‘รักชนก’ นำ ‘กมธ.ติดตามงบฯ’ ลุยสำนักงานประกันสังคม

2 มิ.ย. 2569 - 16:02

  •  จี้ปรับผู้รับเหมาแอป SSO+ เต็มเม็ดเต็มหน่วย หลังล่าช้า-ระบบผิดพลาด ทำผู้ประกันตนเสียประโยชน์ เร่งเปิดบันทึกประชุมให้โปร่งใส พร้อมโชว์ยอดลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดฯ หวังดันผู้ใช้สิทธิพุ่ง

  • แนะ ‘รมว.ดีอี’ พักโครงการ “Thailand AI passport” ขู่ ยื่น‘ป.ป.ช.’ หากลุยต่อ ชี้ TOR เอื้อประโยชน์กลุ่มคนสนิทในรัฐบาล - ล็อกสเป็ก พร้อมเรียกให้ข้อมูล 18 มิ.ย. นี้ หวัง ’ไชยชนก‘ เข้าแจง หากยืนยันทุกอย่างโปร่งใส 

‘รักชนก’ นำ ‘กมธ.ติดตามงบฯ’ ลุยสำนักงานประกันสังคม

รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นำทีมคณะกรรมาธิการฯ เข้าร่วมประชุมกับพกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม พร้อมรับฟังข้อชี้แจงการใช้งบประมาณของประกันสังคม โดยเฉพาะงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และการจัดทำแอปพลิเคชัน SSO+ ที่มีปัญหาการใช้งาน และความเสถียรของระบบ 

หลังจบการประชุม รักชนกได้แถลงข่าวร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานประกันสังคม โดยระบุว่า เรื่องที่มีการหารือกันในวันนี้ประกอบด้วยรายงานการตรวจสอบงบประมาณของสำนักงานประกันสังคมโดย สตง. ซึ่งผลออกมาว่ากระบวนการไม่ได้เป็นไปในเชิงทุจริต แต่มีการบันทึกบัญชีที่ผิดพลาด ซึ่ง สปส. เองก็กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ โดยจะทำงานร่วมกับ สตง. และส่งรายงานให้รัฐมนตรีทุกเดือน

โดยทางคณะกรรมาธิการฯ ก็จะมีการติดตามอยู่เรื่อยๆ เพราะการบันทึกบัญชีไม่แน่ว่าจะเสร็จได้ภายในปีนี้หรือไม่ นัดถัดไปอาจจะต้องเชิญ สตง. สำนักงบประมาณ หรือกรมบัญชีกลาง มาพูดคุยให้ลงลึกไปถึงระบบ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีและระบบของพัสดุภาครัฐ 

อีกประเด็นหนึ่งคือกรณีแอปพลิเคชัน SSO+ ที่ผู้ประกันตนต้องใช้อยู่ทุกวัน ซึ่งมีปัญหาการคำนวณตัวเลขเงินสมทบที่หายไป การเบิกค่าใช้จ่ายใน 7 กรณีที่ยังเบิกผ่านแอปฯ ไม่ได้ หรือตัวเลขอื่นๆ ที่มีปัญหา ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ได้รับแจ้งว่าจะมีการเรียกค่าปรับผู้รับเหมาที่ได้โครงการนี้ไป ซึ่งยังมีข้อถกเถียงกันเรื่องรายละเอียดในการคำนวณค่าปรับอยู่ 

คณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตไปว่าอยากให้ปรับอย่างตรงไปตรงมา และรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นที่ตั้ง ถ้าทำผิดก็ควรเชือดไก่ให้ลิงดูไปเลย ว่าถ้าใครจะมาทำพฤติกรรมแบบนี้อีก หรือมาทำโครงการในลักษณะรับช่วงโครงการต่อแล้วมาฟันราคา หรือทำโครงการไม่เสร็จหรือไม่เรียบร้อย อย่าคิดว่าประกันสังคมจะยอมให้ทำได้เหมือนเดิม 

ส่วนในเรื่องความเรียบร้อยของแอปพลิเคชัน สปส. รับปากว่าภายในไตรมาส 3 น่าจะเรียบร้อยได้ถึง 95% โดยภายในเดือนกันยายน การเบิกจ่ายทั้งสิทธิประโยชน์และตัวเลขจะเป็นปกติ และจะเกิดความผิดพลาดน้อยลง ซึ่งปัจจุบันเข้าใจว่าความผิดพลาดก็น้อยลงเรื่อยๆ แล้ว 

