
ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยมี ชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย ชูชัย มุ่งเจริญพร สส.เขต 2 พรรคเพื่อไทย มาให้การต้อนรับ

ภูมิธรรม กล่าวว่า “เราด้วยความห่วงใย เราทราบดีว่าประชาชนทุกคนมีความยากลำบากในสิ่งที่ไม่ใช่ความผิดของเราเลย เป็นเรื่องที่ส่วนอื่นนอกประเทศ โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นคู่ขัดแย้งของเราทำขึ้น สร้างขึ้น และทำให้ประชาชนเดือดร้อน ในขั้นต้น พวกเราทุกคนหน่วยหลัง ได้ทำการดูแลแผนพิทักษ์ส่วนหลังทั้งหมด พยายามดูแลทุกส่วนอย่างเต็มที่ ส่วนแนวหน้า ทหารกล้าของเรา ได้ทำหน้าที่พยายามปกป้องดินแดนอธิปไตยของประเทศ และพยายามที่จะพิทักษ์รักษาดูแลครอบครัว บ้านเรือนทุกอย่างของประชาชนอย่างดี วันนี้เราทราบว่าประชาชนคิดถึงบ้าน ขณะที่ออกมาแล้วนั้น เราพยายามที่ ชรบ. อส. ตำรวจตระเวนชายแดนและตำรวจทุกภาคส่วน หรือฝ่ายปกครอง ดูแลรักษาบ้านเรือนของประชาชนอย่างเต็มที่
รัฐบาลห่วงใยอย่างยิ่ง และมีการปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่างๆ ก็คอยช่วยเหลือประชาชนในขั้นต้นที่เกิดเหตุการณ์ เราได้เพิ่มเงินให้จังหวัดทั้ง 7 จังหวัดชายแดน และเพิ่มเงินดูแลจาก 20 ล้านบาทเป็น 100 ล้านบาท และช่วยดูแลศูนย์อพยพทั้งหมด เราเห็นอกเห็นใจ ทุกข์ของประชาชนคือทุกข์อันดับหนึ่ง ที่เราต้องดูแล รวมทั้งทรัพย์สินของประชาชนว่าทุกคนอยากกลับบ้านเต็มที่แล้วเต็มตามแผน

ภูมิธรรมเผยด้วยว่า “จะมีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดสี่จังหวัดอีสานใต้และชี้แจงกฎเกณฑ์กติกา ขณะนี้ท้องถิ่นทั้งหมดลงไปดูสำรวจพื้นที่บ้านเรือนที่เสียหาย ถ้าเสียหายรุนแรงพยายามหาที่พักให้ก่อน และมีการซ่อมแซมระดมทหารทหารช่าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรืออาชีวะทั้งในจังหวัด มาคอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนก่อน”
“รัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้เซ็นเรื่องให้ที่ประชุม ครม. ได้มีการปรากฏเกณฑ์ในการช่วยเหลือ เพราะภัยพิบัติครั้งนี้ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ภัยปกติ ไม่ใช่ภัยที่จะเกิดขึ้นได้ตามปกติ เป็นภัยที่เกิดขึ้นยากลำบากนานครั้งที่จะเกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว เสียหายถึงชีวิตและประชาชนและผู้ปฏิบัติงานของรัฐทุกภาค”
ส่วนมีการลือมาเป็นสิ่งที่ไม่จริงบ้างผิดๆบ้าง ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน อยากทำให้ทุกคนทราบ รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้คืนสู่สภาวะปกติเร็วที่สุด คือเห็นชอบหลักเกณฑ์ให้เงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีชายแดนไทย-กัมพูชาในกรณีที่เสียชีวิตและทุพพลภาพ เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตำรวจ จ่ายให้รายละ 10 ล้านบาทจากที่เคยได้หนึ่งล้านบาท ประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้จะให้รายละ 8 ล้านบาท กรณีบาดเจ็บมาก เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตำรวจ รายละ 500,000 บาท ประชาชนรายละ 400,000 บาท และอนุมัติขยายวงเงินทดรองผู้ประสบภัยในกรณีฉุกเฉินในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด เพิ่มเติมเป็น 100 ล้านบาท

ภูมิธรรมกล่าวอีกว่า “ยังได้สั่งการให้กรมบัญชีกลาง ขออนุมัติ นอกเหนือหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เป็นค่าใช้จ่ายในการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว ปรับปรุงสถานที่ เครื่องอุปโภคบริโภค และตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ประสบภัย ในวันพรุ่งนี้ ผมจะประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ประสานกระทรวงคมนาคมให้นำรถ ยานพาหนะ นำพาประชาชนกลับบ้านด้วยความปลอดภัย”
“นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น ดำเนินตามระเบียบข้อบังคับเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืองบประมาณในส่วนของปอพอ ให้มาช่วยเหลือเยียวยาตามสมควร ให้ช่วยเหลือประชาชนโดยทันที”
พร้อมกันนี้ยังสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ “อำนวยความสะดวกจัดรถส่งพี่น้องประชาชนให้กลับถึงบ้าน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสำรวจความเสียหายของบ้านเรือน สภาพความพร้อมของการใช้งานของไฟฟ้า ประปา”

ภูมิธรรมเผยด้วยว่า “เมื่อวานผมได้หารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทย เตรียมพิจารณาลดค่าหรืออาจจะละเว้นค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ ขณะนี้ กำลังให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ไปหาแนวทางดำเนินการอยู่”
“นอกจากนี้ สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องรีบจัดการให้ประชาชนโดยเร็ว หลังจากให้งบประมาณแล้ว ให้อำนาจในการตัดสินใจแล้ว เชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัด มีจิตใจที่รักราษฎรในปกครองของตนเอง จะดูแลช่วยกันอย่างเต็มที่ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลให้ความห่วงใยและพยายามดำเนินการต่างๆ อย่างเต็มที่”
สิ่งที่ได้กล่าวมาแล้วคือความห่วงใยที่รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและให้ความใส่ใจเป็นอย่างดี และในวันพรุ่งนี้ รัฐมนตรีทุกคนจะเข้าพื้นที่ หลังจากได้ประกาศสั่งการแล้วดำเนินการแล้ว ยังมีอะไรที่ติดขัดบกพร่องเป็นปัญหาหรือไม่ จะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา ฝากกำลังใจให้ความรู้สึกห่วงใยส่วนหลังทั้งหมด ตอนนี้รออีกนิดนึง รอให้แต่ละพื้นที่ดูตามความเป็นจริง ที่ไหนปลอดภัยแล้ว อันไหนที่เป็นปัญหาอุปสรรค จะได้แก้ไข จะได้ส่งพี่น้องประชาชนกลับบ้านอย่างช้าในวันพรุ่งนี้ จะได้กลับบ้านทุกคน พร้อมได้ประสานกับกองทัพ ทั้งแม่ทัพภาคที่สอง และแม่ทัพภาคที่หนึ่ง ที่อยู่ในพื้นที่ทั้งหมด ขอประชาชนอดใจรออีกนิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภูมิธรรมได้พาผู้สูงอายุที่จะเดินทางกลับบ้าน ขึ้นรถของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องเคลื่อนย้ายด้วยรถพยาบาล





