ครม.ปิดช่องโกง–ล้อมคอกระบบรัฐ?

8 ก.ย. 2569 - 18:26

  • ครม.เห็นชอบหลักการกฎหมายสำคัญ 5 ฉบับ หวังปรับกติกาภาครัฐให้ทันสถานการณ์

  • เร่งปิดช่องทุจริตสอบราชการ ทำ Blacklist กลาง สกัดผู้โกงเวียนเข้าสู่ระบบรัฐ

  • พร้อมยกระดับกฎหมายอาวุธปืน จัดซื้อ-พลังงาน และเปิดทางชุมชนรับประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต

ครม.ปิดช่องโกง–ล้อมคอกระบบรัฐ?

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการร่างกฎหมายสำคัญ 5 ฉบับ ตามที่ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอ หวังปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคม แก้ข้อจำกัดในการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการและการให้บริการสาธารณะ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายทั้ง 5 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความรับผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน ร่างพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน

กฎหมายใหม่ ปิดช่องโกงสอบเข้าราชการ

หนึ่งในกฎหมายสำคัญคือร่างกฎหมายว่าด้วยความรับผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมุ่งป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในการสอบ พร้อมกำหนดกลไกและหน่วยงานที่มีอำนาจสืบสวนสอบสวนเป็นการเฉพาะ

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรการที่รัฐบาลเตรียมยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หลังสำนักงาน ก.พ. ตรวจพบการทุจริตในการสอบภาค ก. ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน รวม 114 กรณี โดยเฉพาะการสวมตัวเข้าสอบ ซึ่งบางกรณีพบผู้เข้าสอบแทนบุคคลอื่นหลายราย

ปัญหาสำคัญที่พบคือช่องว่างของระบบเดิม ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยทุจริตในการสอบของหน่วยงานหนึ่ง สามารถไปสมัครสอบในหน่วยงานอื่นได้

ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จึงเสนอให้กำหนดมาตรฐานทางวินัย จัดทำฐานข้อมูลกลางผู้เคยทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือ Blacklist รวมถึงจัดทำแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบ

มาตรการสำคัญคือ หากตรวจพบว่าข้าราชการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการภายหลังได้รับการบรรจุแล้ว จะถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และกำหนดโทษไล่ออกจากราชการสถานเดียว ขณะที่หากพบว่าการทุจริตเกิดขึ้นก่อนการบรรจุ ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดำเนินการให้ออกจากราชการโดยพลัน

ทำ Blacklist กลาง สกัดคนโกงเวียนเข้าส่วนราชการ

รัฐบาลเตรียมให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของแต่ละประเภทจัดทำบัญชีผู้เคยทุจริตในการสอบตามกฎหมายของตนเอง ก่อนส่งรายชื่อให้สำนักงาน ก.พ. รวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบลักษณะต้องห้ามก่อนรับบุคคลเข้ารับราชการ

สำหรับการสอบภาค ก. สำนักงาน ก.พ. ได้กำหนดให้ผู้ทุจริตเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับราชการ และมีอำนาจเพิกถอนหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. โดย ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มีผู้ถูกกำหนดให้เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามแล้ว 24 ราย

นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับระบบสอบ 3 ระยะ โดยระยะสั้นภายใน 1 ปี จะจัดทำหลักเกณฑ์และมาตรฐานทางวินัยให้ชัดเจน ระยะกลางภายใน 3 ปี เตรียมปรับการสอบภาค ก. จากระบบ Paper & Pencil ควบคู่กับ e-Exam ไปสู่การสอบแบบ e-Exam เพียงรูปแบบเดียว เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตและยกระดับการตรวจสอบ

ส่วนระยะยาวภายใน 5 ปี จะผลักดันกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ พร้อมกำหนดโทษทางอาญาที่เข้มงวดและครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ รวมถึงแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถเรียกคืนเงินเดือนและผลประโยชน์อื่นที่ผู้ทุจริตได้รับหลังเข้ารับราชการได้เต็มจำนวน

ลลิดา ระบุว่า “รัฐบาลต้องการปิดช่องว่างตั้งแต่ต้นทาง ไม่ให้คนที่โกงสอบสามารถเข้ามาอยู่ในระบบราชการ และหากตรวจพบภายหลัง ก็ต้องมีมาตรฐานลงโทษที่ชัดเจนและจริงจัง รวมถึงต้องมีฐานข้อมูลกลางที่ทุกหน่วยงานตรวจสอบร่วมกันได้ เพื่อไม่ให้ผู้ที่เคยทุจริตสามารถเวียนไปสมัครสอบในหน่วยงานอื่นอีก”

