‘ครม.’ รับมือวิกฤติพลังงาน! สั่งทันที ‘หน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ’ WFH เต็มรูปแบบ

10 มี.ค. 2569 - 15:08

  • นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจเริ่มดําเนินมาตรการเวิร์ค ฟอร์ม โฮมในทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบกับการให้บริการประชาชน และงดการเดินทางไปศึกษาดูงานและอบรมในต่างประเทศ โดยให้ดําเนินการในประเทศแทน  

‘ครม.’ รับมือวิกฤติพลังงาน! สั่งทันที ‘หน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ’ WFH เต็มรูปแบบ

ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อวิกฤติด้านพลังงานในประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจเริ่มดําเนินมาตรการเวิร์ค ฟอร์ม โฮมในทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบกับการให้บริการประชาชน และงดการเดินทางไปศึกษาดูงานและอบรมในต่างประเทศ โดยให้ดําเนินการในประเทศแทน  

อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาคเอกชนยังไม่มีแจ้ง ให้หน่วยงานรัฐนำร่องไปก่อน และกำหนดเวลาดำเนินมาตรการยังไม่ได้กำหนดระยะเวลา 

ด้าน อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.รับทราบแนวทางมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างใกล้ชิด กระทรวงพลังงานได้จัดตั้ง ศูนย์ Energy ICS เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับในกรณีที่เกิดผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานของประเทศ 

สำหรับสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยต่อวันประมาณ 124 ล้านลิตรต่อวัน โดย ณ วันที่ 5 มีนาคมประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวม 8,055 ล้านลิตร การใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยประมาณ 3.13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นสัดส่วนสูง โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง  

ในส่วนของปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศ ปัจจุบันมีน้ำมันสำรองรวมประมาณ 8,054 ล้านลิตร ซึ่งแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย และน้ำมันสำรองทางการค้า สามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น 

นอกจากนั้น ยังมีมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวอย่างให้กับภาคส่วนอื่น ๆ ของสังคม อาทิ การปรับการใช้เครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม และตั้งอุณหภูมิประมาณ 26 – 27 องศาเซลเซียส ใส่เสื้อแขนสั้นงดการใส่สูทผูกท้ายยกเว้นมีงานพิธีการ, การลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน เช่น การปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น, การใช้ระบบ Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ และปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน, การลดการใช้ลิฟต์ โดยส่งเสริมให้ใช้บันไดในระยะใกล้, การลดการใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสาร รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสาร, การส่งเสริมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ และการทำงานแบบ Work from Home ตามความเหมาะสม 

รวมถึงมีมาตรการด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง เช่น การตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ, การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม, การใช้รถร่วมกัน หรือ Car Pool, การวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงาน 

รัฐบาล ยังมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ ประสานความร่วมมือสถานีโทรทัศน์วิทยุ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ รณรงค์การประหยัดพลังงานในทุกภาคส่วนในช่วงสถานการณ์วิกฤต ถ้าหากสถานการณ์มีการยกระดับความรุนแรง จนกระทั่งมีผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานเห็นสมควรเสนอแนวทางมาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์