‘วิสุทธิ์ ไชยณรุณ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้ทำประชามติร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ว่า เป็นเรื่องที่ทุกคนเป็นห่วง ซึ่งเป็นธรรมดาเพราะเป็นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นกับประเทศเรา วันนี้ในฐานะที่อยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ เรื่องทั้งหมดที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.)ผ่านไปแล้วก็ส่งไปที่กฤษฎีกา ซึ่งยังมาไม่ถึง จึงยังไม่ได้อ่านสักมาตราว่าเป็นย่างไร อาจจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมก็ได้ และกว่าจะมาถึงวิปฝ่ายค้านและวิรัฐบาลก็ใช้เวลา 40-50 วัน จึงไม่แน่ใจว่า ในร่างที่ครม.เสนอให้มีการทำประชามติหรือไม่ หรืออาจจะมีก็ได้ เรายังตอบไม่ได้ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายสนับสนุนไม่ใช่เห็นต่างอย่างเดียว บางคนไม่เห็นด้วยเพราะอยากให้ถูกกฎหมาย เพื่อไม่ให้ใครไปเก็บส่วย จึงควรทำอะไรให้ถูกต้อง และหลายประเทศทั่วโลกก็ทำ
“การที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย และเป็นเรื่องดีที่ทักท้วงกันมา หากกฤษฎีกาส่งมา พวกผมจะได้รู้ว่าติดขัดตรงไหนอย่างไร” วิสุทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า จะมีการทำความเข้าใจหรือไม่ เพราะมีเสียงคัดค้านการทำกาสิโนค่อนข้างเยอะ วิสุทธิ์ กล่าวว่า มีการทำความเข้าใจอยู่แล้ว บางคนก็ค้านทุกเรื่อง บางคนตจำได้ตอนไปหาเสียงเลือกตั้งก็พูดหน้าตาเฉย ว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะเอาเรื่องใต้ดินขึ้นมาบนดินทั้งหมด ซึ่งก็ไม่เป็นไรเป็นเรื่องปกติ เมื่อถึงเวลาก็ต้องมาพูดกันในสภาฯ ว่าจะมีวิธีการทำอย่างไร
“เราต้องดูว่าประชามติมีในร่างกฎหมายหรือไม่ ไม่ใช่ว่าอยากจะทำประชามติทุกเรื่อง เพราะการทำประชามติครั้งหนึ่งใช้งบประมณ 3 พันล้านบาท ต้องคิดดูดีๆ หรือจะทำประชามติพร้อมกับเรื่องอื่นก็ได้ หรือจะทำพร้อมกับรัฐธรรมนูญก็ได้ ดังนั้นก่อนตอบไปว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ขอให้ได้เห็นร่างกฎหมายที่กฤษฎีกาส่งมาก่อน แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร”
— วิสุทธิ์ กล่าว
ส่วนวาระการประชุมสภาฯ สัปดาห์นี้ วิสุทธิ์กล่าวว่า เป็นการอภิปรายเรื่องการจัดการการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีผู้รออภิปรายกว่า 10 คน และต้องใช้เวลา มองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ คนให้ความสนใจเยอะ เพราะจะทำให้การขออนุญาตต่างๆ ง่ายขึ้น ไม่ติดขัดอย่างบางเรื่องใช้เวลาเป็นปี ก็จะไวขึ้น และในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะมีการเลือกเรื่องที่จะนำมาพิจารณาบรรจุลงวาระ คือเรื่องตั๋วร่วมที่พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงไว้
เมื่อถามว่า เนื่องจากเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จะต้องมีการกำชับ สส. ให้เข้าร่วมประชุมสภาฯ หรือไม่ วิสุทธิ์ กล่าวว่า กำชับทุกสัปดาห์อยู่แล้ว อยากให้ สส. ซึ่งมีหน้าที่หลักคือการประชุม ไม่อยากให้ไปลงพื้นที่ในเวลาประชุมสภา โดยเฉพาะวันพุธ และพฤหัสบดี เพราะเป็นหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบ
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านอาจใช้มุขเดิมเรื่องที่นายกรัฐมนตรี ไม่เข้ามาตอบกระทู้ในสภา วิสุทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติเมื่อเราเป็นฝ่ายค้าน เราก็ถามนายกรัฐมนตรีไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ว่าง หรือติดขัดเรื่องอะไร ก็เป็นธรรมดาทางการเมือง ที่จะต้องถามนายกรัฐมนตรีก่อน จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะนายกรัฐมนตรี ก็มีสิทธิ์ที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบแทนได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกสมัย
เมื่อถามถึงกรณีที่ ‘รังสิมันต์ โรม’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุหากนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้อีก จะไปยื่นเรื่องจริยธรรม ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วิสุทธิ์ กล่าวว่าเป็นสิทธิ์ของ สส. จะไปยื่นได้้ แต่การไม่มาตอบในสภา ไม่ได้ผิดอะไร อาจจะเลื่อนไปเป็นสัปดาห์อื่นก็ได้ เป็นเรื่องธรรมดา ที่บางครั้งจะมีภารกิจทำงานในพื้นที่ มีประชุมวาระสำคัญ หรือไปประเทศอื่น แต่ในสัปดาห์ต่อไปก็ยังมาตอบได้ เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไร การจะไปยื่นอะไรก็เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการไม่เห็นความสำคัญต่อสภาฯ หรือด้อยค่าหรือไม่นั้น วิสุทธิ์ ยืนยันว่า ไม่มีใครด้อยค่า เพราะไม่ใช่ไม่มาเลย อาจจะมีบางครั้งที่ฝ่ายค้านถาม 3 กระทู้ แต่มีรัฐมนตรีมาตอบ 1-2 กระทู้ ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมีความผิดอะไร ย้ำว่า ไม่ใช่การด้อยค่า เป็นเรื่องปกติที่เกิดในสภาทุกยุคทุกสมัย ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย หรือผิดจริยธรรม




