แจงยิบผลงาน รบ. ตอก สว.อย่ามองมุมแคบ

12 มี.ค. 2567 - 12:38

  • ‘หมอมิ้ง’ แจงยิบผลงาน รบ.ตั้งแต่วันแรก ตอก สว.แต่งตั้ง อย่ามองมุมแคบ หวังเห็นผ้าขาวม้าเดินตามผ้าอาหรับได้ ติดป้าย ยี่ห้อหลุยส์วิตตอง

  • ขณะที่ ‘จิรายุ’ เหน็บสว.อย่าอิจฉา ‘เศรษฐา’ บินต่างประเทศ ลามแซะ ‘อดีตนายกฯ’ หลังรปห.ไม่เคยไปไหน เพราะเขาไม่เชิญ

  • ด้าน ‘วราวุธ‘ พร้อมสู้ศึกซักฟอก สว. มั่นใจชี้แจงผลงานได้ พร้อมรับฟังคำติชม

government_praper_senator_debate_12mar24_SPACEBAR_Hero_ae312eb839.jpg

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก สว.ว่าการเดินทางไปต่างประเทศของเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรมว.คลัง ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันกลับมา ขณะที่ผลงานในประเทศก็ไม่เห็นเช่นกัน ว่า สว.ที่ได้รับการแต่งตั้งใช่หรือไม่ที่เป็นตั้งประเด็นคำถามนี้ คิดว่า เป็นการมองไม่รอบด้าน ซึ่งเราไม่ได้แก้ปัญหาอย่างง่ายๆเราต้องใช้ความพยายามในการจัดการ โดยวันแรกที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เรามีผลงานทันที คือลดราคาพลังงาน เช่นค่าไฟฟ้า พักหนี้เกษตรกร จากนั้นก็มีผลงานอื่นๆตามมา เช่นการพัฒนาการให้บริการสาธารณสุข บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ การแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตร ที่ปรับขึ้นเฉลี่ย 40% คงไม่ฟลุค รวมถึงราคายางที่ขึ้นไป 80 บาท จาก 50 บาท เหล่านี้เกิดจากการบริหารจัดการ ราคาข้าวดีขึ้น ส่วนเรื่องต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้สำพันธ์กัน ถ้ามองแคบๆมองเป็นจุดๆ คอยแต่หาจุดผิด แต่ถ้ามองกลับกัน รัฐบาลมองแบบยุทธศาสตร์ การที่นายกฯไปเปิดประเทศให้คนรู้จัด ให้เขาเข้ามาติดต่อค้าขายกันมากขึ้น ทำให้เกิดความมั่นใจขึ้นถือเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจ และอย่าลืมวันนี้งบประมาณยังไม่ผ่านสภาฯ ที่ผ่านมาเราใช้วิธีบริหารจัดการเป็นหลักสามารถเพิ่มโอกาสได้มากมาย

นพ.พรหมินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ต้องใช้สำหรับการปรับโครงสร้างสำคัญที่ยังติดกรอบในเรื่องกฎหมายต่างๆ ถือเป็นข้อจำกัดที่เราพยายามฝ่าและดำเนินการอย่างเต็มที่ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ถามว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความพยายามหรอกหรือ และไม่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯหรือ

“วิธีการคิด นักวิจารณ์หลายคนบอกว่า ไปภาคใต้ เกาไม่ถูกจุด ไม่ถึงรากฐานของปัญหา ก็เพราะแก้แบบเดิมๆมาเกือบ 20 ปี ตอนนี้เราแก้แบบเดิมบวกวิธีใหม่เพิ่มเรื่องเศรษฐกิจ เห็นหรือไม่ผ้าขาวม้าที่นายกฯใช้เป็นผ้าพันคอไปปรากฎอยู่ต่างประเทศได้ ไม่ใช่ของใหม่ คงจำภาพผ้าพันคอยี่ห้อจากอาหรับที่ตีตรายี่ห้อหลุยส์วิตตองปรากฎตามห้าง ถือเป็นตัวอย่างเล็กน้อยที่ปรากฎผล” นพ.พรหมินทร์ กล่าว

นพ.พรหมินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว คือการลงทุน นักลุงทุนต่างๆจะเข้ามา ตอนนี้เราแก้กฎระเบียบให้เกิดความสะดวกเกิดความมั่นใจหลังจากนี้ก็จะเข้ามาชัดเจน รวมถึงการสร้างอีเว้นสำคัญในประเทศ เช่นง่ายที่สุดเอานักแสดงระดับโลกเข้ามา 

