พรรคประชาชน นำโดย รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, สหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส. ชลบุรี เขต 7, ธนพร วิจันทร์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ และธีระชาติ ก่อตระกูล อดีต ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ เดินทางมาที่กระทรวงแรงงาน เพื่อยื่นหนังสือ และขอเข้าพบ ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
โดยทันทีที่เดินมาทางถึงรักชนกได้ไปรับประทานอาหารที่โรงอาหารของผู้ประกันตน ภายในกระทรวงแรงงาน พร้อมเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ ขณะที่ สหัสวัต บอกว่า วันนี้มาชวนทุกคนดูโรงอาหารที่สร้างด้วยเงินของกองทุนประกันสังคม ที่ถูกใช้ภายใต้กระทรวงแรงงาน และมีความพยายามบอกว่าเพื่อรองรับประชาชนที่เข้ามาติดต่อราชการ แต่อยากถามว่า ความเป็นจริงจะมีประชาชนเข้ามาใช้มากน้อยแค่ไหน และเหมาะสมหรือไม่
รักชนก กล่าวเสริมว่า วิธีคิดคือ 1 คนที่อยู่ในการประชุมให้ความคิดเห็นว่า อยากให้โรงอาหารแห่งนี้ เป็นเหมือนโรงอาหารติดแอร์ในห้าง ไม่อยากให้เหมือนโรงอาหารคนงาน ซึ่งคุณก็เอาเงินของคนงานมาทําโรงอาหาร แต่กลับกลายเป็นว่าไปเหยียดคนที่คุณเอาเงินของเขามาทําโรงอาหาร ไม่ได้บอกว่าการเอาเงิน 12 ล้านบาท มาปรับปรุงโรงอาหารดีหรือไม่ดี แต่ถามถึงวัตถุประสงค์ได้ เพราะเป็นพื้นที่ของกระทรวงแรงงาน ควรจะตั้งงบประมาณแผ่นดินมาใช้ จึงอยากถามถึงผู้ประกันตนว่า ท่านอยากเอาเงินที่จ่ายไปมาสร้างโรงอาหารให้กระทรวงแรงงานหรือไม่ โดยเมื่อรักชนกนั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะ ได้มีประชาชนเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเงินประกันตนด้วย
รักชนก เปิดเผยว่า วันนี้มาเพื่อทวงถามความคืบหน้า กรณีให้เปิดเผยผลประชาพิจารณ์ ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพื่อต้องการคำตอบว่า รัฐมนตรีจะยังใช้ระเบียบใหม่นี้ต่อไปหรือไม่ รวมถึงกำหนดการการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ หลังหมดวาระตั้งแต่ 13 กุมภาพันธ์ ที่จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ 45 วัน แต่กฎหมายประกันสังคมเป็นช่องโหว่อยู่ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐมนตรีจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมโดยเร็ว เพราะคนที่อยู่ในอำนาจรักษาการไม่มีอำนาจเต็ม ก็จะถูกกดขี่โดยระบบข้าราชการ ผลักดันอะไรก็ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยรายงานการประชุม กรณีอนุกรรมการแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ว่ามีใครพูดอะไรในเรื่องนี้บ้าง
ส่วนที่ประกันสังคมระบุว่า ผลการทำประชาพิจารณ์จะเปิดเผยได้เดือน มี.ค.นั้น รักชนก มองว่า ที่ผ่านมา การทำประชาพิจารณ์บำนาญสูตรแคร์ ได้ใช้เวลา 4 วัน ก็สามารถเปิดเผยผลประชาพิจารณ์ได้ จึงตั้งคำถามว่า ทำไมรอบนี้ประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดใหม่ล้มบอร์ดประกันสังคม ทำไมใช้เวลานาน หรือท่านกำลังทำอะไรกับข้อมูลหรือไม่ ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกันตนรับรู้รับทราบ ควรจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ การประมวลผลมันไม่ยาก ถ้าสูตรแคร์ทำได้4วัน การทำประชาพิจารณ์รอบนี้ก็ไม่ควรเกินระยะเวลามากกว่านี้
สำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยว่า มีการใช้บอทไปทำประชาพิจารณ์หรือไม่นั้น รักชนก มองว่า ถ้านับ 20 วันแรก มี 4 แสนตน แต่ 2 วันสุดท้าย มีคนเข้ามาทำวันละ 2.5 แสนคนซึ่งอาจจะมองว่าประชาชนสนใจ แต่สิ่งที่ประกันสังคมต้องทำ คือเอาผลออกมาให้ดูว่า คนที่เข้ามาทำ 3 วันสุดท้ายที่เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวนั้น เป็นบอทหรือเป็นคนจริงๆ รอบที่แล้วกรองบอทออกไปได้ แต่รอบนี้ท่านยังไม่แสดงความจริงใจ ในการเปิดผลประชาพิจารณ์ มันจึงน่าสงสัย
รักชนก อยากฝากรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย เพราะอำนาจที่ สส.ฝ่ายค้านทำได้ คือการมาเรียกร้องให้รัฐบาลตอบสนองต่อสิ่งที่ท่านควรจะทำอยู่แล้ว แต่ท่านไม่ทำ เราเลยมายืนอยู่ตรงนี้ ดังนั้น จึงขอเรียกร้องความปกติ คือ ท่านควรจะทำในสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ต่อผู้ประกันตน โดยไม่ต้องมีใครเรียกร้อง รวมถึงฝ่ายค้าน และฝากสื่อมวลชนด้วย
หากเจอ คุณตรีนุช ฝากถามว่า 3 เดือน ทำอะไรอยู่ การตั้งกรรมการสอบตึก SKYY 9 ไม่มีความคืบหน้า บำนาญสูตรแคร์ 3 เดือนกว่า ไม่เอาเข้า ครม. ท่านยอมได้อย่างไร ให้มีการล้มระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จึงอยากตั้งคำถาม ขอให้ใช้ความกล้าหาญเตะระเบียบเลือกตั้งที่ริดรอนสิทธิ์ทิ้งไป จัดการเลือกตั้งที่โปร่งใสและผู้ประกันตนมีส่วนร่วมได้สิทธิเต็มเม็ดเต็มหน่วยเช่นเดิม
— รักชนก กล่า
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการชี้แจงจากประกันสังคมว่า การเปลี่ยนระเบียบ เพราะผู้ประกันตนอาจจะจำตัวเลข 7 คนไม่ได้ จึงใช้หลักการเลือกเบอร์เดียวนั้น สหัสวัต ระบุว่า ผิดฝาผิดตัว หลักการของการเลือกเราว่า เราจะมีสิทธิเลือกกี่เบอร์ ตัวแทนผู้ประกันตนมี 7 คน ก็สามารถเลือกได้ 7 เบอร์ ซึ่งเป็นหลักการปกติพื้นฐาน ดังนั้น 1 คนเลือกได้ 1 เบอร์ เป็นการลดทอนสิทธิ และผิดหลักการแบบสมบูรณ์แบบ
สหัสวัต ยังมองว่า ถ้าการแก้ไขยังไม่เสร็จ ก็ควรกลับไปใช้กฎระเบียบเดิมในการเลือกตั้ง เพราะตามกฎหมายเป็นแบบนี้ทั่วโลก อยู่ดีๆ ระเบียบอยู่ในชั้นประชาพิจารณ์แล้ว จะมาแก้ไขระเบียบ ใครมีอำนาจแก้ เพราะการแก้ไขกฎหมายประกันสังคม จะต้องส่งขึ้นบอร์ดใหญ่ก่อนไปถึงรัฐมนตรี แต่ตอนนี้ไม่มีบอร์ด ดังนั้น เชื่อว่านักกฎหมายจะตั้งคำถามว่า สิ่งที้ประกันสังคมตอบมีความสมเหตุสมผลทางกฎหมายหรือไม่
ขณะที่ ธนพร ยืนยันด้วยว่า ระเบียบเลือกตั้งเดิม สามารถใช้จัดการเลือกตั้งได้ ไม่ได้มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น จึงเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าคุณต้องมีความกล้าหาญในการเคาะว่า ให้ใช้ระเบียบเดิมในการเลือกตั้งรอบนี้
