‘เลขาฯ สภาพัฒน์’ เผยนายกฯ ขอบคุณประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน-ดันสต็อกน้ำมันเพิ่ม ชี้สถานการณ์ยังไม่แน่นอน

8 เม.ย. 2569 - 16:33

  • ‘เลขาฯ สภาพัฒน์’ เผยการใช้น้ำมันดีเซลลดฮวบ จาก 82 ล้านลิตร เหลือเพียง 45–56 ล้านลิตร

  • สะท้อนความร่วมมือประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน ดันสต็อกน้ำมันเพิ่ม

  • ย้ำสถานการณ์ยังไม่แน่นอน ขอประหยัดต่อ ยืดเวลาการใช้น้ำมันในประเทศ

‘เลขาฯ สภาพัฒน์’ เผยนายกฯ ขอบคุณประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน-ดันสต็อกน้ำมันเพิ่ม ชี้สถานการณ์ยังไม่แน่นอน

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ ‘สภาพัฒน์’ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ ได้ให้ผมเข้าไปพบเพื่อรายงานสถานการณ์ของการจำหน่ายน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จากเดิมที่เรามีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลเฉลี่ยประมาณ 82 ล้านลิตร

ซึ่งในช่วงตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน เป็นต้นมา ปริมาณการใช้น้ำมันปรับลดลง อยู่ที่ประมาณ 45 ล้านลิตร และเมื่อวันที่ 6 เมษายน อยู่ที่ประมาณ 56 ล้านลิตร ซึ่งลดลงจากที่เคยบริโภคในช่วงของสถานการณ์ตะวันออกกลางช่วงแรก

นายกฯ จึงฝากขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันประหยัดพลังงาน ซึ่งการใช้น้ำมันที่ลดลงตรงจุดนี้ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ทำให้เรามีสต็อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสามารถสะสมน้ำมันเพื่อใช้ในการบริโภค ยืดเวลาการใช้น้ำมันของเราออกไปได้นานขึ้นกว่าเดิม

ขณะเดียวกัน ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ก็ต้องขอความร่วมมือประชาชนดำเนินการต่อ เพราะสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แม้ว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาชะลอการเข้าไปโจมตีอิหร่านประมาณสองสัปดาห์ แต่เรายังไม่ทราบว่าหลังจากสองสัปดาห์แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ฉะนั้นในช่วงนี้อยากให้ทุกท่านยังคงช่วยกันประหยัดพลังงาน

เพราะในช่วงถัดไป การจัดหาน้ำมัน ถ้าสถานการณ์กลับเข้าสู่จุดเดิมและอาจจะเลวร้ายลงกว่าเดิม การจัดหาน้ำมันอาจจะยากขึ้น เพราะฉะนั้นหากเราสามารถประหยัดพลังงาน และมีการสะสมสต็อกน้ำมันในช่วงนี้ได้มากขึ้น จะยืดเวลาการมีน้ำมันให้ประชาชนได้ใช้ในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพได้นานกว่าเดิม

ส่วนที่ระบุว่าสามารถยืดเวลาได้นั้นจะยืดได้กี่วัน ดนุชา กล่าวว่า ตอนนี้สต็อกน้ำมันที่บอกว่ามีร้อยกว่าวัน มีประมาณ 50 กว่าวัน ที่เป็นน้ำมันกำลังเดินทางเข้ามา ส่วนน้ำมันที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้ที่ใช้อยู่ จะมีสต็อกตามกฎหมายประมาณ 25 วัน และสต็อกสำหรับการจำหน่ายประมาณ 18-20 วัน ฉะนั้นการที่เราใช้น้ำมันลดลง กำลังการผลิตในโรงกลั่นจะลดลงตามมา ซึ่งก็จะดีกับโรงกลั่นด้วย

โดยในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โรงกลั่นต้องเร่งกำลังการผลิตขึ้นมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าอยู่ในลักษณะนี้เป็นเวลายาวนาน ตัวโรงกลั่นเองอาจจะมีปัญหา หรือระบบการผลิตเกิดความเสียหาย

ฉะนั้นถ้าเราใช้น้ำมันลดลงอย่างนี้ จะทำให้กำลังการผลิตสามารถลดลงมาได้ จะได้กลับมาสู่ภาวะปกติ และจะได้มีสต็อกน้ำมันมากขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับว่า หากเราสามารถลดการใช้น้ำมันได้เรื่อย ๆ สต็อกน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะทำให้ยืดเวลาได้ ส่วนจะกี่วันนั้น รายละเอียดก็ต้องคุยกับกระทรวงพลังงานด้วย เข้าใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้คุยเรื่องนี้กับประชาชนเช่นกัน

ส่วนการลดการใช้น้ำมัน ตรงนี้จะช่วยสถานะของกองทุนน้ำมันได้ด้วยหรือไม่นั้น ดนุชา กล่าวว่า “ถ้าลดก็จะช่วยสถานะกองทุนน้ำมัน ในแง่ของเงินที่จ่ายออก ส่วนค่าการกลั่นที่มีการประกาศออกมาเมื่อวันที่ 7 เม.ย. และได้ลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ตรงนี้จะทำให้กองทุนน้ำมันมีรายจ่ายต่อวันลดลง เบื้องต้นน่าจะอยู่ประมาณ จากเดิม 1,500 ล้านบาท อาจจะเหลือประมาณ 1,200 ล้านบาท ก็จะชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้ของกองทุนลงได้ ซึ่งก็จะดีกับฐานะการคลังของประเทศด้วย ก็จะมีเงินเพียงพอในการใช้ช่วยประชาชน ในการลดผลกระทบ รวมถึงภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น”

แม้จริง ๆ ราคาน้ำมันตอนนี้จะเริ่มปรับลดลง จากเมื่อเช้าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศก็ตาม แต่ถ้าพูดจริง ๆ ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติอยู่ดี ถ้าเราสามารถช่วยกันประหยัดได้ก็จะช่วยได้เยอะ

เมื่อถามว่า นายกฯ ได้คุยถึงน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะไม่ขาดแคลนใช่หรือไม่ ดนุชา กล่าวว่า “ไม่ขาด ตอนนี้ในระบบสถานีบริการน้ำมัน จากข้อมูลทั้งของปตท. และบางจาก ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำมันขาดมา 2-3 วันแล้ว”

ส่วนแนวคิดการจะปิดปั๊มน้ำมันเป็นเวลา ยังมีอยู่หรือไม่นั้น ดนุชา กล่าวว่า ตรงนั้นต้องคุยกันในรายละเอียดอีกที ซึ่งเมื่อเช้าก็มีข่าวเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถบรรทุกที่เขาจะได้รับผลกระทบ ก็ต้องมาดูว่าจะออกเป็นมาตรการในลักษณะไหน ไม่ให้กระทบกันมาก

แต่สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องปรับตัว เพราะตอนนี้เป็นเรื่องน้ำมันแพง แต่ในระยะถัดไปจะกลายเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจตามมา ฉะนั้นทุกคนต้องปรับตัวทั้งเรื่องการประหยัดและการใช้ชีวิต ต้องปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์