จับมือ ‘ปชป.’ เพื่อเสถียรภาพรัฐบาล

30 ส.ค. 2567 - 15:24

  • ‘นายกฯ อิ๊งค์’ แจงจับมือ ปชป.เพื่อเสถียรภาพ รบ.หลังทิ้ง พปชร. ชี้เข้าใจเสื้อแดงดี ถึงเวลาประเทศเดินหน้า

  • เมิน ‘เสรีพิศุทธ์’ ขอโฟกัสเรื่องสำคัญ

  • เผย โผ ครม.นิ่งแล้ว เหลือขั้นตอนตรวจคุณสมบัติ ลั่น ขอทำให้เร็วเพื่อแก้ปัญหาประเทศ

  • ระบุ น้ำไม่ท่วม กรุงเทพฯ เหตุ ปริมาณน้ำไม่เยอะเหมือนปี 54 บอกน้ำเริ่มลดขอโฟกัส เรื่องเยียวยาชาวบ้าน บอก แถลงนโยบายต่อสภาแล้ว คงทำอะไรได้มากขึ้น

ing_interview_politic_30aug2024_SPACEBAR_Hero_960618ce18.jpg

แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า รัฐบาลที่ดี รัฐบาลที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ เสถียรภาพเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่ได้เชิญพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วม การแก้กฎหมายต่างๆ ต้องมีเสียงมากพอ ไม่เช่นนั้นการแก้กฎหมายช่วยเหลือประชาชนอาจสะดุดได้ วันนี้ฝ่ายบริหารพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนในหลายทศวรรษ การที่เราร่วมรัฐบาลกัน ไม่ได้แปลว่า พรรคเพื่อไทยยอมรับการกระทำของผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเยอะมาก เราต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ การได้เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ คือปัจจัยที่ทำให้เรามีเสียงมากพอ

เมื่อถามว่า คนเสื้อแดงไม่ค่อยเห็นด้วยกับการร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ แพทองธาร ชี้มือมาที่ตัวเอง แล้วพูดว่า “ นี่คือคนเสื้อแดง“ ก่อนกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าต้องแก้ไขปัญหาให้ประชาชนให้ได้ และผลักดันนโยบายต่างๆให้สำเร็จ นี่คือความตั้งใจ เราทำนโยบายสำเร็จมาเยอะ ในเรื่องของการเมืองมีส่วนหนึ่งที่เราต้องทำให้มีเสถียรภาพให้ได้ ผ่านมาแล้ว 10-20 ปี หลายอย่างเปลี่ยนไป ผู้บริหารก็เปลี่ยนไป แม้ชื่อจะยังเป็นประชาธิปัตย์เหมือนเดิม แต่หลายอย่างในนั้นเปลี่ยนไปมาก คิดว่าเราต้องเดินหน้าต่อไป ถ้าเรามัวแต่คิดเรื่องการเมืองกันต่อไป ก็จะถ่วงหลังประเทศ และการฟ้องร้องอะไรต่างๆ ที่เป็นเรื่องเล็กๆมากมาย มันไม่ได้จำเป็นสำหรับการบริหารประเทศ

ส่วนจะบอกคนเสื้อแดงอย่างไรที่เห็นต่างนั้น ในฐานะนายกฯ สัญญาจะเป็นนายกฯ ของคนไทยทุกคน นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น มาอยู่ตรงนี้จะทำเพื่อประชาชนทุกคน เข้าใจความรู้สึกของคนเสื้อแดงดี เรื่องเสื้อแดงจะพูดไม่ได้เลยว่าไม่เข้าใจ เข้าใจ แต่วันนี้เราพร้อมหรือยังที่จะก้าวไปข้างหน้า เห็นประเทศชาติที่ดีขึ้นเตรียมไว้ให้ลูกหลาน วันนี้เราต้องเป็นผู้ใหญ่ที่เราต้องพร้อมด้วย นี่คือสิ่งสำคัญ

สำหรับความเปลี่ยนแปลงของพรรคประชาธิปัตย์นั้น มันเหมือนประเทศที่เป็นเผด็จการมา เราไม่ทำการซื้อขายด้วย แต่วันหนึ่งเมื่อเขาเปลี่ยน เป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เราก็ซื้อขายกับเขาต่อ เป็นการมองไปข้างหน้า มองไปที่อนาคต ลักษณะจะเป็นเช่นนั้น เราจึงต้องให้ความสำคัญตรงจุดนั้น อยากขอให้สื่อให้กำลังใจและผลักดันประเทศไปพร้อมกัน อย่าไปให้ความสำคัญอะไรอะไรที่ไม่สำคัญ อย่าให้ความสำคัญกับการฟ้องที่ไม่สำคัญ หรือประเด็นอะไรที่ไม่สำคัญ ขอให้ช่วยกันเพราะหน้าที่ตรงนี้หนักและไม่ง่าย ต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมยื่นฟ้องนายกฯ ต่อองค์กรอิสระ เราก็คงไปห้ามเขาไม่ได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพรรคพลังประชารัฐ ก็ให้เป็นปัญหาของเขา และส่วนตัวไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจ 

ส่วนเหตุผลที่ไม่เอาพรรคพลังประชารัฐเป็น เพราะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ใช่หรือไม่ แพทองธาร กล่าวว่า มีเหตุผลหลายอย่างที่ไม่สามารถร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐได้ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะบิดาบ้างหรือไม่ กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกมาระบุว่าได้ไปเยี่ยมทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจถึงสองครั้ง แพทองธาร กล่าวว่า อยากให้โฟกัสที่เรื่องสำคัญค่ะ 