จากนั้น ตัวแทนกระทรวงแรงงาน นำโดย บุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย มาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรมสำนักงานประกันสังคม และไมตรี ขุนทอง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือจาก ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน
โดยบุปผา ชี้แจงว่า หลังจากนี้ จะดำเนินการตามขั้นตอนในเรื่องการเลือกตั้งบอร์ด สปส. นั่นคือการนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และส่งต่อเรื่องต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ส่วนเรื่องผลประชาพิจารณ์นั้น เราเปิดรับฟังความคิดเห็นใน 3 ช่องทาง ซึ่งปิดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ตามที่มีการนำเสนอไป
รักชนก จึงย้ำว่า เราทราบจำนวนแล้วว่า ใครมาแสดงความคิดเห็น หรือลงประชาพิจารณ์จำนวนเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เราอยากรู้คือผล ทำให้ บุปผา จึงตอบไปว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะทราบผลของ DGA เราได้คุยกับ DGA และมีหนังสือไปแล้วว่า ในส่วนกล่องระบบกลาง จะประมวลผลให้แล้วจะประกาศผลให้เลยว่า ประมาณ 6.9 แสนราย เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ ขณะที่อีกส่วนของเว็บไซต์ สปส. มุมรับฟังความเห็นอีกเกือบ 6 แสน สัปดาห์หน้า สปส. จะประมวลผล และนำเรียนทุกคน เพื่อนำเรียนว่าสรุปแล้วเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จำนวนเท่าไหร่ ขั้นตอนคือ เปิดเผยต่อสาธารณะ จากนั้นนำเข้าคณะอนุกรรมการฯ วันที่ 9 มี.ค.และนำเสนอต่อบอร์ดใหญ่ 24 มี.ค.
ส่วนกรณีของสูตร Care ดำเนินการเสร็จไวใน 4 วัน เพราะมีความแตกต่างกัน เรื่องจำนวนของสูตร Care ประมาณ 200,000 ครั้ง แต่ล่าสุดผลประชาพิจารณ์มีมากถึง1.2 ล้านครั้ง เราต้องทำให้ครบถ้วน แต่เท่าที่รับทราบจากสำนักประกันสังคมภายในสัปดาห์หน้า จะได้รับทราบผลทั้งหมด ขั้นตอนต่อไปจะนำเข้าสู่คณะอนุกรรมการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของการเลือก วันที่ 9 มี.ค. 2569 เป็นเพียงการนำเข้าอนุฯ แล้วนำผลมาดูว่ามีอะไรต้องปรับแก้ไขตามความคิดเห็นหรือไม่
ต่อมา ได้เกิดการตอบโต้กัน โดยธีระชาติ แย้งว่า ข้อตกลงในคณะกรรมาธิการของ สว. สรุปว่า ต้องเปิดข้อมูลดิบ เนื่องจากประชาชนไม่เชื่อมั่นในสำนักงาน มีข้อตกลงกันแล้วว่า จะเปิดข้อมูลดิบ แต่สุดท้ายก็มีการบอกใหม่ ว่าให้รอสรุปข้อมูลก่อน แต่ DGA บอกไปแล้วว่า ไม่ประมวลผล เพราะไม่มีทรัพยากร จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ มาลากาลัญ ชี้แจงโดยย้ำว่า DGA จะประมวล และส่งมาภายในสัปดาห์หน้า
สหัสวัต และ ธีระชาติ จึงพยายามถามถึงประเด็นที่เกรงว่า สปส.จะเข้าไปแก้ไขข้อมูลในระบบกลาง โดย มาลากาลัญ กล่าวยืนยันว่า สปส. ไม่สามารถเข้าไปแก้ในข้อมูลในระบบกลางได้ ขอถามก่อนว่า เรามีเหตุจูงใจอะไร ที่ต้องไปแก้ไข ถ้าเรามีเจตนาให้มีส่วนรวม และเกิดความโปร่งใส ดังนั้น ไม่มีการแก้ไขอย่างแน่นอน