ประเด็นต่อมาคือเรื่องของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งเปิดลงทะเบียนไปสองวันแรกมีผู้ประกันตนมาลงทะเบียนในยอดที่สูงมาก และหวังว่าจะได้เห็นอัตราการลงทะเบียนที่สูงเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เพราะตัวเลขในปี 2566 มีผู้ลงทะเบียนเพียง 900,000 คนจาก 11 ล้านคนที่มีสิทธิเลือกตั้ง และมีคนมาเลือกตั้งเพียง 100,000 คนเท่านั้น ในส่วนของผู้แทนฝ่ายนายจ้าง มีผู้มาลงทะเบียนเพียง 4,000 คนและมีผู้มาใช้สิทธิ์เพียงราว 1,000 คนเท่านั้น จากนายจ้างที่มีสิทธิเลือกตั้ง 500,000 คน 

เมื่อประกันสังคมเป็นที่สนใจของสังคมเป็นวงกว้าง และผู้ประกันตนได้ตระหนักรู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็อยากเชิญชวนทั้งภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนช่วยกันติดตามประเด็นนี้ในทุกสัปดาห์ เพื่อที่จะได้มีผู้มาลงทะเบียนมากๆ และในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง อยากให้มีการช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้มีการออกมาใช้สิทธิมากๆ 

ส่วนสิ่งที่ได้ฝากกับสำนักงานประกันสังคมไป คืออยากให้มีแดชบอร์ดแสดงตัวเลขผู้ประกันตนและนายจ้างที่มาลงทะเบียน ซึ่งทาง สปส. ก็รับปากว่าจะไปพิจารณาให้ ส่วนเรื่องการเปิดเผยข้อมูลรายงานการประชุมและมติการประชุมของบอร์ดประกันสังคม รวมถึงของอนุกรรมการชุดต่างๆ ตนได้เคยขอความร่วมมือกับเลขาธิการคนเก่าไป แต่ความคืบหน้ายังไม่ไปถึงไหน จึงอยากย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าขอความกรุณาให้เลขาธิการ สปส. คนใหม่ได้นำสิ่งนี้ไปเป็นนโยบายด้วย เพราะจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของประกันสังคมดีขึ้น 

รักชนก ย้ำอีกครั้งว่า ข้าราชการประจำไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับเรา เพราะข้าราชการก็ต้องรับนโยบายมาจากรัฐมนตรีและรัฐบาล แม้ไม่คล้อยตามหรือไม่อยากทำก็ไม่มีสิทธิที่จะไปต้านทานได้

ดังนั้น ถ้าขอข้อมูลไปอย่างไรก็ขอให้ช่วยจัดส่งให้ด้วย แล้วคณะกรรมาธิการฯ จะเป็นหลังพิงให้ในการทำให้ทุกอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ และตนก็คาดหวังว่าถ้าได้รับความร่วมมือในการจัดสรรข้อมูลและเอกสารต่างๆ บรรยากาศในการทำงานร่วมกันก็น่าจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ ก็อาจจะเกิดบรรยากาศที่ไม่ดีขึ้น ซึ่งตนเองก็ไม่อยากให้กลับไปเป็นเช่นนั้นอีก 

รักชนกกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสำนักงานประกันสังคมที่ผ่านมา จนอาจทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีความเชื่อมั่น แต่ยืนยันว่าประกันสังคมเป็นประกันในรูปแบบที่คุ้มค่าที่สุด สิทธิการรักษาพยาบาลอาจจะยังน้อยอยู่ สิทธิการทำฟันในอดีตเคยไม่ดีแต่ปัจจุบันได้มีการปรับเพิ่มเติมขึ้นแล้ว ประกันสังคมจะเป็นเบาะรองให้ผู้ประกันตนทุกคนในวันที่เดือดร้อนหรือเผชิญกับเรื่องไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ตกงาน มีบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ที่ทำให้ล้มลงไปแล้วไม่เจ็บมาก อาจไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นเงินที่ทำให้ทุกคนพอจะสามารถหายใจหายคอผ่านไปได้ 

