจะพิสูจน์สิทธิต่อประชาชนหรือสิ่งที่อยู่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วน กลุ่มนายทุนที่อยู่นอก ส.ป.ก. หรือ “ส.ป.ก.บวม” เราจะใช้กฎหมายตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และนโยบาย คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เข้ามาควบคุมส่วนนี้ ยืนยันว่ากลุ่มนายทุนไม่มีเล็ดลอดสายตาไปได้ เพราะมีทั้งมูลนิธิสืบฯ และ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เข้ามาร่วมตรวจสอบ
สบายใจได้ ผมไม่มีเอื้อประโยชน์นายทุน ต้องการให้ประชาชนได้ประโยชน์ในสิทธิความชอบธรรม ทางนายกรัฐมนตรีก็กำชับผมมาว่า ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งภาคอนุรักษ์ก็ต้องให้เวทีเขาในการแสดงออกถึงความกังวล ภาครัฐบาลก็ต้องดำเนินการให้ได้ ขณะที่ กมธ.การที่ดินฯ ชุดนี้ ไม่มีแบ่งพรรคการเมือง เราคุยในฐานะ สส.ของปวงชนชาวไทยที่ต้องการให้ปัญหาสะสมนี้จบในยุคของพวกเรา
— สุชาติ ชมกลิ่น
สุชาติ เผยด้วยว่า“ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ผมจะลงพื้นที่ทับลานเพื่อตรวจสอบด้วย เชื่อว่าบุคลากรคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ที่ผมแต่งตั้ง จะดำเนินการจบแน่นอน”
ขณะที่ ภาณุเดช เกิดมะลิ กล่าวว่า นอกจากการพิสูจน์สิทธิที่จะมีการดำเนินการตามมาตรการแล้ว อยากให้ กมธ. และฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับ ป่า สัตว์ป่า และพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก ในพื้นที่ตรงนั้น ก็ต้องอยู่ได้ด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็น ผืนป่ามรดกโลก ส่วนกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจะมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไรให้ได้รับการแก้ไขปัญหาจริงๆ ไม่ใช่กลุ่มนายทุน หรือบุคคลภายนอก
ส่วนโมเดลการแก้ไขปัญหากรณีทับลาน จะถูกนำไปใช้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศหรือไม่ ก็มีความชัดเจนจากในที่ประชุมว่า “โมเดลนี้จะถูกใช้เฉพาะในพื้นที่ทับลาน” เพราะบริบทของปัญหามีความแตกต่างกัน สำหรับพื้นที่อื่นก็มีมาตรการทางกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฯ มาตรา 64 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ มาตรา 121 ในการแก้ไขปัญหาสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เป็นกลไกที่จะต้องดำเนินการกันต่อไป
ทางฝั่ง ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ปลดพันธนาการคำแรก คือคำว่าโมเดลจากรัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ฯ เพราะเรากังวลว่าโมเดลของทับลานจะถูกนำไปใช้ในพื้นที่อื่น ซึ่งเป็นปมที่ติดค้างคาใจผมว่า จะทำอย่างไรให้คนเขาพูดขึ้นมาก่อน ซึ่ง สุชาติ ชมกลิ่น ได้ยืนยันแล้วว่าจะไม่มีโมเดลนี้ไปยังพื้นที่อื่น ทำให้ผมสบายใจในประเด็นแรก ประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริง ที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยย้ายถิ่นหรือซื้อขายเปลี่ยนมือ ยืนยันว่าท่านมีสิทธิ์ครอบครองที่ดินแน่นอน ส่วนโซนที่ 1 ที่มีการออกโฉนด ส.ป.ก. แล้วแบบถูกต้อง ขออย่าตกใจ เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นของ ส.ป.ก. อยู่แล้ว อย่าไปขยายผลว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นโรงเรียนหรือปั๊มน้ำมันไปหมดแล้ว เรายอมรับผิดว่ากรมอุทยานขีดเส้นทับที่ดิน ส.ป.ก. จริง และได้ประกาศในปี 2521 จำนวน 3 กลุ่ม ทั้งหมด 5 หมื่นกว่าไร่ แต่ในส่วนกลุ่มที่ 2 จะต้องมีการพิสูจน์
วันนี้ผมสบายใจขึ้น และได้รับเกียรติที่รัฐมนตรีโทรหา ซึ่งผมบ่นไปว่าน้อยใจ ทำไมอยู่ใกล้ตัวแต่ไม่มาคุยด้วย เพราะข้อมูลที่ผมมีกับสิ่งที่รัฐมนตรีพูดยังไม่ชัดเจน แต่ต้องพูดให้ชัดเจนว่าวันนี้ พอได้พูดคุยกับสุชาติแล้ว ถือว่าเคลียร์ แต่อยากจะฝากไปถึงราษฎร 23 คน ที่เคยถูกจับกุมก่อนที่จะมีกฎหมายมาตรา 64 ที่ ณ เวลานั้น เขาเป็นคนเดิมแต่เปลี่ยนอาชีพ หรือในเวลานั้นเขาอยู่ผิดอาชีพ จึงอยากฝากสุชาติว่าให้ช่วยเหลือคนเหล่านั้น เขาจะได้มีกำลังใจ ไม่ได้หมายความว่าการที่มีคนคัดค้าน ต้องตะบี้ตะบันเอาคนออก เพราะถึงอย่างไรก็ต้องช่วยเขา หรืออาจจะให้มีมติ ครม. ใหม่ เพื่อ 23 คนนี้ก็ได้
— ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร




