ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบอันน่าวิตกระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล กระทรวงการต่างประเทศได้สรุปยอดความสูญเสียของคนไทย ที่ได้รับเคราะห์จากไฟสงคราม 18 ชีวิต (รอทางการอิสราเอลยืนยันข้อมูลอีกครั้ง) ส่วนผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 9 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน แต่ในข่าวร้ายยังมีข่าวดี เพราะแผนอพยพคนไทยได้ถูกวางไว้เป็นที่เรียบร้อย โดยมีผู้ลงทะเบียนแสดงความประสงค์ขอกลับประเทศไทย ล่าสุดอยู่ที่ 3,862 คน และผู้ประสงค์ยังไม่กลับไทย 52 คน
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งอยู่ในระหว่างภารกิจเดินทางเยือนต่างประเทศ ได้เน้นย้ำขอให้มั่นใจรัฐบาลจะทำทุกทางช่วยคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน พร้อมยอมรับกังวลตัวเลขคนไทยเสียชีวิตสูง และกำชับทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือทุกวิถีทาง
“ผมเชื่อว่ารัฐบาลไทยมีความพร้อม เพราะไม่ได้เตรียมเฉพาะเครื่องบิน A340 เพียงลำเดียว แต่ยังมีเครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศ ที่พร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมเครื่องบินรวมทั้งหมด 5 ลำ สำหรับอพยพคนไทย ส่วนการดูแลหลังจากนี้จะต้องดูแลให้ดีตามกฏหมาย แต่ละคนมีความเสียหายอย่างไรให้ยึดระเบียบที่วางไว้”
— เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง
สั่งเสริม จนท.ช่วยคนไทยใน ‘อิสราเอล’
ในส่วนของผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพูดคุยกับบรรดามิตรประเทศต่างๆ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และอยากขอให้ความมั่นใจว่า เราได้ทำทุกทาง และจะพยายามอย่างสูงสุดเพื่อช่วยเหลือ โดยคำนึงถึงอิสรภาพของคนไทยที่ถูกจับตัวไปเป็นสำคัญที่สุด นายกฯ ยังได้สั่งการให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเสริมข้าราชการไปสนับสนุนข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ในภารกิจช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย
หากไม่มีอะไรผิดพลาด สายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบิน LY083 จะออกเดินทางจากกรุงเทลอาวีฟ วันนี้ (11 ตุลาคม) ในเวลา 21.45 น. เพื่อพาคนไทยกลุ่มแรก 15 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บาดเจ็บ เดินทางกลับมาตุภูมิ โดยมีกำหนดถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 10.35 น. ของวันพฤหัสบดี (12 ตุลาคม) ก่อนจะตามมาด้วยแผนลำเลียงคนไทยในรอบถัดไป
ที่เหลือ เราได้แต่ภาวนาให้ภารกิจการช่วยเหลือทุกชีวิตของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นสำเร็จลุล่วง และหวังให้ไฟสงครามครั้งนี้มอดดับโดยเร็ว





