ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงการลาออกจาก ส.ส. จำนวน 2 คน ได้แก่ ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้แจ้งต่อนายทะเบียน เมื่อ 12 มกราคม และ เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง ได้แจ้งต่อนายทะเบียน เมื่อ 17 มกราคม ทำให้สมาชิกภาพความเป็น ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรรมนูญ ทั้งนี้ มี ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 432 คน
ต่อมา 10.45 น. ได้เข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. ... วาระ 2 มาตรา 11 ซึ่งเป็นการลงมติต่อจากการประชุมครั้งก่อนที่สภาฯ ล่ม โดย สุชาติ ได้กดออดเรียกเพื่อเช็กองค์ประชุม ซึ่งต้องรออยู่เกือบ 20 นาที กว่าองค์ประชุมจะครบ
จากนั้น เมื่อ สุชาติ ดำเนินการให้ที่ประชุมลงมติมาตราดังกล่าว ปรากฏว่ามีจำนวนผู้ลงมติ 203 คน แบ่งเป็นเห็นด้วย 174, ไม่เห็นด้วย 4, งดออกเสียง 24, ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง สุชาติ จึงกล่าวว่า ตอนเช็กองค์ประชุมจำนวนครบ แต่ตอนลงมติจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง 216 คน ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาว่าการลงมตินั้นองค์ประชุมต้องครบด้วย ดังนั้น การลงมติครั้งนี้ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม จึงสั่งปิดการประชุมในเวลา 11.12 น.
ด้าน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. ... ยอมรับทาง กมธ.ไม่สามารถทำอะไรได้ กับเหตุการณ์สภาฯ ล่ม ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ แต่เหตุที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงการเล่นเกมการเมือง มากกว่าผลประโยชน์ประชาชนในเรื่องกัญชา พร้อมอ้าง มีนักการเมืองบางกลุ่มไม่อยากให้มีกฎหมายนำไปใช้หาเสียงเลือกตั้ง และขอให้ประธานฯ เปิดรายชื่อ ส.ส.ที่ไม่ลงมติในที่ประชุมสภาฯ ว่ามีพรรคใดบ้าง จะได้รู้ว่า ส.ส.ไม่ได้ทำหน้าที่ตัวเอง กินภาษีประชาชนในกฎหมายสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากปิดสมัยประชุมแล้ว ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่าน จะไม่ส่งผลต่อประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติด ทั้งนี้ ผู้ที่มีอำนาจลงนามในการให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดคือ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมต.สาธารณสุข
“ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ หากต้องการพิจารณาร่างกฎหมายกัญชาให้ทัน ถ้าจะประชุมเพียง 3 ครั้ง ก็ทำได้ ต้องอภิปรายให้น้อย โหวตให้มาก ขณะนี้เพิ่งพิจารณาได้ 11 มาตรา เหลืออีกกว่า 80 มาตรา แม้สภาฯ ล่ม เป็นเกมการเมือง แต่ กมธ.ยังไม่หมดหวัง หากสมาชิกไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา ก็โหวตแก้ไขได้ ในการพิจารณายังไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก ส่วน ส.ส.ที่ไม่พร้อมทำหน้าที่ ควรละอายต่อตัวเอง และประชาชน ควรลาออกจาก ส.ส. ไม่ใช่กินภาษีประชาชนแล้วไม่มาประชุมสภาฯ”
ขณะที่ พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ คาดร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่านในสมัยประชุมนี้ โดยมองว่าจะเกิดเหตุการณ์สภาฯ ล่ม จากองค์ประชุมไม่ครบ หรือล่มตอนโหวตลงคะแนน วนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนหมดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566
“ดูแล้วคงยากจะแก้ไข เพราะพรรคหลักอย่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคก้าวไกล ต่างไม่เอาด้วย ส่วนพรรคพลังประชารัฐ แม้จะให้ฟรีโหวต แต่ ส.ส.หลายคนก็ไม่เอาด้วย เพราะกระแสประชาชนต่อต้านหนักทั้งจากกลุ่มผู้ปกครอง และกลุ่มชาวมุสลิม ส่วนตัวอยากให้พิจารณาวาระ 2 จนครบทุกมาตรา แล้วไปโหวตคว่ำตอนวาระ 3 จะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด แล้วค่อยไปว่าต่อในรัฐบาลชุดหน้า จะเสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เข้ามาอีกหรือไม่” พิเชษฐ กล่าว