ขณะที่ข้อสรุปเรื่องผลประชาพิจารณ์ มาลากาลัญ ยืนยันกับ รักชนก และ สหัสวัต ว่า ข้อมูลดิบที่ได้จาก DGA และข้อมูลของ สปส. 1.2 ล้านครั้ง จะส่งให้ กมธ.สว. ภายในวันที่ 27 ก.พ. และ วันที่ 6 มี.ค. จะเป็นการส่งผลที่ประมวลเสร็จสิ้นแล้ว
สหัสวัต ยังถามว่า ทำไมไม่ใช้ระเบียบเดิม ในการเลือกตั้งบอร์ดด้วย รองปลัดแรงงาน ชี้แจงว่า กระบวนการการเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าบอร์ดจะหมดวาระไปแล้ว ตราบใดที่ยังไม่ได้บอร์ดใหม่ตามกฏหมาย รักษาการยังคงทำงานได้ปกติ ความเห็นของบอร์ดมีผลเหมือนอยู่ในวาระรักษาการได้นาน จนกว่าจะมีบอร์ดใหม่ ธีระชาติ จึงถามว่า10 ปีก็ได้หรือ รองปลัดแรงงาน บอกว่า ก็คงไม่นานขนาดนั้น
สหัสวัต ยังจี้ถามเรื่องอำนาจบอร์ดรักษาการด้วยว่า สรุปแล้วมีอำนาจส่วนไหนมาแก้ระเบียบ เรื่องนี้ ไมตรี ยืนยันว่า มีบัญญัติชัดเจนในกฎหมายของกรม ในกรณีที่บอร์ดครบวาระ และยังไม่ได้บอร์ดใหม่มา ให้บอร์ดเดิมรักษาการไปก่อน หมายความว่ามีอำนาจเสมือนทำได้ปกติ มีอำนาจที่กฎหมายให้อยู่แล้ว ยืนยันว่า มีอำนาจถูกต้องตามกฎหมาย
ขณะที่ ธีระชาติ แย้งขึ้นมาว่า การประชุมบอร์ดรักษาการ เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา แจ้งว่า ในที่ประชุมจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการ แต่ไม่สามารถตั้งได้ เนื่องจากเป็นเพียงบอร์ดรักษาการ สรุปแล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะข้อมูลตอนนี้ย้อนแย้ง สหัสวัต จึงถามเสริมอีกครั้ง เรื่องการใช้อำนาจของบอร์ดรักษาการ เพราะข้อมูลตอนนี้ย้อนแย้ง สรุปข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ไมตรี ยังคงย้ำชัดว่า บอร์ดรักษาการมีอำนาจเต็มตามกฏหมายทุกประการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการแต่งตั้งอนุกรรมการนั้น เนื่องนี้ยังไม่มีข้อมูล ต้องย้อนกลับไปดูรายงาน และมติที่ประชุมของบอร์ดก่อน
รักชนก ได้หันมาพูดกับสื่อมวลชนว่า วันนี้ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของ สปส. พูดไม่ตรงกันกับ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เพราะในที่ประชุมบอร์ดรักษาการล่าสุด บอร์ดไม่สามารถใช้อำนาจแต่งตั้งขึ้นมาทำงานได้ ซึ่งข้อมูลล่าสุดตอนนี้ย้อนแย้งกัน พูดไม่ตรงกัน อันนี้ไม่แน่ใจว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร ไม่รู้ว่าเรียกว่าโกหกหรือเป็นคำที่รุนแรงกว่านั้น แต่นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงว่า ทำไมเราถึงต้องเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งประกันสังคมเร็วที่สุด เพราะเวลาอยู่ในบอร์ดไม่มีกล้องไปจับจ้อง ผู้ประกันตนไม่รู้ว่า มีใครพูดอะไรบ้าง แต่พอมาอยู่ต่อหน้าผู้ประกันตนตอบอีกแบบ “ถามวัวตอบควาย“
จากนั้น ตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ได้เดินออกจากวง ก่อนที่ รักชนก จะชี้ให้สื่อดูทันทีว่า ”หนีแล้ว“