ขณะที่ จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตสส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่สมาชิกวุฒิสภา(สว.) พยายามโจมตีเศรษฐาว่าเดินทางไปต่างประเทศ 6 เดือนไปมา 15 ประเทศ ส่วนตัวเห็นว่า สว.อาจจะมาด้วยวิธีการอย่างใด ไม่อยากรื้อฟื้น แต่ท่านจำได้หรือไม่ หลังปฏิวัติปี 57 ผู้นำประเทศไทยไม่ได้ไปไหนเลย หรือไปก็น้อยมาก เพราะเขาไม่ต้อนรับ เขาไม่เชิญ ดังนั้นการเป็นรัฐบาลใหม่มา 6 เดือนก็เหมือนเราเปิดร้านขายของ ถ้าเรานั่งอยู่ที่ร้านไม่เชิญใครมากินเลย ส่วนตัวมองว่า มันผิดวิสัย และ 6 เดือนนายกฯไปมา 15 ประเทศ ส่วนตัวคิดว่า มันน้อยไป เพราะท่านไม่ได้ไปแล้วอยู่ทั้งเดือน จึงถือว่าเป็นเรื่องปกติของรัฐบาลประชาธิปไตย 

“ดูภาพสิ ทั้งผ้าพันคอ ทั้งโอทอป ทั้งซอฟพาวเวอร์ เยอะแยะมากมาย รัฐบาลก่อนหน้านี้ทำแบบนี้หรือไม่ อย่าไปอิจฉา ให้กำลังใจท่านนายกฯไปเถอะ และถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี อีกหน่อยท่านไปฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลีย ยูคัมฟอร์มไทย คุณมาจากประเทศไทยใช่หรือไม่ และนายกฯก็ยังมา มันเจ๋งกว่าหรือเปล่า ดังนั้นต้องให้กำลังใจผู้นำเรา บ้านเมืองถดถอยมาเป็นสิบปี ถือเป็นสิ่งดีที่ท่านเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่เดินทางไปเฉย” จิรายุ กล่าว 

ส่วนวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการดำเนินการของกระทรวง พม. ว่า ในวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้จัดเวิร์กช็อปเกี่ยวกับปัญหาโครงสร้างประชากร ต้องขอบคุณเศรษฐา ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาและร่วมเวิร์กช็อป รวมทั้งได้รับเกียรติจากองค์กรระหว่างประเทศร่วมประชุมๆ ด้วย ซึ่งในที่ประชุมได้มีการพูดคุยและเสนอแนะแนวทางปัญหาโครงสร้างประชากร ที่เป็นเหมือนระเบิดเวลาจะเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศไทยและอีกเวลาไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งในที่ประชุม องค์กรระหว่างประเทศได้เสนอแนวทางและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันหลายเรื่อง อาทิ การให้ความสำคัญกับอาสาสมัครในการทำงาน ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงทั่วโลก การพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้มีมาตรฐาน และการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุ โดยเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานเพื่อทำให้ผู้สูงอายุมีพลัง และมีกิจกรรมทำตลอดเวลา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

วราวุธ กล่าวว่า ภายในปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน กระทรวง พม. จะทำเป็นรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเมื่อได้รับการเห็นชอบ ก็จะนำไปเสนอต่อคณะกรรมาธิการประชากรและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ 

วราวุธ กล่าวต่อว่า ในส่วนรายงานผลการดำเนินงานของศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) 1300 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราได้บริการประชาชน 13,817 กรณี ซึ่งปัญหาที่พบมากที่สุด คือเรื่องเศรษฐกิจความเป็นอยู่ รองลงมาคือปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ตามมาด้วยการเร่ร่อนและขอทาน ซึ่งทาง พม. ได้มีการช่วยเหลือประชาชนไปแล้ว 2,495 คน 

เมื่อถามถึงกรณีที่ สว. จะเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 มีความพร้อมในการชี้แจงหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า ยินดีชี้แจง วันนี้ทำงานมา 6 เดือนแล้ว เชื่อว่า สว. คงมีข้อสงสัย ก็จะได้มีโอกาสชี้แจงว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ทางรัฐบาลได้ดำเนินการในแต่ละกระทรวงในมิติใดบ้าง ส่วนของ พม. ยินดีรับฟังคำติชม หากมีข้อสงสัยใดก็จะมีเจ้าหน้าที่กระทรวงให้ข้อมูลแก่ตนเองในการชี้แจงต่อ สว.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์