ผู้สื่อข่าวรายงาน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... จำนวน 4 ฉบับ ในชั้นรับหลักการ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทย หลังจากได้มีการชี้แจงสาระสาระสำคัญของร่างฯ ทั้ง 4 ฉบับ
และได้เปิดให้ สส.แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ สนับสนุนการแก้ไขร่างฯ ทั้ง 4 ฉบับ พร้อมกับเสนอแนะความเห็นที่สำคัญ คือ การแก้ไขกฎหมายเพื่อนำไปสู่การ ‘ปลดล็อก’ เงื่อนไขที่ทำให้ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้โดยง่าย ที่ล็อกไว้เป็นเสียงข้างมาก 2 ชั้น คือ
- ต้องมีผู้มาใช้สิทธิ์เกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติ
- ต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ์
นอกจากนี้ ยังอภิปรายถึงการตั้งคำถามประชามติที่รัฐบาลกำหนด โดยมีเงื่อนไข ไม่ให้แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ว่า เป็นประเด็นที่ควรทบทวน เพื่อให้เกิดคำถามประชามติที่เข้าใจง่ายและประชาชนไม่สับสน โดยควรเป็นคำถามเพียงชั้นเดียว ไม่มีลักษณะเป็นคำถามพ่วง เป็นต้น
ในส่วนของการอภิปรายสรุปนั้น จาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสรุปว่า การแก้ไขเกี่ยวกับการใช้เสียงผ่านประชามติ ควรใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้น พรรคเพื่อไทยเสนอตรงไปตรงมา ในกรณีเสียงข้างมากสองชั้น เป็นกติกาที่ผู้ไม่เห็นด้วยรวมกับผู้ไม่มาออกเสียงลงคะแนนเป็นเสียงข้างมากและชนะผู้ที่ลงคะแนนเห็นชอบ
ทั้งนี้ สอดคล้องกับฉบับของรัฐบาล และไม่ต่างจากพรรคก้าวไกล นอกจากนั้น ยังแก้ไขเกี่ยวกับการรณรงค์เรื่องที่ออกเสียงให้ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนที่นำไปสู่การลงประชามติในเรื่องใด ๆ เพราะเข้าใจผิด
เป็นความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ต่อการแก้มาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญ และไม่ให้ พ.ร.บ.ประชามติขัดขวางการแก้ไข ดังนั้น ด้วยหลักเกณฑ์ที่ตรงไปตรงมาคือ รัฐธรรมนูญฉบับแม่ ทำประชามติด้วยหลักเกณฑ์อย่างไร ประชามติที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายประชามติ ต้องเป็นไปหลักเกณฑ์เดียวกัน การแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ทำให้การแก้รัฐธรรมนุญไม่ถูกยับยั้งหรือขัดขวาง แต่หากไม่แก้ไขให้ถูกต้อง การทำประชามติที่เกิดขึ้น อาจทำให้ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อีกยาวนาน เพราะจะสรุปว่าประชาชนทั่วประเทศไม่เห็นด้วย
— จาตุรนต์ ฉายแสง
ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายสรุปว่า ในการอภิปรายยของ สส. พบว่ามีการตั้งคำถามถึงการออกแบบคำถามประชามติ ซึ่งไม่เกี่ยวและอยู่ในเนื้อหาของร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ดังนั้น พรรคก้าวไกลจะรวบรวม สส.เพื่อเสนอญัตติเพื่อถกเถียงถึงข้อเสนอคำถามประชามติ เพื่อให้เป็นเวทีที่นำไปสู่การตั้งคำถามที่เหมาะสม หลังจากที่ พ.ร.บ.ประชามติฉบับแก้ไขแล้วเสร็จ
ภายหลัง สส.อภิปรายกันอย่างครบถ้วน ที่ประชุมจึงมีมติเป็นเอกฉันท์รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ทั้ง 4 ฉบับ ด้วยคะแนน 451 ต่อ 0, งดออกเสียง 1 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน 31 คน โดยให้ใช้ร่างฯ ของ ครม.เป็นร่างหลักในการพิจารณา ใช้เวลาในการแปรญัตติ 15 วัน
ทั้งนี้ การประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ ในวันนี้ ใช้เวลาทั้งสิ้นกว่า 5 ชั่วโมง
สำหรับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... จำนวน 31 คน แบ่งตามสัดส่วนดังนี้
คณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 7 คน
- นิกร จำนง
- วุฒิสาร ตันไชย
- ชัยเกษม นิติสิริ
- สมชัย เลิศประสิทธิพันธ์
- ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร
- อุดมลักษณ์ บุญสว่าง
- พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย
พรรคก้าวไกล จำนวน 7 คน
- พริษฐ์ วัชรสินธุ
- ณัฐวุฒิ บัวประทุม
- ฉัตร สุภัทรวณิชย์
- ถวิล ไพรสณฑ์
- กฤต แสงสุรินทร์
- ปกป้อง จันวิทย์
- ปิยบุตร แสงกนกกุล
พรรคเพื่อไทย จำนวน 7 คน
- ชูศักดิ์ ศิรินิล
- จาตุรนต์ ฉายแสง
- นิคม บุญวิเศษ
- โกศล ปัทมะ
- ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ
- กฤช เอื้อวงศ์
- เอกชัย ไชยนุวัติ
พรรคภูมิใจไทย จำนวน 3 คน
- ศุภชัย ใจสมุทร
- กรวีร์ ปริศนานันทกุล
- มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช
พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 2 คน
- อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ
- ศรัณยา สุวรรณพรหม
พรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน 2 คน
- วิทยา แก้วภราดัย
- เจือ ราชสีห์
พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 1 คน คือ ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ
พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน 1 คน คือ ปียะนาถ รอดมุ้ย
พรรคประชาชาติ จำนวน 1 คน คือ วรวิทย์ บารู





