‘รบ.’ แจงปมร้อน! ‘เศรษฐา’ เหมาลำบินร่วมเวที UNGA

19 ก.ย. 2566 - 17:56

  • ‘รองเลขาฯ นายกฯ’ แจงปมเหมาลำการบินไทย 30 ล้าน นำ ‘เศรษฐา’ พร้อมคณะ บินร่วมเวที UNGA

  • ยืนยันใช้จ่ายโปร่งใส ไม่มีภาคเอกชนร่วม

  • ย้ำบุตรสาวนายกฯ ติดเครื่องร่วมคณะจ่ายเองทุกบาท

government_explains_the_issue_of_chartering_Thai_Airways_SPACEBAR_Hero_237a7a16dc.jpg

19 กันยายน 2566 นัทรียา ทวีวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีการเช่าเหมาลำเครื่องบินสายการบินไทยในภารกิจของนายกรัฐมนตรีที่สหรัฐอเมริกา ว่า ตนเองในฐานะที่รับผิดชอบด้านการนำเสนอและจัดหาพาหนะสำหรับการเดินทางไปภารกิจราชการต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี

ขอชี้แจงทำความเข้าใจกรณีการเช่าเหมาลำเครื่องบินสายการบินไทยในครั้งนี้ เราได้เปรียบเทียบปัจจัยหลายๆอย่าง ซึ่งทางเลือกของเรา 1.การใช้เครื่องของกองทัพอากาศ 2.การใช้บริการเช่าเหมาลำ ซึ่งเราเปรียบเทียบแล้วเครื่องของกองทัพอากาศแอร์บัส 350 ที่ข้างในเป็น First Class  6 ที่นั่ง และ Business Class 30 ที่นั่ง 

ซึ่ง Business Class เก้าอี้ใช้ได้เพียงครึ่งเดียว 15 ที่นั่ง ขณะที่ด้านหลังเป็น Economy Class สภาพภายในก็ตามสภาพ ซึ่งนายกฯ จะนั่งในส่วนของ First Class และท่านอื่นๆ รวม 5-6 ท่าน ส่วนวีไอพีท่านที่เหลือต้องไปนั่ง Business Class และ Economy Class 

สำหรับราคานั้นกองทัพอากาศเสนอมา 32 ล้านบาท ซึ่งวันที่กองทัพอากาศเสนอราคามายังไม่ได้คิดค่าน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่เดิมการบินไทยเสนอมา 25 ล้านบาทด้วยซ้ำ แต่ต้องมาเพิ่มเป็น 30 ล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้น ดังนั้นหากจะใช้เครื่องบินกองทัพอากาศอาจราคาถึง 40 ล้านบาทก็เป็นได้ 

รองเลขาฯ นายกฯ กล่าวอีกว่า ราคาของกองทัพอากาศเสนอแพงกว่าการบินไทย และกองทัพอากาศไม่สามารถรับประกันได้ว่าเมื่อถึงเวลาเดินทางแล้วหากกองทัพอากาศติดภารกิจขึ้นมาเขาไม่สามารถให้บริการเราได้ ก็จะเกิดปัญหาเราไม่สามารถจัดการภารกิจได้ทันเวลา 

ส่วนราคาเครื่องบินการบินไทยนั้น เราเฉพาะเจาะจงการบินไทยเพราะเป็นการบินตรงกรุงเทพฯนิวยอร์ค และบริการของส่วนต่างๆ เกี่ยวข้องกับการที่เคยทำให้ส่วนราชการมาก่อน การกำหนดราคาต่างๆ ก็เป็นไปตามความจริง ค่าอาหารที่มองว่าราคาสูงนั้นการบินไทยคิดตามราคาปกติที่บินพาณิชย์แบบทั่วไป

ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าอาหารที่บริการบนเครื่องบินไม่ใช่อาหารทั่วไป ต้องผ่านการตรวจสอบต่างๆ ด้านความสะอาดเพื่อนำผ่านขึ้นมาเสิร์ฟบนเครื่องบินได้ จึงมีราคาไม่เท่ากับอาหารทั่วไปที่เราทาน ดังนั้นค่าอาหารที่คิดว่าเกือบ 1.5 ล้านบาท เฉลี่ย 50 คน รวมแล้วตกหัวละประมาณ 30,000 บาท ขาเดินทางไป-กลับ ก็ตกหัวละประมาณ 3,000 บาท ก็เป็นราคาปกติทั่วไป เหมาะสมกับราคาที่เสนอมา

รองเลขาฯ นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนที่เป็นประเด็นกรณีผู้โดยสารที่ร่วมเดินทางมาด้วยนั้น จะมีคณะทางการและมีผู้โดยสารที่ติดเครื่องมาเช่น บุตรสาวของนายกฯ ที่ชำระค่าบริการทุกอย่างเอง ไม่ว่าจะค่าเครื่องบินก็ชำระตามเกณฑ์ ค่าอาหาร ค่าที่พักระหว่างอยู่ที่นี่ ก็ใช้เงินส่วนตัวไม่ได้ใช้เงินของส่วนราชการแม้แต่บาทเดียว นี่เป็นหลักตามพ.ร.บ.ของทำเนียบฯ ใช้กับคนทั่วไป 

ส่วนที่ภริยานายกฯ เดินทางมาด้วยเพราะทางสหรัฐฯ เชิญคู่สมรสมาด้วย และมีภารกิจของคู่สมรส เช่น ดูศูนย์บริหารผู้สูงวัยของสหรัฐฯ เยี่ยมชมชุมชนไทยที่มีปัญหาด้านต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้บุตรสาวของนายกฯ จะไปช่วยศึกษาปัญหาต่างๆ ปัญหาของผู้สูงวัยและช่วยดูแลไม่ได้มีภารกิจใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับราชการหรือนายกฯ เรียกว่ามาดูแลคุณแม่ และช่วยภารกิจของคุณแม่ด้วย ส่วนในภาคเอกชนนั้นไม่มีนั่งเครื่องมาด้วย เอกชนจะเดินทางมาของเขาเอง

รองเลขาฯ นายกฯ กล่าวอีกว่า เรามาในฐานะผู้นำที่สหรัฐฯ เชิญมาจะมีระบบการรักษาความปลอดภัยแบบ Secret Service จาก Homeland Security ต้องใช้เวลาพอสมควรอาจเป็นชั่วโมงในการเคลียร์ต่างๆ จนนำนายกฯ ลงมาขึ้นรถ หากนายกฯ มาเครื่องพาณิชย์ผู้โดยสารในเครื่องจะไม่พอใจแน่นอน อาจต้องมีการชดใช้ 

เราไม่อยากให้กระทบกับผู้โดยสารอื่นทั่วไปเพราะเขาอาจไม่เข้าใจและบางคนอาจมีภารกิจที่เร่งรีบ 1 ชั่วโมงของเขาอาจเกิดปัญหาได้หากเขาต้องไปต่อเที่ยวบิน เป็นกระเด็นหนึ่งที่เราเคยเจอมาแล้ว และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องเหมาลำนำเครื่องมาเอง

รองเลขาฯ นายกฯ กล่าวด้วยว่า “ขอให้มั่นใจใน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างอันใหม่นี้ เราแสดงข้อมูลทุกอย่างบนเว็ปไซต์ จึงเป็นที่มาของคำถามต่างๆ ว่าทำไมค่าอาหาร ค่าน้ำมันต่างๆ เท่านี้ เพราะทุกอย่างดำเนินการด้วยความโปร่งใส”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์