คุมอาวุธปืนเข้มขึ้น เปิดทางคืนปืนเถื่อนใน 90 วัน

อีกด้านหนึ่ง ร่างกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนมุ่งเพิ่มความเข้มงวดในการครอบครองและใช้อาวุธปืน โดยผู้ขอใบอนุญาตต้องผ่านการอบรม การทดสอบ และการตรวจสุขภาพจิต พร้อมปรับลดอายุใบอนุญาต ยกเลิกใบอนุญาตตลอดชีพ และเพิ่มโทษสำหรับผู้กระทำผิด

ขณะเดียวกัน เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ไม่มีใบอนุญาต นำมามอบต่อนายทะเบียนภายใน 90 วัน โดยไม่ต้องรับโทษ เพื่อเปิดทางให้มีการนำอาวุธที่อยู่นอกระบบเข้าสู่กระบวนการของรัฐ

ปรับกติกาพลังงาน-จัดซื้อภาครัฐ ลดข้อจำกัดการทำงาน

สำหรับกฎหมายการประกอบกิจการพลังงาน มีสาระสำคัญในการนำเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้ามาใช้เป็นค่าไฟฟ้าสาธารณะสำหรับแสงสว่างในพื้นที่หรือทางสาธารณะ พร้อมปรับหน้าที่และคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้มีความชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ หาก กกพ. เหลือกรรมการปฏิบัติหน้าที่น้อยกว่า 4 คน จะกำหนดให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว เพื่อไม่ให้การบริหารงานด้านพลังงานเกิดสุญญากาศ

ส่วนร่างกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จะปรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่สัญญา โดยให้น้ำหนักกับประโยชน์ของราชการ วัตถุประสงค์การใช้งาน และความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญา มากกว่าการพิจารณาเพียงข้อเสนอด้านราคา

พร้อมเพิ่มเหตุในการบอกเลิกสัญญาและขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน กรณีคู่สัญญาทำงานบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพิ่มอำนาจหัวหน้าหน่วยงานของรัฐในการสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน และกำหนดให้มีการวางหลักประกันการอุทธรณ์

คาร์บอนเครดิตป่าชุมชน เงินถึงมือคนดูแลป่า

อีกหนึ่งร่างกฎหมายที่มีผลต่อภาคประชาชนโดยตรง คือร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน ซึ่งกำหนดให้รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตของป่าชุมชนไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

เงินดังกล่าวจะถูกจัดสรรให้สมาชิกป่าชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรงจากการสร้างและดูแลคาร์บอนเครดิตของพื้นที่ป่าชุมชน

5 กฎหมาย เดินเกมปรับรัฐให้ทันปัญหา

ภาพรวมของกฎหมายทั้ง 5 ฉบับสะท้อนแนวทางของรัฐบาลในการปรับกติกาการทำงานของรัฐให้ทันต่อปัญหา ตั้งแต่การปิดช่องทุจริตในการสอบราชการ การควบคุมอาวุธปืน การบริหารพลังงาน การจัดซื้อจัดจ้าง ไปจนถึงการกระจายประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติกลับสู่ชุมชน

โดยเฉพาะปัญหาทุจริตสอบราชการ ซึ่งรัฐบาลวางเป้าหมายตั้งแต่การป้องกันไม่ให้ผู้ทุจริตเข้าสู่ระบบ การสร้างฐานข้อมูลกลางเพื่อสกัดการเวียนสมัครสอบ ไปจนถึงการกำหนดโทษที่ชัดเจนหากตรวจพบภายหลัง สะท้อนความพยายามเปลี่ยนจากการ “แก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ” ไปสู่การ “ปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทาง”

หากร่างกฎหมายทั้ง 5 ฉบับเดินหน้าตามหลักการที่ ครม. เห็นชอบ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่เพียงตัวบทกฎหมาย แต่จะกระทบถึงวิธีทำงานของรัฐในหลายมิติ ตั้งแต่สนามสอบราชการ ห้องจัดซื้อจัดจ้าง ระบบพลังงาน ไปจนถึงผืนป่าของชุมชน ขณะที่โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือการทำให้กติกาใหม่ถูกนำไปใช้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ “กฎหมายที่เข้มขึ้น” นำไปสู่ “ระบบรัฐที่โปร่งใสขึ้น” ได้จริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์