ด้านเลขาฯ ประกันสังคม กล่าวว่า เรื่องแดชบอร์ดเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญอยู่แล้ว เรากำลังไปดูประเด็นว่า สามารถดึงข้อมูลมาในรูปแบบลักษณะรายงานอย่างไร ให้ท่านสามารถเข้าไปดูว่า มีผู้ประกันตนเข้ามาใช้สิทธิ์เท่าไหร่ ในการลงทะเบียนเลือกตั้ง หรือว่านายจ้างมาใช้สิทธิ์เท่าไหร่ ก็จะเป็นการกระตุ้นไปในตัว 

ขณะเดียวกันเราก็มีการพีอาร์เป็นระยะ ทั้งในเรื่องของหลังจากที่มีการประกาศแล้ว ก็จะมีห้วงเวลาที่ท่านสามารถมาเลือกสถานที่เลือกตั้งได้ ปกติคือ 1 อำเภอ 1 ที่เลือกตั้ง ในช่วง 1-15 กรกฎาคม ถ้าท่านเลือกไปแล้วปรากฏว่า ท่านมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่ไม่สะดวก โดยเราก็จะมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ทั้งในเขตพื้นที่ต่างๆ ลงไปเชิญชวน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้มากที่สุด  

โดยงบเลือกตั้งทั้งหมด 275 ล้านบาท มีงบพีอาร์แค่ส่วนหนึ่งไม่เยอะ ประเด็นคือเวลาที่เราจัดจะต้องให้คณะกรรมการ ดำเนินการการเลือกตั้ง คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กระจายให้ทั้ง กกต.ท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมดำเนินการ แต่ถือว่าตอบรับดีมาก เพราะมีแสนกว่ารายเข้ามาลงทะเบียนแล้ว ในยุคปี 66 ตัวเลขไม่เป็นอย่างนี้ แต่นี่เกิดจากการที่คนตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี 

เลขาฯ ประกันสังคม ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะชี้แจงบนข้อเท็จจริง สิ่งต่างๆ มีเหตุและผลด้วยตัวมันเอง แต่บางเรื่อง ตัวเลขาฯ เอง อาจจะไม่ได้ชี้แจงได้ทั้งหมด เพราะว่าเราไม่ได้อยู่ในยุคนั้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทำคือ พยายามเคลียร์สิ่งที่ชัดเจนที่สุดภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ รวมถึง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องให้ตรงที่สุด  

ส่วนในเรื่องของประเด็นการเปิดเผยข้อมูลหรืออะไรต่าง ๆ นั้น เราพยายามดําเนินการอยู่แล้ว เราจะรับไปดู สัญญาว่าอันไหนที่เราทําได้ จะทำ แต่บางเรื่องที่อาจจะมีผลกระทบต่อคนอื่นที่อยู่ในที่ประชุม เราก็ค่อนข้างอึดอัดใจ แต่เราพยายามทําเต็มที่ทุกอย่าง จะเปิดเผยโปร่งใสให้เต็มที่ 

เลขาฯ ประกันสังคม ย้ำว่า กระบวนการปกติตอนนี้ที่เราทำ ทุกหน่วยงานเราจะมีคนคุม กำกับดูแล เรื่อง สตง.มีการนำข้อมูลมาเทียบเคียงกัน การตรวจสอบพัสดุประจำปีในระบบ GF ซึ่งเพิ่งเคยลงเป็นครั้งแรกไม่นานนั้น มีตัวเลขที่ดิฟกันตรงไหน เช่น สมมุติบอกว่าค่าเสื่อมหมดไปแล้ว คุณก็ไม่ต้องเอามาลง แต่ยังเอามาลง เพราะฉะนั้น ตัวเลขจะห่างกัน เราดำเนินการอยู่ และจะมีการรายงานทุก 1 เดือนกับรัฐมนตรี 

ขณะเดียวกัน เราต้องรายงานกับ สตง.ทุก 60 วัน จึงพยายามกำหนดเวลาให้เคร่งครัดมากที่สุด ตั้งใจตามกันทุกสัปดาห์ เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นความเชื่อมั่นของเราเงินไม่ได้หายไปไหน ทรัพย์สินไม่ได้หายไปอยู่กับที่ กำลังดำเนินการอยู่ มองว่า เป็นการแก้ไขในเชิงในเชิงระบบ ถ้าทำได้ ก็คิดว่าการจัดการเงินนอกงบประมาณของของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เราจะต้องแชร์กับเขาไปแก้ไขในเชิงระบบ 

