อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพรุ่งนี้ (14 ธันวาคม) ที่จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ซึ่งอาจมีปัญหาองค์ประชุมสภาฯ ล่ม โดยยอมรับว่า มีความเป็นไปได้จะมี ส.ส.ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาลเตรียมตัวลาออก ซึ่งจะผลกระทบต่อองค์ประชุมสภาฯ แน่นอน
“สิ่งที่ตนพยายามเรียกร้องมาตลอดไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้าน แต่ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลด้วยว่า หากเปรียบสภาฯ ตอนนี้ ก็เหมือนบ้านของเรากินข้าวหม้อเดียวกัน และเป็นช่วงปลายสมัยของรัฐบาลชุดนี้
จึงขอเชิญชวนแต่ละคนให้มาร่วมประชุมสภาฯ แต่ตนก็เข้าใจบริบทของแต่ละคนว่าเป็นห่วงพื้นที่ หากไม่ได้เจอพี่น้องประชาชนในช่วงนี้ จะมีผลกระทบต่อการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนให้ ส.ส.แต่ละคนมาทำหน้าที่หลักในสภาฯ และคาดหวังว่าอยากให้ ส.ส.นำปัญหามาแก้ไขให้พี่น้องประชาชนได้” อรรถกร กล่าว
อรรถกร กล่าวต่อว่า ได้พูดคุยกับ สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ก็มีความเข้าใจการทำงานของสภาฯ ซึ่งได้เรียนไปตรงๆ ว่า ตอนนี้อยากให้มองเรื่องการเมืองไว้ทีหลัง และขอให้เป็นเรื่องนอกสภาฯ ส่วนในสภาฯ เราเป็น ส.ส.ก็มาหาทางออกร่วมกันดีกว่า ว่าจะทำอย่างไรให้สภาฯ เดินหน้าไปได้ ก่อนย้ำถึงประเด็นยุบสภาฯ ว่าอำนาจไม่ได้อยู่ที่สภาฯ
“ตอนนี้เหลือ ส.ส.อยู่ 470 คน ไม่มีใครมีอำนาจในการยุบสภาฯ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ ส.ส.ต้องมาร่วมกันทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพราะกฎหมายแต่ละฉบับที่จะพิจารณา หากช้าไปคนที่เสียประโยชน์คือประชาชนและประเทศชาติ นอกจากนั้น ยังได้พูดคุยกับวิปรัฐบาลแต่ละพรรคว่า หลังจากนี้จะคุยกับฝ่ายค้านบ่อยๆ เพื่อหาทางออกสำหรับกฎหมายต่างๆ ที่เราเห็นตรงกัน ก็จะนำมาพิจารณาให้มากที่สุด นี่คือแนวทางในการแก้ไขปัญหา” อรรถกร กล่าว
เมื่อถามว่า หากองค์ประชุมสภาฯ ล่มบ่อยๆ คิดว่าจะเป็นปัจจัยทำให้นายกฯ นำมาพิจารณายุบสภาฯ หรือไม่ อรรถกร ตอบว่า เรื่องนี้ ตนตอบแทนนายกฯ ไม่ได้ แต่เชื่อว่านายกฯ พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ครม.ก็ทำหน้าที่ให้ดีที่ที่สุด และตนอยากเห็นสภาฯ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเหมือนกัน ถ้าอยากให้ประเทศเดินข้างหน้า แต่ละฝ่ายก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
“สิ่งที่ตนพยายามเรียกร้องมาตลอดไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้าน แต่ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลด้วยว่า หากเปรียบสภาฯ ตอนนี้ ก็เหมือนบ้านของเรากินข้าวหม้อเดียวกัน และเป็นช่วงปลายสมัยของรัฐบาลชุดนี้
จึงขอเชิญชวนแต่ละคนให้มาร่วมประชุมสภาฯ แต่ตนก็เข้าใจบริบทของแต่ละคนว่าเป็นห่วงพื้นที่ หากไม่ได้เจอพี่น้องประชาชนในช่วงนี้ จะมีผลกระทบต่อการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนให้ ส.ส.แต่ละคนมาทำหน้าที่หลักในสภาฯ และคาดหวังว่าอยากให้ ส.ส.นำปัญหามาแก้ไขให้พี่น้องประชาชนได้” อรรถกร กล่าว
อรรถกร กล่าวต่อว่า ได้พูดคุยกับ สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ก็มีความเข้าใจการทำงานของสภาฯ ซึ่งได้เรียนไปตรงๆ ว่า ตอนนี้อยากให้มองเรื่องการเมืองไว้ทีหลัง และขอให้เป็นเรื่องนอกสภาฯ ส่วนในสภาฯ เราเป็น ส.ส.ก็มาหาทางออกร่วมกันดีกว่า ว่าจะทำอย่างไรให้สภาฯ เดินหน้าไปได้ ก่อนย้ำถึงประเด็นยุบสภาฯ ว่าอำนาจไม่ได้อยู่ที่สภาฯ
“ตอนนี้เหลือ ส.ส.อยู่ 470 คน ไม่มีใครมีอำนาจในการยุบสภาฯ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ ส.ส.ต้องมาร่วมกันทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพราะกฎหมายแต่ละฉบับที่จะพิจารณา หากช้าไปคนที่เสียประโยชน์คือประชาชนและประเทศชาติ นอกจากนั้น ยังได้พูดคุยกับวิปรัฐบาลแต่ละพรรคว่า หลังจากนี้จะคุยกับฝ่ายค้านบ่อยๆ เพื่อหาทางออกสำหรับกฎหมายต่างๆ ที่เราเห็นตรงกัน ก็จะนำมาพิจารณาให้มากที่สุด นี่คือแนวทางในการแก้ไขปัญหา” อรรถกร กล่าว
เมื่อถามว่า หากองค์ประชุมสภาฯ ล่มบ่อยๆ คิดว่าจะเป็นปัจจัยทำให้นายกฯ นำมาพิจารณายุบสภาฯ หรือไม่ อรรถกร ตอบว่า เรื่องนี้ ตนตอบแทนนายกฯ ไม่ได้ แต่เชื่อว่านายกฯ พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ครม.ก็ทำหน้าที่ให้ดีที่ที่สุด และตนอยากเห็นสภาฯ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเหมือนกัน ถ้าอยากให้ประเทศเดินข้างหน้า แต่ละฝ่ายก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด



