‘ไอลอว์’ ย้ำ! ต้องการ ‘ส.ส.ร.เลือกตั้ง’ โดยตรง

18 ก.ย. 2568 - 16:57

  • ‘ไอลอว์’ เรียกร้องให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง

  • แนะ ‘ปชน.-เพื่อไทย’ ไม่ต้องรีบ! ตราบใดที่ยังไม่เห็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม

  • ย้ำ ‘ส.ส.ร.’ ต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่กลุ่มอำนาจการเมืองหรือ สว.

‘ไอลอว์’ ย้ำ! ต้องการ ‘ส.ส.ร.เลือกตั้ง’ โดยตรง

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวถึงความเป็นไปได้ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับภาคประชาชน ที่จะเสนอพร้อมกับร่างของพรรคการเมือง ว่า “เราต้องการให้มีผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน หรือมาจากกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีการแต่งตั้งหรือหยิบเลือกจากคนกลุ่มเดียว หรืออำนาจทางการเมือง หรือฝักใฝ่การเมืองเพียงบางฝ่ายเท่านั้น เราไม่อยากเห็นอำนาจทางการเมืองฝั่งไหนที่มีอำนาจมากกว่าคนอื่น ๆ ในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ หากพรรคการเมืองเสนอร่างต่าง ๆ ที่เราดูแล้วว่าไม่ได้มีระบบการได้มาซึ่งผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่รับได้ เราก็อยากเสนอร่างอื่นเข้าแข่ง”

ทั้งนี้ กระบวนการเสนอร่างของภาคประชาชนโดยปกติแล้วใช้เวลาพอสมควร ต้องเข้าชื่อ 50,000 รายชื่อ และรายชื่อต้องตรวจสอบอย่างเร็วประมาณ 1 เดือน ถ้าร่างของภาคประชาชนเป็นเหตุให้สภาฯ ต้องรอ เพื่อพิจารณาประกบจะทำให้ช้า และกระทบกับ MOA จัดตั้งรัฐบาล “เราจึงไม่ได้คาดหวังให้รัฐสภาต้องรอ หากดูกระบวนการแล้วมีความพยายามทำให้ไม่ทัน ไม่เร่ง และเวลาเหลือพอ รวมถึงโมเดลของพรรคการเมืองที่เสนอไม่ตอบโจทย์ จึงจำเป็นต้องเชิญชวนประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย”

ส่วนโมเดลสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย จะทำให้เปิดช่องคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญในครั้งต่อไป มีความกังวลหรือไม่นั้น ยิ่งชีพ กล่าวว่า “โมเดลของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเปิดเผยต่อสาธารณะ ถือว่ายังเป็นการรับฟังความคิดเห็น ยังไม่ใช่ร่างอย่างเป็นทางการ ขอชื่นชมว่าทั้งสองพรรคมีความพยายามให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ขอท้วงติงว่าเร็วเกินไป เพราะเรายังไม่เห็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญตัวเต็ม แต่เหมือนทั้งสองพรรคยอมรับไปแล้วว่าไม่เลือกตั้งโดยตรงก็ได้ อย่างน้อยต้องรอเห็นคำวินิจฉัยก่อนแล้วถึงมาดูช่องทางให้ประชาชนตัดสินใจมีส่วนร่วม อาจจะมีโมเดลที่ดีกว่านี้ได้ จึงขอให้ทั้งสองพรรคไม่ต้องรีบตราบใดที่ยังไม่เห็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญตัวเต็ม

ตอนนี้ต้องยืนยันว่า เราต้องการ ส.ส.ร.เลือกตั้งโดยตรง เป็นร่างเดิมที่ทั้งสองพรรคเสนอไว้เมื่อต้นปี 68 แต่ถ้าคำวินิจฉัยออกมาแล้วติดขัดก็ค่อยมาหาโมเดลใหม่ น่าจะดีกว่า กังวลว่าหากคำวินิจฉัยออกมา ดีไม่ดีมีรายละเอียดที่แย่กว่า หรือปิดกั้นกว่าฉบับย่อ ร่างทั้งสองฉบับที่เผยแพร่ออกมาเป็นไอเดีย สำหรับการถกเถียงก็กลัวว่าจะไม่ได้อีก จึงขออย่าเพิ่งรีบเสนอโมเดลใหม่ วันนี้ต้องทวงถามคำวินิจฉัยฉบับเต็มให้เร็วที่สุด แล้วค่อยมาออกแบบรายละเอียดหลังจากนั้น