เมื่อถามต่อว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์น้อยใจที่ไม่ได้ตำแหน่งเลยออกมาแฉว่าทักษิณครอบงำพรรคร่วมรัฐบาล โดยเรียกพรรคร่วมรัฐบาลไปประชุมที่บ้านจันทร์สองหล้า แพทองธาร กล่าวติดตลกว่า “อาจจะเป็นตัวเองมากกว่าที่ครอบงำทักษิณ ข้อเท็จจริง คือทักษิณไม่ได้ครอบงำ การปรึกษากันคือเรื่องธรรมดา แต่ถ้าหากจะหาเรื่องกันเช่นนั้น มันก็เป็นอย่างนั้น แต่ความจริงไม่มีการครอบงำอะไร ทุกคนมีตัวตน มีความคิดเป็นของตัวเอง มีคำปรึกษาจากทุกคนที่สามารถช่วยกัน ทำงานให้ประเทศต่อ ก็แค่นั้นเอง”

S_2261443_a8dee21aec.jpg

แพทองธาร ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ค่อนข้างลงตัวนิ่งแล้ว เหลือเพียงการตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนจะเสร็จเมื่อไหร่นั้นคิดว่าใกล้แล้ว เพราะตรวจมาประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว 

ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติ ได้ส่งไปแล้ว ขอให้ใจเย็น เพื่อรอการตรวจสอบคุณสมบัติให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าจะยื่นทูลเกล้าฯ เลยได้หรือไม่นั้น หากฝ่ายที่ตรวจสอบตอบกลับมาแล้วรายชื่อลงตัว เราก็จะทำโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่เช่นนั้นการทำงานจะติดปัญหาต่างๆ เช่น การลงพื้นที่วันนี้ติดเรื่องที่เป็นรัฐบาลที่ยังไม่ได้แถลงนโยบาย เราจะได้บอกประชาชนได้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ขณะเดียวกัน การเตรียมนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ก็ใกล้เสร็จแล้ว

S_2253230_9259e217ff.jpg

แพทองธาร ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ได้ประสบอุทกภัยว่า ตอนนี้สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ น้ำก็เริ่มลดแล้ว แต่อยากให้โฟกัสเรื่องของการเยียวยาพี่น้องประชาชนต่อไป เพราะน้ำท่วมแต่ละครั้งก็เกิดความศูนย์เสียและลำบากกันเยอะ ตอนนี้เขื่อนด้านบน ทั้งเขื่อนสิริกิต์ และ เขื่อนภูมิพล สามารถรองรับน้ำได้เพียงพอแน่นอน ฉะนั้นในส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่มีปัญหา และในส่วนของการคาดการณ์เรื่องพายุก็ไม่มีเข้ามา ดังนั้น พื้นที่ กรุงเทพฯ จึงปลอดภัยแล้ว ขณะที่ภาคเหนือตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้น รวมถึงจากการที่ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ทราบว่า ตอนนี้ทางภาคเหนือเต็มที่ 7 วัน ทุกอย่างก็จะเริ่มเคลียคลาย หรือบางจังหวัดอาจจะแค่ 3-5 วัน ทั้งนี้ ภาพรวมของสถานการณ์น้ำในปีนี้ ไม่น่ากลัวเหมือนปี 54 แน่นอน เพราะปี 54 เป็นปีที่น้ำเยอะและมีพายุเข้ามาในช่วงเดือน ต.ค. ปี 54 ถึง 5 ลูก แต่ตอนนี้มีการคาดการณ์ว่าพายุจะเข้ามาในประเทศ 2 ลูก หรืออาจจะไม่มีเลย

อย่างไรก็ตาม ในเดือน ก.ย. ถึง ต.ค. ที่อาจจะมีปริมาณฝนตกเพิ่มขึ้น ก็ได้เตรียมรับมือพอสมควร ในส่วนของฝั่งชลประทานก็ไม่ได้มีความกังวลใจเหมือนในปี 54 เพราะเคยได้รับมือมาแล้ว และปีนี้ปริมาณน้ำฝนก็ไม่เยอะเหมือนปี 54 ทั้งนี้หากมีการแถลงนโยบายต่อสภาเรียบร้อยแล้ว คงต้องมีการดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะจากการลงพื้นที่มาก็เห็นว่าประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วมอย่างจริงจัง อะไรที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ก็ขอให้ช่วยกันเพราะผลประโยชน์อยู่ที่ประชาชน นอกจากนี้ก็มีอีกหลายอย่างที่คิดไว้ หากขั้นตอนการตั้งคณะรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อยก็จะพยายามเริ่มลุยงาน พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า อยากแก้ไขปัญหานี้แน่นอน ซึ่งขณะนี้มีการรับทราบข้อมูลว่าเขื่อนไหนที่แตก และปัญหานี้ในอนาคต ถ้าถูกแก้ในระยะยาว ก็จะไม่ต้องมาคอยแก้ หรือเสียงบประมาณในช่วงสั้นๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่คือสิ่งที่เรามีความตั้งใจอยากทำในอนาคต

“ถ้าจะพูดถึงเรื่องความตั้งใจ มีแน่นอน เรามีความตั้งใจแน่นอนที่จะทำให้ตรงนี้สามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ เพื่อไม่อยากให้เสียงบประมาณที่เล็กๆ และบ่อยๆ”

แพทองธาร กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์