การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ มีประเด็นที่ต้องติดตามนอกเหนือจากผลคะแนนของผู้สมัคร คือจำนวนประชาชนที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีการตั้งเป้าการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ที่ระดับ 70%
กรุงเทพมหานครมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 4.43 ล้านคน หากต้องการให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิแตะ 70% จะต้องมีประชาชนออกมาใช้สิทธิประมาณ 3.1 ล้านคน
เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2565 ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิ 60.73% หรือประมาณ 2.67 ล้านคน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงต้องมีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นอีกราว 4.3 แสนคน จึงจะไปถึงระดับ 70%
หากพิจารณาจากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2543 พบว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยังไม่เคยมีสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิสูงถึง 70% โดยครั้งที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดในช่วงข้อมูลดังกล่าวคือปี 2556 อยู่ที่ 63.38% ส่วนปี 2551 อยู่ที่ 54.18% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า การเพิ่มจำนวนผู้มาใช้สิทธิในกรุงเทพฯ ยังเป็นความท้าทายของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานจัดการเลือกตั้ง ผู้สมัคร พรรคการเมือง ภาคประชาสังคม และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเอง
ปัจจัยสำคัญที่อาจมีผลต่อจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ได้แก่ การรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับวัน เวลา และสถานที่เลือกตั้ง ความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงความรู้สึกของประชาชนว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นสามารถส่งผลต่อชีวิตประจำวันได้จริงหรือไม่
ดังนั้น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 จึงไม่เพียงเป็นการเลือกผู้บริหารเมืองหลวงคนใหม่ แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของการมีส่วนร่วมทางการเมืองระดับท้องถิ่นในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมาย 70% ยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าสถิติเดิมอย่างมีนัยสำคัญ





