‘โฆษกฯ’ แจง รบ. ‘บิ๊กตู่’ อยู่จนกว่าจะมี ครม.ใหม่

1 มิ.ย. 2566 - 17:37

  • ‘อนุชา’ แจงไทม์ไลน์หลังเลือกตั้ง รัฐบาลชุดปัจจุบันยังไม่ต้องเก็บของ นั่งทำงานจนกว่าจะมี ครม.ใหม่

  • ชี้เลือกนายกฯ ไม่มีเงื่อนเวลา อัด ‘ก้าวไกล’ พูดเกินเหตุ

Government_timeline_Prayut_is_still_there_until_there_is_a_new_cabinet_SPACEBAR_Hero_d7dae60956.jpeg
ทำเนียบรัฐบาล (1 มิถุนายน 2566) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (โฆษกรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวโฆษกพรรคก้าวไกล (กก.) ออกมาพูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งเป็นต้นมายังไม่พูดแสดงความยินดีกับผู้ได้รับการเลือกตั้งต่างๆ หรืออะไรต่างๆ 

โดยโฆษกรัฐบาล ระบุว่า ต้องชี้แจงว่านายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจกับพี่น้องประชาชนไปตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังการเลือกตั้งแล้ว โดยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกวันอังคารหลังการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีไปแล้ว ดังนั้นตรงนี้อยากให้เข้าใจตรงกัน  

ส่วนที่มีการพูดถึงเรื่องสปิริตของนายกฯ หรือรัฐบาลชุดปัจจุบันทำไมถึงไม่ดำเนินการในลักษณะที่จะให้ความร่วมมือในการที่จะมีการเปลี่ยนผ่านหลังเลือกตั้งมาแล้ว และทราบว่าพรรคการเมืองใดกำลังจัดตั้งรัฐบาลกันอยู่นั้น อนุชา กล่าวว่า ตรงนี้ตนได้เคยชี้แจงไปหลายรอบแล้ว ในเรื่องไทม์ไลน์ต่างๆ ว่า หลังจากการเลือกตั้งจะมีกำหนดระยะเวลาอย่างไรบ้าง  

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการรับรองภายใน 60 วันหลังการเลือกตั้ง และหลังจากที่มีการรับรองแล้ว จะมีการเปิดสมัยประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และเมื่อได้ประธานสภาฯ แล้วก็จะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี 

เมื่อนายกฯ มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) และถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว รัฐบาลชุดนี้ก็จะหยุดปฏิบัติหน้าที่และพร้อมให้ทางรัฐบาลใหม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณต้นเดือนสิงหาคม  

“ตรงนี้อยากชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าไทม์ไลน์ต่างๆ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังเป็นลักษณะนี้อยู่ และปัจจุบันหากพรรคการเมืองที่กำลังรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลต้องการที่จะเดินสายไปพบกับหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ ทางรัฐบาลเองไม่ได้ห้ามปราม เราก็เห็นอยู่ทั้งสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทยต่างๆ” โฆษกรัฐบาล กล่าว  

อนุชา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคราชการ ต้องบอกว่าในส่วนของข้าราชการเองก็มีเสียงสะท้อน พูดคุยกลับมาทางรัฐบาลเหมือนกัน ว่าในลักษณะเช่นนี้อาจจะเหมาะสมหรือไม่อย่างไร เพราะปัจจุบันรัฐบาลที่กำลังดำเนินงาน ยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว โดยมีการประชุมกับหน่วยงานราชการ และคณะรัฐมนตรีต่างๆ จึงอยากให้ประชาชนและพรรคการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองที่กำลังฟอร์มจัดตั้งรัฐบาลอยู่ ได้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของรัฐบาลในปัจจุบัน และบทบาทหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในปัจจุบันด้วยว่ายังคงทำหน้าที่อยู่  

และในส่วนของไทม์ไลน์ต่างๆ สิ่งแรกรอ กกต. ประกาศเรื่องการรับรองผู้สมัคร ส.ส.ตามไทม์ไลน์ที่พูดถึงจะมีการเรียกประชุมสภาฯ ได้เมื่อมีการรับรอง ส.ส.ได้ครบ 95% หรือประมาณ 475 คน ซึ่งถือเป็นครรลองที่รัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศมาตลอด จึงอยากให้พรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลอยู่ได้เข้าใจ รวมถึงพี่น้องประชาชนเพื่อเข้าใจตรงกันในเรื่องของไทม์ไลน์และการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลในชุดปัจจุบันด้วย 

