ผ่านฉลุย 280 เสียงเอกฉันท์! ‘สภาฯ’ ไฟเขียว ‘ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม’

21 ต.ค. 2568 - 20:26

  • ‘สภาฯ’ ลงมติเอกฉันท์ 280 เสียง! ผ่าน ‘ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข’

  • เปิดทางบอร์ดฯ ทำแผนฟื้นฟูส่ง ‘อัยการ-ศาล’ ยุติคดีใน ‘เยาวชน’

  • กมธ.ยันทำร่างกฎหมายละเอียดรอบคอบแล้ว

ผ่านฉลุย 280 เสียงเอกฉันท์! ‘สภาฯ’ ไฟเขียว ‘ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม’

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.... ที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ

โดยที่ประชุมได้พิจารณาด้วยความเรียบร้อย มติของเสียงข้างมากของสภาฯ ได้เห็นชอบตามที่ กมธ.เสนอ จนมาถึงร่างมาตรา 9/1 ที่ กมธ.ได้เพิ่มขึ้นใหม่ และปรับแก้ไขตามข้อหารือระหว่าง กมธ. ในช่วงพักการประชุม

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธาน กมธ. ชี้แจงว่า เนื้อหาที่ปรับแก้ไขมีเพียงเล็กน้อย โดยยังยืนยันต่อหลักการที่กำหนดให้บรรดาการกระทำที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ถ้าผู้กระทำความผิดซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่ว่าถูกดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้พิจารณาทำแผนแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูการกระทำความผิด แล้วส่งแผนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้ใช้มาตรการและสั่งยุติคดี โดยไม่ต้องมีคำพิพากษา

กมธ.เล็งเห็นการเปิดโอกาสให้กับเยาวชน แม้จะถูกกล่าวหาว่าทำผิดกฎหมาย แต่วันที่เกิดเหตุ อายุไม่ถึง 18 ปี ถือว่าสภาฯ ควรพิจารณาและเห็นชอบร่วมกัน ทั้งนี้ได้หารือกับหลายองค์กรและผู้รู้หลายคน ไม่มีการขัดต่อหลักการของร่าง พ.ร.บ.ที่สภาฯ รับหลักการในวาระแรก ทั้งนี้ไม่ได้เขียนกฎหมายใหม่ หรือสร้างอำนาจให้ฝ่ายบริหารแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หรือมีอำนาจเหนือกว่าใช้ดุลยพินิจของฝ่ายตุลาการ

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ทั้งนี้ พบว่า กมธ.เสียงข้างน้อยและ สส.ที่ “สนับสนุนการนิรโทษกรรมให้กับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี” มองว่าเนื้อหาที่ กมธ.บัญญัตินั้นให้โอกาสกับเยาวชนน้อยเกินไป พร้อมเสนอแนะให้ปรับแก้ไขเพื่อให้รอบคอบ ว่ามาตรการใดที่อยากให้บังคับใช้หรือเข้าไปสู่กระบวนการ

ขณะที่ ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย กล่าวว่า กรณีที่ กมธ.แก้ไขนั้นถือเป็นการเลี่ยงบาลี และเลือกนิรโทษกรรมให้กับคนบางกลุ่มและเลือกทิ้งคนอีกกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง

ทำให้ ณัฐวุฒิ ชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาเลี่ยงบาลี แต่ต้องการทำให้กฎหมายเดินหน้าและผ่านความเห็นชอบของ สว. เนื่องจากไม่มีเวลาแล้วเหลือวันเดียวที่ต้องให้ผ่านและทำรายงานเพื่อส่งให้ สว. ในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) เพื่อให้เข้าพิจารณาได้ทันสมัยประชุมนี้

ผมเสนอเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือกันและสร้างความชัดเจนในความเข้าใจตรงกันว่า เมื่อผ่านไปสู่ สว. แล้วจะพิจารณาผ่านไปได้ เพราะหากถูกส่งกลับมายังสภาฯ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกตีตก และหลายพันคนที่เข้าข่ายนิรโทษกรรมจะถูกตีตกไปด้วย

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า “หากไปต่อไม่ได้ จะมีคำอธิบายกับคนจำนวนไม่น้อยอย่างไร” และในร่างกฎหมายไม่ได้ทอดทิ้งผู้ที่กระทำผิดฐานอื่นๆ

ผมคิดต่อไปด้วยว่า หากกฎหมายนี้ผ่าน โดยนิรโทษกรรมความผิดอื่นที่ถูกยกเว้นไว้ หากผมเป็นทนายจะนำไปยื่นปล่อยตัวชั่วคราว เพราะมีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง เพราะรัฐสภาเห็นชอบร่างกฎหมาย หากตรวจสอบผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีที่ต้องคดีที่มีได้ 20 คน โดยแบ่งเป็นอายุ 14 ปี 6 คน ที่เหลืออายุ 15-17 ปี ทั้งนี้ไม่มีใครถูกจำขัง บางคนคดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งถูกดำเนินการตามสิทธิของกฎหมาย บางคนอยู่ในระหว่างพิจารณาและเข้าเกณฑ์มาตรา 9/1 ทั้งหมด

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในมาตราดังกล่าวได้ใช้เวลาอภิปรายนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะลงมติตัดสิน โดยพบว่าเสียงข้างมากเห็นด้วยที่ กมธ.เพิ่มขึ้นใหม่

จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่ง กมธ.แก้ไข เพิ่มคดีความผิดรวม 34 กรณี ซึ่งรวมถึงคดีสำคัญทางการเมือง อาทิ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร มาตรา 124 ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และ สว. ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ความผิดตามประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกาศและคำสั่งของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประกาศและคำสั่งหัวหน้า คสช. เป็นต้น

สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายให้ตัดบัญชีแนบทางออก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา อย่างไรก็ดี นิกร จำนง กมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า “การพิจารณาของ กมธ.มีประเด็นเพิ่มเติมได้ คนที่โดนคดีเสนอเองและพิจารณาเติมให้ มีบางประเด็นที่ทักท้วงกรณีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จึงพิจารณาเว้นคดีที่โกงเลือกตั้ง เท่าที่ทำมาละเอียดที่สุดและใช้เวลาพิจารณาครอบคลุมที่สุด หากจะมีปัญหาหรือผิดพลาด 0.01% อาจจะมีขึ้นได้ แต่บุคคลที่โดนคดีพยายามติดต่อให้ความเห็นมา ในนาม กมธ. ทำดีที่สุดแล้วละเอียดรอบคอบที่สุดแล้ว

ขณะที่ ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอให้เพิ่มต่อท้ายด้วยประโยคว่า “รวมถึงคดีมาตราอื่นที่เป็นคดีการชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองที่ไม่กล่าวตามบัญชีแนบท้ายนี้” อย่างไรก็ดี นิกร ชี้แจงว่า “หากเขียนปลายเปิดเหมือนตีเช็คเปล่า อาจเกิดผลเสียมากกว่า จึงยืนยันตามการพิจารณาของ กมธ.”

จากนั้นในเวลา 18.53 น. ที่ประชุมได้ลงมติร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ในวาระ 3 ว่าจะเห็นชอบทั้งฉบับหรือไม่ โดยมติที่ประชุม 280 เสียงต่อ 0 เห็นชอบร่างฯ ทั้งฉบับ, งดออกเสียง 2 เสียง, ไม่ลงคะแนนเสียง 2

ขั้นตอนจากนี้จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป จากนั้น ไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สั่งปิดประชุมในเวลา 19.03 น.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์