ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี ภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในวาระพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่มี ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กมธ. พิจารณาเสร็จแล้ว
ชูศักดิ์ ชี้แจงถึงรายงานตอนหนึ่ง ว่า การนิรโทษกรรมไม่ใช่การยกเลิกความผิด การกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายแต่สมควร เป็นการยกเลิกความรับผิดแก้ปัญหาข้ดแยงในบ้านเมืองในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ทั้งนี้ การตรากฎหมายนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือให้ประเทศเดินหน้า ซึ่งในอดีต ประเทศไทยมีกฎหมายนิรโทษกรรม 23 ฉบับ สำหรับรายงาน กมธ. เป็นการศึกษาแนวทางการตรากฎหมาย ไม่ใช่การพิจารณาหรือยกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งมีข้อเสนแนะแนวทางหากมีการยกร่าง หรือตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมต่อไปว่า ควรหรือไม่ควรรวมการกระทำที่เป็นประโยชน์ที่ต่อประเทศชาติโดยรวม
กมธ.เสนอความเห็นในทุกมิติ เพื่อให้สภาฯ ศึกษา เรียนรู้ รับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน แม้รายงานเป็นการศึกษาแนวทางการตรา พ.ร.บ. แต่ได้เสนอแนะแนวทางอื่นๆ เพื่อยุติความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจอันดีของสังคมไทย เช่น ขอพระราชทานอภัยยโทษ แนวทางล้างมลทิน การชะลอการฟ้อง สั่งไม่ฟ้องคดีที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ และตรา พ.ร.บ.ที่มีเงื่อนไขตามกระบวนการที่เกิดขึ้น
— ชูศักดิ์ ศิรินิล
ชูศักดิ์ กล่าวถึงสาระของรายงาน กมธ. ว่าควรกำหนดขอบเขตการนิรโทษกรรม ตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน การกระทำที่ควรได้รับนิรโทษกรรม เน้นมูลเหตุที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง โดย กมธ.แยกในคดีหลัก เช่น ในฐานะเป็นกบฏ การกระทำในคดีรอง เช่น ความผิดต่อเจ้าพนักงาน และแยกคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองออกมาพิจารณาเฉพาะ
โดยแสดงเหตุผลทุกมิติ ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมถึงการแสวงหามาตรอื่นๆ เช่น การนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข สำหรับรูปแบบการนิรโทษกรม กำหนดให้เป็นการนิรโทษกรรมแบบอัตโนมัติ มีคณะกรรมการพิจารณาและผสมผสาน
ทั้งนี้ กรณีตั้งกรรมการนั้น เนื่องจากช่วงเวลาของเหตุการณ์ซึ่งมีคดีที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เมื่อมีคณะกรรมการพิจารณาจะทำให้การนิรโทษกรรมถูกต้องเป็นธรรม
ชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่า มีการเสนอแนะแนทางการตรา พ.ร.บ.อาจทำเป็นหลายฉบับเพราะเหตุการณ์ หรือพฤติกรรมของการกระทำนั้นแตกต่างกัน สำหรับข้อสังเกตของ กมธ.นั้นมีหลายแนวทาง เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องและ ครม.รับไปดำเนินการ เช่น การอำนวยความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 110 และ มาตรา 112 ยังคงเป็นประเด็นที่อ่อนไหวและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของ กมธ.ไม่ได้บังคับหรือผูกมัด ครม.ที่จะดำเนินการตามที่เสนอ
รายงานนี้ ขอเลื่อนการพิจารณามา 2-3 ครั้ง เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันว่าไม่ใช่การพิจารณา พ.ร.บ. แต่เป็นการศึกษาของ กมธ.ที่ได้รับมอบหมายจากสภาฯ ดังนั้น ที่ประชุมควรรับทราบรายงาน เพื่อนำผลการศึกษาไปพิจารณาประกอบกับการยกร่างกฎหมายในอนาคต
