ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า “ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญต้องมีการนำชื่อบุคคลที่อยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยมาพิจารณาก่อน คือ ชัยเกษม นิติสิริ เพราะยังถือเป็นแคนดิเดตอีกหนึ่งคนของพรรคเพื่อไทย จึงต้องเลือกก่อน ถ้าไม่ได้ จึงจะพิจารณารายชื่อลำดับต่อไป”
แต่ก็อยู่ที่การรวบรวมเสียง ถ้ารัฐบาลปัจจุบันเหนียวแน่นมีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งอยู่ ทุกคนร่วมมือกัน และใน 1-2 วันนี้กระแสเป็นอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องคุยกันให้ชัดเจน เพราะทางสภาก็มีความพร้อม หากพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลมีความพร้อมก็แจ้งมายังประธานสภาฯ ก็จะนัดประชุมด่วนเป็นกรณีพิเศษเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่าจะสามารถเลือกได้ในสัปดาห์หน้าหรือไม่? ฉลาดกล่าวว่า “ผมคิดว่าภายในวันที่ 1-2 กันยายนนี้ น่าจะมีความชัดเจนว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีของกลุ่มพรรคการเมืองใด เพราะเรายังไม่รู้ว่าหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคคิดอย่างไร”
ยังตั้งหลักไม่ทัน เนื่องจากเราวิเคราะห์กันว่าแพทองธารรอด แต่ฟังไปฟังมาประเด็นแรกก็รอดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต แต่โดนเรื่องจริยธรรม เมื่อศาลมีความเห็นอย่างนี้เราก็ต้องเคารพ เพราะเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของนักการเมือง
เมื่อถามว่าหากมีการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยต้องไปเป็นฝ่ายค้านจะกระเทือนเก้าอี้รองประธานสภาฯ หรือไม่? ฉลาดกล่าวว่า “ผมไม่ได้กังวล เพราะการทำหน้าที่ต้องเป็นกลางอยู่แล้ว แต่ก็ต้องอยู่ที่การเจรจากัน และไม่เกี่ยวว่าหากพรรคเพื่อไทยมาเป็นฝ่ายค้านแล้วคนของพรรคไม่สามารถเป็นรองประธานสภาได้ ไม่ได้มีการห้ามไว้”
ตัวอย่างมีให้เห็นเช่นสมัยก่อนที่วันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภา เปลี่ยนรัฐบาลจากพรรคความหวังใหม่เป็นพรรคประชาธิปัตย์ วันมูหะมัดนอร์ก็ยังทำหน้าที่ประธานสภาฯ ต่อไป





