ผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั้ง 47 จังหวัด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ก.พ.) หลายพื้นที่เรียกว่าขับเคี่ยวกันอย่างสูสี แต่ผลการเลือกตั้งที่ออกมาทำให้หลายคนมองว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่อแววว่าจะสิ้นมนต์ขลัง
ล่าสุดวันนี้ (3 ก.พ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตอบคำถามสื่อถึงภาพรวมผลการเลือกตั้งนายก อบจ. ว่า ภาพรวมถือว่าพอใจ เพราะทุกคนช่วยลุยกันเต็มที่แล้ว และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ส่งข้อความในไลน์กรุ๊ป สส.เพื่อไทย ไปแล้วว่าเราต้องปรับปรุงเรื่องไหนยังไงบ้าง เพื่อถอดบทเรียน และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งระดับประเทศ
พร้อมยอมรับว่าจริงๆ อยากชนะทุกพื้นที่ แต่ว่าได้เท่านี้ก็ดีมากๆ แล้ว ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย ตั้งเป้าว่าจะชนะการเลือกตั้งนายก อบจ. ในพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.ลำพูน แต่กลับแพ้ให้กับผู้สมัครในนามอิสระ และ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน แพทองธาร ยอมรับว่าเสียดายที่ไม่ได้ แต่ได้บอกไปแล้วว่าพื้นที่ไหนแพ้ก็ยังต้องทำงานให้ประชาชนเหมือนเดิม
ส่วนได้คุยกับ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรค เรื่องการปรับกลยุทธ์หรือไม่ เพื่อเตรียมเลือกตั้งระดับประเทศหรือไม่ แพทองธาร ตอบว่า คุยทุกวัน คุยกับผู้ช่วยหาเสียงทุกวัน
ส่วนผู้ช่วยหาเสียงแฮปปี้กับการเลือกตั้งหรือไม่ แพทองธาร ระบุว่า แน่นอน พ่อไม่ได้หาเสียงแบบนี้ 17-18 ปีแล้ว ในอดีตเคยทำอยู่แล้ว แต่เป็นอดีตที่ไกล กลับมาทำตอนนี้ความจริงก็เป็นห่วงเหมือนกันเวลาไปหลายเวที เพราะอายุเยอะ แต่ท่านก็ทำเต็มที่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงก็ถือว่าคุ้มสตางค์ที่จ่าย ส่วนทักษิณจะเปลี่ยนคาเรกเตอร์การหาเสียงแบบดุดันเป็นอย่างอื่นหรือไม่ แพทองธาร มองว่าคงเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ หรือไม่ก็เป็นคาเรกเตอร์นั้นไปเลย
- ‘นายกฯ’ เผย ‘ทักษิณ’ คุย ‘อันวาร์’เน้นความสงบในเมียนมา
นอกจากนี้ แพทองธาร ยังตอบคำถามกรณีที่ ทักษิณ เดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อพบนายนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวานที่ผ่านมา (2 ก.พ.) ว่า เป็นการคุยเรื่องความร่วมมือต่างๆ ที่ทั้งสองประเทศสามารถสนับสนุนกันได้
และจากที่ได้คุยโทรศัพท์กับทักษิณสั้นๆ เมื่อคืน การหารือเมื่อวานเน้นเรื่องของเมียนมา อันวาร์ซึ่งเป็นประธานอาเซียน มองว่าการช่วยเหลือเมียนมาเป็นเรื่องที่สำคัญของอาเซียนมากๆ ซึ่งในการประชุมในอาเซียนทุกครั้ง ได้รับการยืนยันว่าอยากให้เมียนมาเกิดความสงบสุข และในเมียนมาเองเขาก็อยากให้เกิดความสงบสุขเช่นกัน
เป็นการคุยกันเพื่อทำให้เกิดประโยชน์กับภาครวมของอาเซียน และพัฒนาเรื่องอื่น เช่น เรื่องฝุ่น PM2.5 และการพัฒนาเทคโนโลยี