ต่อมา 10.45 น. ได้เข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. ... วาระ 2 มาตรา 11 ซึ่งเป็นการลงมติต่อจากการประชุมครั้งก่อนที่สภาฯ ล่ม โดย สุชาติ ได้กดออดเรียกเพื่อเช็กองค์ประชุม ซึ่งต้องรออยู่เกือบ 20 นาที กว่าองค์ประชุมจะครบ
จากนั้น เมื่อ สุชาติ ดำเนินการให้ที่ประชุมลงมติมาตราดังกล่าว ปรากฏว่ามีจำนวนผู้ลงมติ 203 คน แบ่งเป็นเห็นด้วย 174, ไม่เห็นด้วย 4, งดออกเสียง 24, ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง สุชาติ จึงกล่าวว่า ตอนเช็กองค์ประชุมจำนวนครบ แต่ตอนลงมติจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง 216 คน ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาว่าการลงมตินั้นองค์ประชุมต้องครบด้วย ดังนั้น การลงมติครั้งนี้ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม จึงสั่งปิดการประชุมในเวลา 11.12 น.
ด้าน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. ... ยอมรับทาง กมธ.ไม่สามารถทำอะไรได้ กับเหตุการณ์สภาฯ ล่ม ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ แต่เหตุที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงการเล่นเกมการเมือง มากกว่าผลประโยชน์ประชาชนในเรื่องกัญชา พร้อมอ้าง มีนักการเมืองบางกลุ่มไม่อยากให้มีกฎหมายนำไปใช้หาเสียงเลือกตั้ง และขอให้ประธานฯ เปิดรายชื่อ ส.ส.ที่ไม่ลงมติในที่ประชุมสภาฯ ว่ามีพรรคใดบ้าง จะได้รู้ว่า ส.ส.ไม่ได้ทำหน้าที่ตัวเอง กินภาษีประชาชนในกฎหมายสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากปิดสมัยประชุมแล้ว ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่าน จะไม่ส่งผลต่อประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติด ทั้งนี้ ผู้ที่มีอำนาจลงนามในการให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดคือ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมต.สาธารณสุข
“ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ หากต้องการพิจารณาร่างกฎหมายกัญชาให้ทัน ถ้าจะประชุมเพียง 3 ครั้ง ก็ทำได้ ต้องอภิปรายให้น้อย โหวตให้มาก ขณะนี้เพิ่งพิจารณาได้ 11 มาตรา เหลืออีกกว่า 80 มาตรา แม้สภาฯ ล่ม เป็นเกมการเมือง แต่ กมธ.ยังไม่หมดหวัง หากสมาชิกไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา ก็โหวตแก้ไขได้ ในการพิจารณายังไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก ส่วน ส.ส.ที่ไม่พร้อมทำหน้าที่ ควรละอายต่อตัวเอง และประชาชน ควรลาออกจาก ส.ส. ไม่ใช่กินภาษีประชาชนแล้วไม่มาประชุมสภาฯ”
ขณะที่ พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ คาดร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่านในสมัยประชุมนี้ โดยมองว่าจะเกิดเหตุการณ์สภาฯ ล่ม จากองค์ประชุมไม่ครบ หรือล่มตอนโหวตลงคะแนน วนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนหมดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566
“ดูแล้วคงยากจะแก้ไข เพราะพรรคหลักอย่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคก้าวไกล ต่างไม่เอาด้วย ส่วนพรรคพลังประชารัฐ แม้จะให้ฟรีโหวต แต่ ส.ส.หลายคนก็ไม่เอาด้วย เพราะกระแสประชาชนต่อต้านหนักทั้งจากกลุ่มผู้ปกครอง และกลุ่มชาวมุสลิม ส่วนตัวอยากให้พิจารณาวาระ 2 จนครบทุกมาตรา แล้วไปโหวตคว่ำตอนวาระ 3 จะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด แล้วค่อยไปว่าต่อในรัฐบาลชุดหน้า จะเสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เข้ามาอีกหรือไม่” พิเชษฐ กล่าว