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์

ยิ่งชีพ ยังยอมรับว่า “มีความกังวลมาก” ถึงความไม่ชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย พร้อมชี้แจงว่า “เมื่อดูจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับย่อ และการที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่ยืนยันอะไร กังวลว่าจะมีการกำหนดให้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาจากสมาชิกรัฐสภาที่หมายถึง สส.และ สว. ซึ่งต่อให้มีสัดส่วนเท่ากัน”

ไอลอว์ยืนยันไม่เห็นด้วย ว่าสมาชิกรัฐสภาชุดปัจจุบันนี้จะสามารถตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ เพราะไม่เคยหาเสียงหรือประกาศนโยบายก่อนการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะเสนอ โดยเฉพาะ สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ถูกตั้งข้อสังเกตว่าถูกครอบงำ อาจสะท้อนแนวทางว่าทำอะไรการคิดเหมือนกัน อย่างน้อย สว.150 เชื่อว่าฝ่ายการเมืองฝ่ายหนึ่งสามารถควบคุมผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์

เมื่อถามว่าหากโมเดล ส.ส.ร. มีลักษณะเหมือนกับตอนร่างรัฐธรรมนูญปี 2539? ยิ่งชีพ กล่าวว่า “เป็นความพยายามที่ดีแต่ยังดีไม่พอ เพราะปี 2539 ให้ผู้ที่ต้องการเป็น ส.ส.ร. สมัครเข้ามาเอง และให้สมาชิกรัฐสภาเลือกภายหลัง ซึ่งการให้เลือกตนเอง มีบทเรียนจากการยกร่างปี 67 ว่าระบบดังกล่าวใครพวกมากก็ลากกันไป ต่างคนจะเกณฑ์คนของตนเองไปสมัครให้เยอะที่สุด ส่วนการขอเสียงจาก สว. ที่กฎหมายกำหนดให้เห็นชอบด้วย 1 ใน 3 แม้ไม่อาจพูดโดยตรงได้ว่าสามารถควบคุม สว.ได้หรือไม่ แต่หวังพรรคภูมิใจไทยน่าจะส่งสัญญาณถึง สว.ด้วย”

เป็นสัญญาณที่ดีว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีเสียงคัดค้านจาก สว. แตกต่างจากการทำรัฐธรรมนูญครั้งก่อน เห็นว่า สว. สีน้ำเงินยังไม่มีใครพูดอะไร น่าจะรอฟังสัญญาณทางการเมืองจากรัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยอยู่

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่พรรคภูมิใจไทยและ สว.จะแบ่งบทกันเล่น? ยิ่งชีพ กล่าวว่า “เกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น ถ้ารัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญ และพรรคภูมิใจไทยโหวตผ่าน แต่สุดท้าย สว.โหวตไม่ผ่านคิดว่าก็จะเป็นเหมือนเดิม คือรัฐบาลที่นำประเทศอยู่จะต้องรับผิดชอบ เพราะจะต้องมีพื้นที่และภารกิจในการเจรจากับ สว.ด้วย ซึ่งหากไม่สามารถทำตามสัญญาได้ถือเป็นความล้มเหลวของรัฐบาล”

ด้าน ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ตัวแทนจากไอลอว์ กล่าวถึงความมั่นใจที่จะจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จทันก่อนยุบสภาเพื่อนำไปทำประชามติหรือไม่ว่า “หากเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่การทำประชามติ ที่คำถามครั้งที่ 1 และคำถามครั้งที่ 2 จะต้องถามพร้อมกันในรอบแรก เป็นไปค่อนข้างยาก แต่ก็มีช่องทางที่เป็นไปได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้รัฐบาลจะต้องออกแบบไทม์ไลน์อย่างรอบคอบ ว่าจะประกาศวันที่เคาะคำถามการทำประชามติ และวันที่จะยุบสภาเมื่อไหร่ ถึงจะไปครบกำหนดวันที่จะทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปได้”

ภัสราวลี กล่าวต่อว่า “ครม.อาจจะต้องการไทม์ไลน์ให้ทุกภาคส่วนเห็นว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในระยะเวลาเท่าไร จะได้ทำความเข้าใจร่วมกัน โดยฝ่ายการเมืองจะต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม ก่อนที่จะมาเดินหน้ายกร่างโมเดลที่มา ส.ส.ร. ยืนยันว่าอำนาจในการออกแบบ ส.ส.ร. อยู่ที่รัฐสภา หากสมาชิกรัฐสภาเข้าใจคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ และโต้แย้งว่าเหตุใดประชาชนถึงไม่มีสิทธิ์เลือก ส.ส.ร. โดยตรงได้ ก็เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอที่จะยืนยันได้ว่า ประชาชนต้องเลือกผู้ร่างได้โดยตรง”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์