บริหารประเทศได้ไม่กี่เดือน ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ก็เดินทางมาถึง ‘ไฟต์สำคัญ’ ด่านแรก อย่างศึกประชุมสภาผู้แทนราษฎร 3-5 ม.ค.นี้ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ที่มีโอกาสชี้เป็นชี้ตายได้เลยทีเดียว
สำหรับการเตรียมความพร้อมของฝั่งรัฐบาลนั้น วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ยืนยันว่า ไม่มีความกังวล เพราะข้อมูลการใช้งบประมาณฯ ทางรัฐมนตรีได้ส่งหัวข้อสำคัญเตรียมอภิปรายแล้ว สิ่งสำคัญคือพรรคเพื่อไทย มี สส.รุ่นใหม่ เรียนรู้ได้ไว หลังจากทราบงบประมาณฯ ก็ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง มีความมั่นใจมากกว่าทุกครััง มีการเตรียมตัวอย่างดี เชื่อว่าไม่มีปัญหา
ส่วนถ้าหากมีการอภิปรายงบประมาณฯ ของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ซึ่งที่ผ่านมาถูกจับจ้องถึงประเด็นเอื้อประโยชน์นั้น วิสุทธิ์ ระบุว่า ต้องไปดูกฎหมาย เพราะระเบียบออกมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่ง ‘ทักษิณ’ เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับอานิสงส์ หากจะมาเล่นเรื่องนี้ เพื่อทำลายนักโทษคนอื่นๆ ก็ต้องยกเลิกด้วยทั้งหมดใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อทักษิณ
อะไรที่มันมีอยู่แล้ว ไม่ควรไปแตะต้องให้เกิดปัญหา ส่วนตัวเชื่อว่านักการเมืองรุ่นใหม่ ต้องไม่นำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณในสภาฯ มาพูด ขณะที่ฝ่ายค้าน อย่างพรรคก้าวไกล ถือว่าเตรียมตัวมาดีในการอภิปราย ทางรัฐบาลก็ต้องฟัง เชื่อว่าฝ่ายค้านจะไม่เอาการเมืองมาเล่นแน่นอน จะพูดเฉพาะเรื่องงบประมาณฯ ไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์ และรัฐมนตรีทุกท่านเตรียมตัวชี้แจงแล้ว
— วิสุทธิ์ ไชยณรุณ
มากันที่ฝ่ายค้านอย่างพรรคก้าวไกล ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมศึกประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่า ที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน (2 ม.ค. 2567) ได้เชิญกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ (สศช.) ชี้แจงถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2567 นั้นมีสาระสำคัญและมีเหตุผลการปรับเปลี่ยนงบประมาณด้านต่างๆ อย่างไร
ส่วนที่ฝ่ายรัฐบาล ขอให้การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ครั้งนี้ ไม่ให้โยงถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น คิดว่าไม่เกี่ยวข้องอะไร สส.ทุกคนทราบอยู่แล้วว่า วาระที่จำเป็นและเกี่ยวข้องก็ต้องค่อยพูดถึง ถ้าวาระที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอ่ยถึงบุคคลภายนอก
— ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
ปกรณ์วุฒิ ยังเน้นย้ำถึงธีมการอภิปรายที่พรรคก้าวไกล ประกาศไปแล้วนั่นคือ ‘วิกฤติแบบใด? ทำไมจัดงบแบบนี้’ เนื่องด้วยรัฐบาลบอกตลอดเวลาว่า ประเทศไทยอยู่ในวิกฤติ ต้องกู้เงินมาทำโครงการต่างๆ เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต แต่สุดท้ายการกระทำจะสะท้อนออกมา ผ่านการจัดทำงบประมาณว่า รัฐบาลมองประเทศมีวิกฤติจริงหรือไม่
เท่าที่ดู ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในการจัดสรรงบประมาณเปลี่ยนไปจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากเท่าไร เราเข้าใจดีว่า รัฐบาลเพิ่งมาบริหารประเทศได้ไม่กี่เดือน แต่ต้องบอกว่า ตอนที่รัฐบาลรับตำแหน่ง ร่าง พ.ร.บ.งบ ปี 67 พร้อมเข้าสภาฯ อยู่แล้ว แต่เมื่อล่าช้ามาขนาดนี้ เราจึงคาดหวังเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญว่า เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว และทิศทางการหาเสียงแตกต่างจากรัฐบาลที่แล้วพอสมควร ดังนั้น ทิศทางการใช้งบประมาณ ต้องเห็นความแตกต่างจากรัฐบาลที่แล้ว แต่ไม่เห็นว่าจะแตกต่างมากมายแค่ไหน
— ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
ทั้งนี้ เรื่องที่พรรคเพื่อไทย เน้นย้ำอย่างมาก ว่าเราอยู่ในวิกฤติเศรษฐกิจ ฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นว่า การบอกว่ามีวิกฤติเศรษฐกิจแล้วจัดงบฯ แบบนี้หรือ รวมถึงเรื่องงบฯ ด้านสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ ที่พรรคการเมืองพูดถึงวิกฤติความเหลื่อมล้ำ แต่การจัดงบฯ ไม่สามารถบรรเทาความเหลื่อมล้ำในประเทศได้เลย และวิกฤติทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่เด็กเกิดน้อย การศึกษาของเยาวชนเติบโตจนเป็นแรงงานด้านต่างๆ เราได้งบประมาณเพื่อรองรับการเติบโตของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศที่รัฐมนตรีเพิ่งออกมาพูดถึงอัตราเด็กเกิดต่ำ อาจกระทบในอนาคต การจัดงบประมาณสะท้อนวิกฤติปัญหาเหล่านี้หรือไม่
ปกรณ์วุฒิ ทิ้งท้ายด้วยว่า การพิจารณางบประมาณรอบหน้า ขอให้ ครม.ส่งร่างงบประมาณมาให้เร็วกว่านี้ ขอให้ยึดเสมอว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เป็นเรื่องของสภาฯ การที่รัฐบาลลงปฏิทินอยากให้พิจารณาวันนี้แล้วไปรับงานที่สำคัญในสัปดาห์อื่นๆ เหมือนมัดมือชกสภาฯ ต้องพิจารณาในสัปดาห์นี้เท่านั้น เป็นการไม่ให้เกียรติสภาฯ ดังนั้น การพิจารณาร่างงบประมาณฉบับหน้า รัฐบาลควรพูดคุยกับสภาฯ ก่อนจะพิจารณาวันใด
ส่วนความกังวลจะพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ เสร็จไม่ทันตามกรอบ 105 วันนั้น เชื่อว่าสามารถพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ เราพร้อมให้ความร่วมมือ
— ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
ศึกอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 จะดุเด็ดเผ็ดมันส์เพียงใด โปรดติดตาม




