ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบางช่วงบางตอนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง) ที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม
ซึ่งถือเป็นวันแรกของการเปิด ‘สมัยประชุมสภาฯ สามัญ’ ภายหลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2567 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ในช่วงแรก เป็นการเปิดให้หารือถึงความเดือดร้อนประชาชนต่อที่ประชุมสภาฯ โดยมีไฮไลท์อยู่ในช่วงที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายเรียกร้องไปยัง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, คณะรัฐมนตรี (ครม.), สส. และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง ให้ผลักดันตามสัญญาที่ให้ไว้ตามบันทึกความร่วมมือ หรือ เอ็มโอยู
ในประเด็นว่าด้วยการทำให้รัฐสภาไทย ก้าวหน้า โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพและเป็นของประชาชนแท้จริง รวมถึงความคืบหน้าการนิรโทษกรรมคดีการเมืองเพื่อความยุติธรรม นิติรัฐนิติธรรม แก้วิกฤตการเมือง และคนไทยที่เห็นต่างต้องไม่ติดคุก หรือต้องลี้ภัย
นอกจากนี้ ขอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อปฏิรูปกองทัพ ซึ่งพบว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่พรรคก้าวไกลเสนอ ได้บรรจุในวาระการประชุมแล้ว
ส่วนร่าง พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ยังติดอยู่ที่นายกฯ เพราะถูกตีความว่า เป็น พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเงิน
เอ็มโอยูที่ว่า ไม่ใช่เอ็มโอยูที่จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ แต่คือเอ็มโอยูของการเสนอบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ที่ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งอยู่ ซึ่งทำเมื่อ 3 ก.ค. 2566 หรือวันนี้เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาของการผลักดันวาระก้าวหน้า ที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรผลักดันตามสัญญาที่ให้ไว้