— ชูศักดิ์ ศิรินิล
สส.เห็นต่าง 2 ฝั่ง ปม ‘นิรโทษกรรม ม.112’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการอภิปรายรายงานของ กมธ.พร้อมกับแสดงความเห็นเพิ่มเติมต่อประเด็นการนิรโทษกรรม คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้นเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยทาง สส.พรรคฝ่ายค้าน ที่มีพรรคประชาชนเป็นแกนนำ ได้สนับสนุนให้การนิรโทษกรรม รวมถึงคดีมาตรา 112 ด้วย
‘พรรคประชาชน’ ลั่นต้องมีวุฒิภาวะ! อย่าขวาง ‘นิรโทษกรรม’ มองปิดประตูใส่ลูกหลาน
วีรนันท์ ฮวดศรี สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน อภิปรายว่า ในประเด็นของมาตรา 112 ที่ กมธ.วางแนวทางให้เป็นคดีอ่อนไหวทางการเมือง เชื่อว่าจะเป็นตีกรอบการนิรโทษกรรมที่คับแคบเกินไป ทั้งที่ควรเปิดกว้าง เบื้องต้นคาดว่าจะมีผลคือ กีดกันคดีดังกล่าวออกจากการนิรโทษกรรม
หากต้องการก้าวข้ามความขัดแย้งและสร้างความสามัคคี ต้องมัดรวมการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ด้วย
— วีรนันท์ ฮวดศรี
ทางด้าน ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน อ้างรายงานของ กมธ.ที่แสดงความเห็นต่อคดีมาตรา 112 แบบอิหลักอิ ไม่ชัดเจน จะทำให้ผู้ที่ต้องคดีมาตรา 112 ซึ่งถูกกลั่นแกล้ง หรือแจ้งความเกินกว่าเหตุ จะเคว้งทันที
กรณีไม่นิรโทษกรรมคดีมาตรา112 จะไม่เกิดประโยชน์สูงสุดตามจำเป็น เท่ากับปิดประตูไม่ให้ลูกหลานเข้าบ้าน ดังนั้น ควรเปิดใจและคุยแบบมีวุฒิภาวะ
— ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง
ขณะที่การอภิปรายของ สส.ฝั่งรัฐบาล มีความชัดเจนว่า การนิรโทษกรรม ไม่ควรรวมคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง หรือ มาตรา 112
โดย นพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุถึงการนิรโทษกรรมมาตรา 112 ตามรายงานดังกล่าวมีข้อสรุป แต่ไม่สรุป และระบุแนวทางเป็น 3 แนวทาง คือ ไม่นิรโทษกรรม, ให้นิรโทษกรรม และนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข พร้อมมองว่า ในประเด็นดังกล่าวสังคมมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ยังมีเวลาที่จะหาฉันทามติ แต่ไม่เห็นด้วยกับการรวมมาตรา 110 และมาตรา 112
‘ภูมิใจไทย’ ลั่นไม่ขอเป็นมิตร-ไม่ร่วมพิจารณาหากมีปม 112
ทางด้าน สนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีทางยอมให้มีการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ทั้งนี้ ไม่มีใครได้รับผลกระทบจากสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ปัจจุบัน มีกลุ่มบุคคลปลูกฝังให้คนเห็นต่าง เห็นความไม่สำคัญต่อสถาบัน ซึ่งไม่เห็นด้วย หากรายงานฉบับนี้ ผ่านไปถึง ครม.และต้องร่างกฎหมาย หากอ้างว่าเป็นมติของสภาฯ ที่เห็นชอบรายงานศึกษา จะให้นิรโทษกรรม การกระทำล่วงละเมิดสถาบัน ทั้งมาตรา 110 หรือมาตรา 112
ยืนยันต่อประชาชนว่า คนของภูมิใจไทย ไม่เป็นมิตรและไม่ยินยอมกับการกระทำ ยืนยันเจตนารมณ์ว่า จะจงรักภักดีและปกป้องสถาบันให้ถึงที่สุด
— สนอง เทพอักษรณรงค์
ขณะที่ นันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจ กล่าวว่า การนิรโทษกรรมคดีการเมืองที่ชัดเจน พรรคภูมิใจไทยพร้อมร่วมพิจารณา แต่จะไม่ร่วมพิจารณามาตรา หรือรายงานฉบับนี้ทุกกรณี หากมีมาตรา 112
เรามีจุดยืนไม่แตะต้องและปกป้องมาตรา 112 ด้วยชีวิต พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยจะแตะต้องมาตรา 112 และจะไม่พิจารณาเด็ดขาดกับคนที่ทำผิดมาตรา 112 เพราะไม่ใช่ความผิดทางการเมือง
— นันทนา สงฆ์ประชา