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าสมมุติยังจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ ไทม์ไลน์จะเลยเดือนสิงหาคมก็มีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า การรับรอง ส.ส.ต้องอยู่ภายใน 60 วัน ตรงนั้นชัดเจน หลังจากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาฯ ซึ่งกำหนดไว้หลังจากมีการเรียกประชุมแล้ว  

เมื่อมีการเลือกประธานสภาฯ แล้ว การที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ ดังนั้นตรงนี้รัฐบาลต้องทำหน้าที่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของนโยบาย ซึ่งอนาคตอาจจะเกิดอะไรขึ้นมาก็ตาม เราคงดำเนินการในลักษณะที่ กกต.กำหนดไว้อยู่แล้ว คือ  

1.จะไม่ใช้งบประมาณที่ยังไม่ได้อนุมัติจาก กกต. 2.การจะดำเนินนโยบายอะไรต่างๆ คงต้องรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ซึ่งที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาเกือบ 3-4  สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดในเรื่องนี้ อย่างเช่นเรื่องการลดค่าไฟ เราได้มีการดำเนินการส่งให้ กกต. เรื่องการโยกย้ายบุคลากรต่างๆ ก็ได้ส่งให้ กกต. เพื่ออนุมัติกลับมา 

เมื่อถามว่าแสดงว่าการที่ออกมาพูดว่านายกรัฐมนตรีไม่เก็บข้าวเก็บของตรงนี้ถือว่าเกินเลยไปหรือไม่ อนุชา กล่าวว่า การที่ออกมาพูดว่ารัฐบาลไม่โชว์สปิริต และไม่มีการมอบหมาย หรือไม่มีการดำเนินการในลักษณะเหมือนเตรียมเก็บของเพื่อที่จะออกจากทำเนียบรัฐบาลอะไรต่างๆ คิดว่าเป็นการพูดที่เกินกว่าเหตุ ตอนนี้ในส่วนของการจัดตั้งรัฐบาลทุกคนก็ให้กำลังใจอยู่ อยากให้พรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนเสียงข้างมากมาดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย  

“นายกรัฐมนตรีกล่าวอยู่เสมอว่า จะไม่ไปก้าวล่วง และจะให้พรรคการเมืองที่ได้รับเสียงจากพี่น้องประชาชนได้เดินหน้าอย่างเต็มที่ เพียงแต่ให้ระมัดระวังเรื่องของระเบียบต่างๆ เท่านั้นเอง โดยเฉพาะการเรียกข้าราชการหรืออะไรต่างๆ เท่านั้นเอง” อนุชา กล่าว 

เมื่อย้ำถามว่า แสดงว่ายังไม่มีการเก็บของจนกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ยังจะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ และอยากให้เข้าใจไทม์ไลน์ตรงกัน ไม่ใช่วันที่มีการเลือกนายกฯ แล้วจะถือว่าจบแล้ว มันไม่ใช่ ยังไม่เสร็จสิ้น ต้องให้มีการฟอร์ม ครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อน นั่นถึงจะเรียกว่าเป็นการยุติบทบาทของรัฐบาลชุดปัจจุบัน 

“ดังนั้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องเก็บข้าว เก็บของ โชว์สปิริตในการที่จะไม่มาทำงาน เวลานี้เราต้องเข้ามาทำหน้าที่ แม้กระทั่งตามกระทรวงต่างๆ รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ยังต้องเข้ามาทำงานทำเนียบรัฐบาลตามปกติ” 

เมื่อถามว่ากรณีที่ไม่มีไทม์ไลน์เรื่องการเลือกนายกฯ ทางพรรคเสียงข้างมากจะไม่สามารถว่ากล่าวอะไรได้ใช่หรือไม่ เพราะเลือกกันไม่ได้เอง ตรงนี้จะทำความเข้าใจอย่างไร อนุชา กล่าวว่า ภายหลังมีการเลือกประธานสภาฯ ก็จะเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 คนที่ 2 แล้วหลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาฯ ที่จะรวบรวมเสียงหรือมีการพูดคุยกัน อาจจะผ่านพรรคร่วมที่แสดงเจตจำนงจัดตั้งรัฐบาล เพื่อที่จะเสนอชื่อนายกฯ

“ซึ่งหากตรงนั้นไม่สามารถดำเนินการได้รัฐบาลชุดนี้ก็ยังต้องทำหน้าที่ต่อไป โดยไม่มีกำหนดเวลาว่าจะต้องเสร็จสิ้นภายในเวลาเมื่อไหร่ หากยังหาไม่ได้รัฐบาลชุดนี้ก็คงต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเรื่อยๆ อันนี้เป็นเรื่องของระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์