ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ในการประชุมวิสามัญพรรค พท. วันที่ 27 ต.ค. เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่แทนที่ชุดเดิมที่ลาออกไป และมีสส.จำนวนมาก สนับสนุนให้ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค นำพรรคอย่างเต็มตัวไม่ใช่แค่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางของคนทั้งพรรค ประกอบกับเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาปรับให้พรรค พท. ทันยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับการเมืองมากยิ่งขึ้น ขณะนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า แพทองธาร จะรับหน้าที่หัวหน้าพรรคด้วยตัวเอง ขณะที่กก.บห.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาช่วยงานแพทองธาร ก็จะเป็นคนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน เพราะพรรค พท. ต้องการปรับตัวครั้งใหญ่ให้เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มตัว เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งให้พรรค พท. กลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งอีกครั้ง
ด้านมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย และรมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงสเปคหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนถัดไปเป็นอย่างไรว่า เนื่องจากพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคของคน 3 รุ่น ที่ประกอบด้วย รุ่นสูงวัย รุ่นวัยกลางคน และรุ่นวัยหนุ่มสาว แต่เราก็ต้องรู้ว่าการเมืองในวันนี้เป็นของวัยหนุ่มสาวที่เขาจะต้องมาสร้างความหวัง สร้างโอกาสให้กับประชาชนคนไทย ซึ่งในพรรคเพื่อไทย ต้องยอมรับว่าเป็นความศรัทธามาจากทักษิณ ชิตวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งสิ่งต่างๆที่เกิดจากความรักของทักษิณ ที่ทุ่มเทสร้างพรรคตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และมาจนถึงพรรคเพื่อไทย ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทักษิณคือแกนกลางที่ยึดเหนี่ยวการเมืองของคนทุกรุ่นเข้ามา พร้อมกับผลงานที่ได้สร้างให้กับคนไทย ฉะนั้น ส่วนตัวอยากให้หัวหน้าพรรคหรือผู้บริหารพรรคเป็นของคน 3 วัย ที่ผสมผสานกัน
เมื่อถามว่า ส่วนตัวสนับสนุนใคร มนพร กล่าวว่า อยากให้ แพทองธาร มานำพรรค เพราะแพทองธาร เป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ มีความคิด ความอ่าน และแพทองธารได้ซึมซับบริบทการเมืองมาตั้งแต่เด็กๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองมา รวมถึงเข้าใจทุกมิติของการเมือง สิ่งต่างๆเหล่านี้จะทำให้แพทองธาร แข็งแกร่ง
มนพร กล่าวต่อว่า ตอนที่ลงพื้นที่มีชาวบ้านถามว่าทำไม.แพทองธาร ถึงไม่มีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงบอกว่า แพทองธาร ทำงานที่พรรค ชาวบ้านจึงตอบกลับมาว่าอยากให้แพทองธาร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และกลับมาเยี่ยมที่ภาคอีสานอีก ดังนั้น ส่วนตัวต้องนำเรื่องที่ชาวบ้านบอกไปบอกน.ส.แพทองธาร
“เชื่อว่าคุณอุ๊งอิ๊ง ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ซึมซับการเมืองมาทุกมิติ และสามารถนำพาการเมืองใหม่ ให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ และเข้าใจการทำงานในสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว” มนพร กล่าว