รักชนก ยังกล่าวถึงกรณีที่ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุจะมีการทบทวนโครงการ “Thailand AI Passport” ว่า ตอนนี้คาดหวังอยากให้หยุดพักโครงการดังกล่าวไปก่อน แม้ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ชนะโครงการ แต่สิ่งที่จ่ายไปนั้น น่าจะคุ้มค่ากับการที่เราสามารถรักษาผลประโยชน์ก้อนใหญ่ของประชาชนได้ ฝากไปยังนายกไชยชนห ให้พับโครงการนี้ หากไม่อยากต้องมีคดีความในสำนักงาน ป.ป.ช. หรือไม่อยากให้ชื่อเสียงต้องป่นปี้ไปมากกว่านี้  

ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือพักโครงการดังกล่าว และไปทบทวนให้ละเอียดรอบคอบมากกว่านี้ ปิดช่องว่างในแต่ละจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีอาร์ที่เหมือนล็อกสเป็กให้คนคนเดียว ที่เมื่อเชื่อมโยงไปแล้วได้รับโครงการภาครัฐจากรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งเป็นข้อใหญ่ที่ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ โดยในรายละเอียดเรื่องการคำนวณโทเค็น ที่ว่าจะจ่ายเงินให้เท่าไหร่นั้น ก็ยังไม่มีความชัดเจน พร้อมย้ำว่าจุดยืนของพรรคประชาชนคืออยากให้มีการพับโครงการนี้สั่งได้โดยเร่งด่วนทันทีเพราะมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว 

ด้านธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า อยากชวนคิดว่าหากไม่ทำโครงการดังกล่าว แล้วนำเงิน 1,600 ล้านบาทไปทำโครงการอื่นที่ดีกว่าการเช่าและหมดไป โอกาสนี้เป็นการรวมตัวของคนไอทีออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สิ่งที่บ้านเรา ขาดอยู่เสมอคือเป็นคนที่บริโภคเทคโนโลยีอยู่ตลอด อย่างไทยแลนด์ 4.0 แต่เมื่อเอาเข้าจริงสุดท้ายแล้วนโยบายรัฐอาจไม่เคยสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ซึ่งยังต้องไปจับคู่กับอุตสาหกรรมอื่นที่มุ่งเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นการแพทย์เกษตรการท่องเที่ยวสามารถทำให้ยั่งยืนกว่านี้ได้ 

พร้อมยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ไม่ได้ซื้อ และหมดไปแต่ตั้งศูนย์สร้างคนโดย AI เป็นแค่เครื่องมือ จะดีขึ้นหรือแย่ลงอยู่ที่คนใช้ จุดหลักต้องกลับมาดูว่าจะเพิ่มศักยภาพให้ประเทศนี้แข่งขันได้อย่างไร มิฉะนั้น เราจะติดอยู่กับบาร์ของสังคมว่าคนที่ประสบความสำเร็จในประเทศนี้หลังจากนี้คือคนที่แข่งขันได้จริงหรือคนที่รู้จักใคร เราอยากให้ประเทศนี้โตไปเป็นแบบไหน และคนรุ่นต่อไปจะเชื่อในค่านิยมแบบไหน ซึ่งในอดีตอาจจะมีคำว่ากินอิฐหินปูนทราย แต่คนรุ่นนี้อาจจะกินแอพลิเคชั่นแทนก็ได้ ดังนั้น หากเปลี่ยนให้ยั่งยืนกว่านี้ได้ ก็จะทำให้ผลลัพธ์ดีกว่านี้ และที่ผ่านมาก็เคยมีการยกเลิกโครงการอยู่แล้ว ซึ่งมีวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว  

ส่วนหากโครงการนี้ ถูกดำเนินการไป รักชนก มองว่า สิ่งที่เสียแน่ ๆ คือเงิน 1,600 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามและข้อสงสัยว่า ไม่ใช่ประชาชน 5,000,000 คนที่ได้ใช้ AI ตนเองตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ทำโครงการมาเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ แต่เป็นการชงโครงการขึ้นมา เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง ซึ่งใกล้ชิดกับใครในรัฐบาลหรือไม่มากกว่า 