รักชนก ยังกล่าวถึงความคาดหวังต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่มีกระแสข่าวว่าจะจัดสรร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้กับพรรคเพื่อไทย ว่า เราก็คาดหวังถึงรัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆ ซึ่งเราอยากได้คนที่มีความรู้ความสามารถ มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการแก้ไขปัญหา มีเจตจำนงทางการเมืองที่จะเข้ามาแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง
รักชนก กล่าวต่อว่า เราไม่อยากเห็นการแบ่งโควตารัฐมนตรีแบบเดิมๆ ที่เอา 10 สส.มาแลก 1 รัฐมนตรี และสุดท้ายก็เข้ามากัดกินกระทรวงนั้นๆ ที่ท่านมีอำนาจ และแจกจ่ายให้กับ สส.ในมุ้ง ซึ่งท้ายที่สุดประชาชนก็ไมีได้รับประโยชน์หรือความก้าวหน้าอะไรในชีวิต และทรัพย์สินตามกฎหมายอะไรเลย
รักชนก ยังหวังว่า ในรัฐบาลชุดต่อไป แม้จะเป็นหน้าเดิมๆ ที่จับกันมาเป็นรัฐมนตรี แต่เราก็คาดหวังที่จะเห็นความก้าวหน้าใหม่ๆ ซึ่งอาจจะคาดหวังได้ยาก แต่พวกเราในฐานะฝ่ายค้านมีหน้าที่ที่จะทำให้พวกเขาเหล่านี้ทำงานของตัวเองให้อยู่ในร่องในรอย ซึ่งถ้าหากหลุดจากความถูกต้อง ก็เป็นหน้าที่ของพวกเรา ที่ต้องตรวจสอบและตีแผ่ให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบ มันก็น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้ว เราก็ได้รัฐมนตรี และ ครม.หน้าตาเดิมๆ
ด้าน สหัสวัต ฝากถึงว่าที่รัฐมนตรีแรงงานคนใหม่ว่า เรื่องประกันสังคมหากย้อนกลับไปก่อนการเลือกตั้ง ทุกพรรคก็เห็นด้วยว่า ควรจะมีการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม เราก็หวังว่าเมื่อสภาเปิด จะทำตามที่ตัวเองได้พูดตามในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งกระทรวงแรงงานมีปัญหาเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างประเทศ การที่แรงงานไทยหลุดออกจากนอกระบบ และการ Upskill - Reskill แรงงานไทยที่มีปัญหา ตนเองมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานต้องทำ และหวังว่าก่อนที่ท่านจะรับตำแหน่งขอให้เตรียมแผนงานมาให้เรียบร้อย
ส่วนการที่รัฐมนตรีแรงงาน จะเป็นหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ ไม่ติดใช่หรือไม่ ทั้งคู่หัวเราะ ก่อนที่ สหัสวัต จะกล่าวว่า ต่อให้พวกตนอยากติด ก็ไม่น่าจะติดอะไรได้
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า คาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่ รักชนก กล่าวว่า ต้องคาดหวังอยู่ เพราะเรายังมีความหวังในการทำงานอยู่ ก่อนที่สหัสวัต จะกล่าวเสริมว่า ตนคาดหวัง เพราะพวกเราทำงานในฐานะฝ่ายค้านตั้งแต่รอบที่แล้ว พวกเราทำงานเชิงรุก ในการนำเสนอแนวทางการทำงานต่างๆ ไปยังกระทรวงต่างๆ พร้อมยืนยันว่า นอกจากการตรวจสอบรัฐบาล เราก็ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกต่อไปอย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่ สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย มอบหมายทนายความให้ไปแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท จากการโพสต์ข้อความว่า “ไอ้รัฐมนตรีโกงการเลือกตั้ง” นั้น รักชนก ตอบเพียงว่า ตนยังไม่เห็นเลย ขอกลับไปอ่านในรายละเอียดก่อน




