อดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม (วิปรัฐบาล) เปิดเผยถึงวาระของวิปรัฐบาล ซึ่งเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้ คือ
- ญัตติด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม
- ญัตติรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งควรนำเรื่องนี้มาพิจารณาเป็นญัตติด่วน ที่จะพูดถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไป เนื่องจากในข้อบังคับข้อที่ 64 (5) ของพรรคก้าวไกล ในการขับใครออกจากสมาชิกพรรคนั้น จะต้องมีมติให้ออกเพราะกระทำผิดวินัย หรือผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง หรือมีเหตุร้ายอย่างอื่น
“การขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ออกจากพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานสภาฯ คนที่ 1 จึงไม่เป็นไปตามข้อบังคับ จึงควรต้องนำเรื่องนี้เข้ามาหารือในสภาฯ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าเราไม่ได้มีเจตนาร้ายเป็นการส่วนตัว เพราะผมเลือกนายปดิพัทธ์ มากับมือในนามของพรรคก้าวไกล หากนายปดิพัทธ์ พ้นจากพรรคก้าวไกลแล้ว ผมก็ไม่มีอะไรที่จะผูกพันกับนายปดิพัทธ์ เนื่องจากไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน” อดิศร กล่าว
เมื่อถามว่า มีการคาดหวังให้โหวตใหม่ใช่หรือไม่ อดิศร กล่าวว่า ต้องดูการอภิปรายในสภาฯ เพราะลักษณะเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นในสภาฯ ทั้งนี้ ไม่อยากพูดว่าอย่าไปอ้างว่าเพราะรัฐธรรมนูญมีความผิด ปดิพัทธ์ จึงต้องทำเช่นนี้ ซึ่งถือเป็นวาทกรรมที่ไม่ถูกต้อง เมื่อกระดุมเม็ดแรกไม่ถูกต้อง เม็ดที่ 2 และ 3 ก็จะผิดตามมา
ส่วนกรณีดังกล่าว จะถือว่าใช้เวทีสภาฯ แทรกแซงกิจการของพรรคก้าวไกลหรือไม่นั้น อดิศร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องภายในของพรรคก้าวไกล เพราะข้อบังคับพรรคการเมืองนั้นเผยแพร่โดยทั่วไป และกรณีดังกล่าว ไม่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทย ต้องการตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 แต่เป็นประเด็นของความสง่างามในการปฏิบัติหน้าที่ของรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ที่ถูกพรรคต้นสังกัดขับออกจากสมาชิกพรรค
“ที่อ้างว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ผมมองว่าไม่ถูกต้อง เพราะการขับสมาชิกพรรคไม่เป็นไปตามข้อบังคับพรรคที่ระบุไว้ใน 3 ข้อ ทั้งนี้ ที่อ้างว่านายปดิพัทธ์ ขัดมติพรรค เพราะต้องการนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 คนแยกแยะได้ว่าคือการละคร คือหมอลำ ไม่ใช่เรื่องจริง เหมือนตอนที่ขับ สส.ที่เป็นงูเห่า ทั้งนี้ คนที่ถูกพรรคขับออก ถือว่าถูกประหารทางการเมือง และการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมของรองประธานสภาฯ คนที่ 1 นั้นเป็นสิ่งที่เคารพได้ยาก” อดิศร กล่าว
เมื่อถามว่า การหยิบยกประเด็นนี้เข้าไปหารือในสภาฯ หวังผลอะไรหรือไม่ อดิศร กล่าวว่า หวังผลให้มีความสำนึก ให้มีความเหมาะสมเกิดขึ้นตอนอภิปราย ปดิพัทธ์ ควรจะเป็นรองประธานสภาฯ ต่อไปหรือไม่ เพราะไม่ได้มีเจตนาขับออกมาจริงๆ ส่วนจะต้องมีการพิสูจน์เจตนาด้วยใช่หรือไม่นั้น อดิศร ก็ตั้งข้อสงสัยว่า ปดิพัทธ์มีความผิดทางจริยธรรมอะไรที่ต้องถูกขับออกจากสมาชิกพรรค และการถูกขับออกจากพรรค ถือเป็นการประหารชีวิตทางการเมืองอย่างร้ายแรงที่สุด เท่าที่จะพึงมีต่อพรรคการเมือง
ส่วนจะแสดงว่ามีหลักฐานการเจรจาหรือสนทนาระหว่าง ปดิพัทธ์ กับแกนนำพรรคก้าวไกลใช่หรือไม่ อดิศร กล่าวว่า ข้อบังคับของพรรคการเมือง ระบุไว้ถึงเหตุผลที่จะขับสมาชิกออกจากพรรคการเมือง ซึ่งรายละเอียดที่เกิดขึ้นนั้น ทุกคนมองออกว่าไม่มีเจตนาขับออกจริง ซึ่ง ปดิพัทธ์ต้องชี้แจง
“ในการอภิปรายญัตติด่วนที่เตรียมเสนอนั้น ผมขอพรรคก้าวไกลอย่าชี้แจงช่วยเหลือนายปดิพัทธ์ เพราะถือว่าไม่ใช่คนของพรรคก้าวไกลแล้ว” อดิศร กล่าว




