สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย โจมตี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ไม่ลงพื้นที่น้ำท่วมว่า “นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมตั้งแต่ก่อนแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอื่น และในข้อสั่งการของนายกฯ ในการประชุม ครม.ครั้งแรก วันที่ 30 ก.ย. ข้อแรกคือ เรื่องเกี่ยวกับน้ำท่วม แสดงให้เห็นถึงความจริงใจของนายกฯ ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม”
ส่วนสาเหตุที่นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาแทนที่จะลงพื้นที่น้ำท่วมนั้น เนื่องจากแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่เพิ่งมารับตำแหน่ง ดังนั้นการพบปะให้กำลังใจและความมั่นใจแก่ฝ่ายความมั่นคงว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ยังมีมติที่สำคัญคือ จากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับความมั่นคงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จึงไปสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
สิริพงศ์ กล่าวว่า “แม้นายกฯ จะอยู่พื้นที่ชายแดนแต่ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็น สันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกฯ, ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย, พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม, พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ดูแลสถานการณ์ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ไปเดินเยี่ยมตอนน้ำลงแล้ว ซึ่งวันนี้น้ำกำลังท่วมอยู่ การดูแลต้องดูแลทั้งระบบ ทั้งเรื่องการขนย้าย การอพยพ การตัดไฟ การดูแลผู้ป่วยติดเตียง โดยวันนี้ (6 ต.ค.) มีรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง เช่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ดูสถานการณ์พื้นที่น้ำท่วมภาพรวม และช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นายกฯ จะเป็นประธานประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันภัยพิบัติ (คอภ.) ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกฯ ให้ความสำคัญมาก”
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า “เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ระหว่างปฏิบัติภารกิจหัวใจติดปีกที่ จ.อุดรธานี ระหว่างที่รอแพทย์ผ่าตัดหัวใจ นายกฯ ยังได้แวะไปดูน้ำท่วมที่ จ.อุดรธานี นี่คงแสดงออกให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของนายกฯ แต่แน่นอนว่าการนำเสนอภาพข่าวบางภาพ คนสองคนอยู่คนละพื้นที่ คงเป็นไปได้ยากที่จะเห็นภาพของเขาเอานายกฯ ของเรามาลงพื้นที่เดียวกัน แต่ยืนยันว่านายกฯ ให้ความสนใจ ตั้งใจ และให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการป้องกัน การอพยพ หรือการเยียวยาสถานการณ์น้ำท่วม”
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเป็นการถูกตัดหน้าหรือไม่? สิริพงศ์ กล่าวว่า “ไม่ได้มองว่าเป็นการถูกตัดหน้า ตนคิดว่าพื้นที่ใครๆ ใกล้ก็ไปก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าไปก่อนแล้วทำดีกว่า”
เห็นอย่างไรดำเนินการได้เลย! เมิน ‘จิรายุ’ จี้ปมสอบคุณสมบัติ ‘สันติ ปิยะทัต’
ส่วนกรณี จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกฯ เรียกร้องให้มีการ “ปรับ ครม.” หลังพบ สันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกฯ มีผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น
สิริพงศ์ชี้แจงว่า “เรื่องนี้ขอให้เป็นเรื่องของการดำเนินการที่หาก จิรายุเห็นอย่างไรก็ดำเนินการไปตามบทบาทหน้าที่ของท่าน ตามที่ท่านทำได้เลย แต่ในการตั้ง ครม. นายกฯ ได้ส่งตรวจสอบประวัติทุกคนครบถ้วนแล้ว แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะไม่พอใจ เพราะรัฐมนตรีที่เคยอยู่กับเขามาครั้งที่แล้ว มาครั้งนี้เขาก็ยังไม่พอใจ”
‘นายกฯ’ กำชับเร่งติดตามคดีเหตุปล้นทอง อ.สุไหงโกลก อย่างใกล้ชิด
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ปล้นทองที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ที่กลุ่มคนร้ายกวาดทองไปน้ำหนักรวม400 บาท ว่า “เหตุการณ์หลายอย่างเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในหลายประเด็น รวมถึงเรื่องการปล้นทองที่เกิดขึ้นด้วย พร้อมให้มีการเร่งติดตามคดีอย่างใกล้ชิด ส่วนอีกประเด็นคือที่ประชาชนถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวง นายกฯ ได้ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน และคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยภายใน 1-2 วัน”




