จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะแถลงถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ว่า เป็นสิ่งดี เพราะอย่างที่ส่วนตัวได้ยืนยันมาเมื่อเช้า ว่า ป.ป.ช. มีมติและจะทำความเห็น รวมถึงจะมีการแถลงในเรื่องนี้ ซึ่งต้องรอรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรับฟังอยู่แล้ว
จุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ว่าความเห็นของ ป.ป.ช. จะมาทันหรือไม่ทัน เราก็เดินหน้าประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตอยู่ดี เราต้องทำคู่ขนานกันไป จากที่รับฟังจากสื่อ ส่วนตัวยังไม่เห็นเอกสารจริง ก็มีการปรับเนื้อหามาพอสมควร ในเรื่องกรอบอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ของ ป.ป.ช. และการชี้ชัดเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วน ต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจนชัดเจนอีกครั้ง ถึงจะกล่าวได้มากกว่านี้
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าความคิดเห็นของคณะกรรมการชุดใหญ่ จะมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกับคณะอนุกรรมการ ที่สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธาน จุลพันธ์ กล่าวว่า คงไปพะวงตรงนั้นไม่ได้ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจชี้ถึงความจำเป็น ที่ต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ เราก็เดินคู่ขนานหากความเห็น ป.ป.ช.มา เราก็รับฟัง เมื่อมาถึงแล้ว เราก็ดำเนินการ เพื่อให้ตอบข้อคำถามข้อห่วงใยเหล่านั้นได้ ย้ำว่า ในส่วนของคณะกรรมการดิจิทัลฯ เราก็เดินหน้าโครงการคู่ขนานพร้อมกัน ไม่ได้รอหรือพะวงอะไร
เมื่อถามย้ำว่า เริ่มมีเอกสาร ป.ป.ช. หลุดออกมาแล้ว จะนำไปสู่ข้อถกเถียงว่าเศรษฐกิจวิกฤตหรือไม่วิกฤต จุลพันธ์ กล่าวว่า “อย่าให้คอมเมนต์เรื่องหลุดเลยครับ เรายังไม่เห็นเอกสาร เดี๋ยวออกมาชัดๆ ผมดูแล้วผมจะมาตอบอีกครั้ง”
เมื่อถามว่า หากเอกสารที่ออกมายืนยันว่าเศรษฐกิจไม่ได้วิกฤต จุลพันธ์ กล่าวว่า เรามีหน้าที่ที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจ ส่วนเรื่องนี้เป็นความเห็นและความห่วงใยและข้อห่วงใยในเรื่องสถานการณ์ต่างๆ เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันเป็นหลัก ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในส่วนของรัฐบาล เรามีหน้าที่เดินหน้านโยบาย ตามที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ ซึ่งนโยบายนี้เป็นหนึ่งในนโยบายหลัก สถานการณ์ก็ชี้ชัดมาเรื่อยๆ ว่า วันนี้สถานการณ์ไม่ดี เราต้องหาหนทางที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าให้ได้
เมื่อถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่เราต้องรับฟังและดำเนินการตาม ป.ป.ช. จุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องเรียนว่าไม่ใช่แค่ ป.ป.ช. นักข่าวทัก ก็ฟัง ประชาชนทัก ก็ยิ่งรับฟัง และรัฐบาลชุดนี้ที่มาจากประชาชน มีข้อคิดเห็นใดที่ทักท้วงมา เรายินดีรับฟังและที่ปรับแก้ให้เป็นประโยชน์ ได้เราทำ ข้อใดที่คิดว่าเป็นปัญหาเราก็พยายามแก้ไข และเดินหน้าให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย
เมื่อถามว่า หากความคิดเห็นของ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ออกมาเป็นลบ และรัฐบาลยังยืนยันที่จะเดินหน้าต่อกังวลหรือไม่ว่า จะถูกร้องเรียนในภายหลัง จุลพันธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยเต็มไปด้วยนักร้อง ไม่ว่ากรณีใดก็คิดว่ามีคนประสงค์ดีให้เราอยู่แล้วหรือไม่ ส่วนตัวยังไม่คิดถึงกรณีที่ยังไม่มีคนร้อง ต่อให้ทำ ถูกต้องสุจริตทุกประการ ก็ยังมีคนร้องได้ทุกเรื่องต้องรอดูให้เป็นไปตามขั้นตอน
เมื่อถามว่า ในส่วนเอกสารที่หลุดมีการระบุว่า กู้เงิน 5 แสนล้านบาท แต่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ 0.6 เปอร์เซ็นต์ จุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียด ตนเชื่อว่ากลไกการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่สามารถกระตุ้นได้แค่ 0.6 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีกลไกที่บังคับและกำหนดอยู่ เช่น การใช้จ่ายรอบแรก คือ การใช้จ่ายในระยะเวลาหกเดือน หรือกลไกการบังคับว่า ไม่ให้นำไปใช้เกี่ยวกับการพนัน ซึ่งกลไกเหล่านี้ล้วนเป็นกลไกที่บังคับให้ เกิดการผลิตการจ้างงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่ได้ห่วงเรื่องตัวคูณทางเศรษฐกิจ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หลายคนกังวลว่า การเลื่อนเปิดอภิปรายทั่วไปของสว. จะไม่ทันต่อสมัยประชุม แล้วจะยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเรื่องการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ว่า ไม่ได้กังวล ซึ่งมณพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เสนอในที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เรื่องกรอบเวลาในการอภิปรายนั้น รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้กำหนดฝ่ายเดียว แต่ต้องหารือกับวิปทางสว.ด้วย หากสว.มีความกังวล สว.ก็ควรหารือกับวิปของสว.มากกว่า
ส่วนกรอบเวลาปิดสมัยประชุมชัดเจนอยู่แล้วว่า ช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายน ทางรัฐบาลไม่สามารถไปเลื่อนเวลาได้ และการกำหนดกรอบช่วงเดือนมีนาคม นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคน ก็ได้รับทราบและมีการปรับตารางงาน หากไม่ได้ติดภารกิจสำคัญจริงๆ ทุกคนก็จะทำตัวให้ว่าง เพื่อไปร่วมรับฟังการอภิปราย และเชื่อว่า รัฐมนตรีทุกคนพร้อมไปชี้แจงและตอบข้อซักถาม ไม่ได้กังวลอะไร
เมื่อถามว่า สว.หลายคนมองว่า เป็นการยื้อเวลาเพื่อรอให้สว.หมดวาระ จุลพันธ์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ขณะนี้สว.ก็ยังไม่หมดวาระ ซึ่งจะหมดวาระเดือนพฤษภาคมนี้ ดังนั้น ก็สามารถใช้สิทธิ์อภิปรายได้อย่างเต็มที่ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เลื่อน แต่เป็นการหารือร่วมกันระหว่างตัวแทนรัฐบาลและวิป สว.