สุดท้ายแล้ว สาระสำคัญอยู่ที่ทีโออาร์ว่าล็อกสเป็กให้กับคนที่มีจออยู่ทั่วประเทศ เป็นเรื่องที่ชัดเจน ตนเองไม่ได้กล่าวหา แต่เป็นการล็อกสเป็กชัดเจน โดยทั่วไปโครงการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ เมื่อเขียนทีโออาร์ จะระบุว่าต้องการการเข้าถึงเท่าไหร่ ซึ่งไม่ได้ทำการหลักการทั่วไปของทีโออาร์ในเรื่องการประชาสัมพันธ์แต่กลับกันในเรื่องคอลเซนเตอร์กลับใช้หลักทั่วไป ในการพิจารณา ทีโออาร์  

ส่วนจะต้องชดเชยเท่าไหร่นั้น รักชนก กล่าวว่า ต้องไปสอบถามกรมบัญชีกลาง แต่เสียส่วนน้อยเพื่อรักษาเงินก้อนใหญ่เอาไว้ถือเป็นประโยชน์ของประชาชนที่เรามองว่าน่าจะดีที่สุด และเคยยกเลิกโครงการของคนอื่นเพื่อมาปลูกเงินในโครงการกองทุนดีอีให้สูงถึง 1,600 ล้านบาทเช่นเดียวกัน ดังนั้น มันก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น 

ส่วนจะมีการนำเรื่องนี้ไปยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. หรือไม่ รักชนก กล่าวว่า ใช่ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการลงทะเบียนเกิดขึ้นแล้ว โดย กมธ.ติดตามงบได้มีการเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงฯ ผู้บริหารกองทุนดีอี คณะกรรมการร่างทีโออาร์ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ป.ป.ช. กรมบัญชีกลาง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ให้เข้ามาชี้แจง กมธ. ในวันที่ 18 มิ.ย. นี้ ถึงข้อที่ติดขัดอยู่ และจะเรียก ป.ป.ช. เข้ามารับทราบด้วยว่า เกิดความผิดปกติอะไรขึ้น ในโครงการ 

หลังจากนั้น คงได้รู้ว่ามีผู้ลงทะเบียนเข้ามาเท่าไหร่ หากตัวเลขคนลงทะเบียนน้อย และมีปัญหาเรื่องการใช้งาน ตนเองมองว่าก็เป็นหลักฐานที่ครบถ้วนในการยื่น ป.ป.ช. เพื่อสืบสวนสอบสวนต่อไปได้ 

“หวังว่าไชยชนก ที่ยืดอกบอกทุกเวทีว่า พร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อกล่าวหา ทุกข้อกังวล หวังว่าท่านจะมาชี้แจงในกรรมาธิการติดตามงบฯ เพราะวันพฤหัส เป็นวันที่ทุกรัฐมนตรีต้องเตรียมตอบกระทู้อยู่แล้ว ถ้าวันนั้นไม่ต้องตอบกระทู้อะไร ช่วงเช้าก็ขอเชิญมาที่สภา คิดว่าคงไม่ได้รบกวนเวลามากเกินไป และได้ให้ฝ่ายเลขาฯ ทำหนังสือเชิญไปแล้ว หากไม่มาก็ฝากสื่อมวลชนไปถามว่า กลัวอะไรกับการที่จะมาชี้แจง กมธ. หากทุกอย่างเปิดเผย โปร่งใส และชี้แจงได้ทั้งหมด ไม่มีอะไรต้องกลัว ตอนนี้ก็รับทั้งชื่อเสียงก็ป่นปี้ คนก็ตั้งคำถามถึงความเชี่ยวชาญในการเป็นรัฐมนตรีดีอี ดิฉันพร้อมเป็นเวทีให้ท่าน ได้คืนชื่อเสียงของท่านกลับคืนมา ถ้าตอบได้ทุกคำถาม ก็คิดว่าประชาชนพร้อมที่จะรับฟังและให้การสนับสนุน” รักชนก กล่าวทิ้งท้าย 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์