อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ สันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านพัฒนาชุมชนและการส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่น แถลงข่าวเรื่อง ‘การทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น’ ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล
อนุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วเป็นต้นมาได้มีการสืบสวนสอบสวน ซึ่งต้องขอชื่นชมคณะกรรมการที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ภายในระยะเวลาที่ผมขอให้ตรวจสอบภายใน 7 วัน ซึ่งครบกำหนดเมื่อวานนี้ (1 ก.ค.) ในที่สุดพบว่า มีความไม่โปร่งใสและไม่สุจริต มีความพยายามที่จะทำให้เกิดการโกง เพื่อให้คนที่มีความเชื่อมโยงกันได้ผลประโยชน์ ได้รับการคัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการในส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้มีหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบด้วย ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีข้อมูลของตัวเอง โดยบางหน่วยงานก็สอบสวนลงลึกไปมากแล้ว
พร้อมกล่าวอีกว่า ทุกหน่วยงานได้มีการลงนาม MOU สมัยที่ผมเป็นรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในปี 2566 ช่วงเดือน ต.ค. และ พ.ย. มีข่าวทำนองนี้ขึ้นมาและผมได้สั่งการให้ชะลอและไม่ให้มีการสอบ ให้ดำเนินการสอบตามมาตรฐานใหม่ โดยได้เปลี่ยนมหาวิทยาลัยที่เป็นสนามสอบ ล่าสุดใช้เวลา 2 ปีกว่าที่จะมีการสอบ ผมได้สอบถามไปว่า “เหตุใดจึงมีการเร่งสอบในตอนนี้ ทั้งที่ผมได้สั่งยกเลิกไปแล้ว มันเลยทำให้ไม่ได้มีการสอบมา 3 ปีแล้ว”
ในช่วงปลายปี 2568 พวกที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คงคิดว่าจะมีแค่ ‘รัฐบาลหนู 1’ ไม่ได้เกรงกลัวอะไร ก็คิดว่าเดี๋ยวคงมีการเปลี่ยนแปลงในกระทรวงมหาดไทย การสอบก็ยังไม่มีใครมารายงานสักคนว่ามันมีเรื่องการสอบพวกนี้ ถ้าถามว่าเขาผิดหรือไม่ที่ไม่ได้มารายงาน ก็ไม่ผิด เพราะเป็นการกระทำภายในขอบเขตอำนาจของกรม รัฐมนตรีหรือนายกฯ ไม่สามารถไปรู้ทุกเรื่องได้ อย่างนั้นมันก็เป็นการทำงานแบบล้วงลูก ถ้าสอบแล้วมันผ่านไปด้วยดี ไม่มีคนร้องเรียน ไม่มีการทุจริต ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ก็ไม่มีปัญหาอะไร นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้ทำไว้
— อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน กล่าวว่า “เมื่อผมเข้ามาในสมัยที่ 2 แล้วก็คงเป็นเรื่องที่ผิดความคาดหมาย เขาเลยไปแก้คำตอบและไฟล์ข้อมูล ผมก็ยังเห็นเลยว่า สุ่มตรวจกระดาษคำตอบ คะแนนได้ 45 คะแนน แต่ผลประกาศออกมาได้ 77 คะแนน ฉะนั้นการสุ่มตรวจที่เขาตรวจไป 80 คน อยู่ในลักษณะเช่นนี้หมด ผมยังบอกเลยว่า ‘อะไรกัน คำตอบไม่มีรอยดินสอล้นออกมาในช่องเลย ทำไมเก่งจัง’ ก็แปลว่าเขาเตรียมการไว้หมด เขาก็ไปทำและอ้างว่าเดี๋ยวเอกสารเยอะ เดี๋ยวจะตรวจสอบไม่ทัน เดี๋ยวจะไปทำโปรแกรมที่เกี่ยวกับเอไอ จึงเป็นที่มาของการไปสร้างกระดาษคำตอบนี้ขึ้นมา โดยอ้างว่าเป็นกระดาษคำตอบที่ล้อมากับคนที่ทำข้อสอบจริง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะนี้นายกฯ ได้ชูตัวอย่างกระดาษคำตอบ พร้อมพูดว่า “อันนี้เป็นกระดาษปลอม ไม่ใช่ของจริง เราไม่จำเป็นต้องถามหรอก กระบวนการนี้มันทุจริตแน่นอน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบ เพื่อดำเนินการวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เข้าข่าย ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยชื่อตอนนี้ได้ เพราะเรายังไม่ได้ดำเนินคดี จะเป็นการกล่าวหาเขา เพราะมีบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีตำแหน่งสูง เราจะไปกล่าวหาลอย ๆ ไม่ได้ จะต้องมีข้อมูล จะต้องรอผลสอบของหลาย ๆ หน่วยงานมายันข้อมูลกัน เพื่อให้รูปคดีมีความกระชับและมีความแน่นหนา โอกาสที่จะดิ้นหลุดก็ไม่มี ซึ่งก็มีทั้งเรื่องการโอนเงิน มีการบรรจุคน มีการแก้คะแนน ดูแต่ละเรื่องที่ทำเป็นอาญาแผ่นดินทั้งนั้น”
อย่างที่บอก “พวกชั่ว ขายชาติ” อันนี้คือความรู้สึกที่ทุกคนก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่เราจะบอกว่าคนนี้เป็นคนชั่ว คนนี้เป็นคนขายชาติ คนนี้เป็นคนที่โกงเฉย ๆ ไม่ได้ เราต้องไปพูดให้เขารับข้อกล่าวหานี้ด้วยหลักฐาน ในรัฐบาลผมต้องมีหลักฐานที่เป็นที่ประจักษ์ ต้องมัดตัวให้แน่น ดิ้นไม่หลุด เราทำงานกันแบบนี้ ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นทีใครรอดสักราย
— อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกฯ กล่าวด้วยว่า อีก 6 หน่วยงานก็จะดำเนินการตรวจสอบในหน่วยงานของตัวเองที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่อง เส้นทางการเงิน การฟอกเงิน ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า จากนี้ไปถ้าใครคิดจะโกง ก็อยู่ไม่ได้แล้ว พลาดไปโดนใครก็คนนั้น และเท่าที่ทราบก็มีเยอะแล้ว มีทั้งเส้นการเงิน เส้นการร่วมมือ และผู้ร่วมกระบวนการ
ส่วนจะสามารถเปิดเผยชื่อผู้ร่วมกระบวนการได้หรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ไม่ใหญ่ทำไม่ได้หรอก เขาคงต้องเร่งทำ เพราะหลายคนบรรจุไปแล้ว ซึ่งผู้ที่บรรจุไปแล้วก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย ถ้าหากออกมาแล้วมันผิด ถ้าที่มาผิดทุกอย่างต้องเป็นโมฆะหมด ใครทำอะไรไว้ก็รู้อยู่แก่ใจ คิดว่าไม่น่าจะพ้นไปได้ และหลังจากนี้การสอบสวนก็จะเพิ่มความเข้มข้น เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มทีมงาน บูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงาน เพื่อเอาผิดกับขบวนการนี้”
วันที่ 1 ก.ค. ผมทราบมาว่าจะมีการบรรจุข้าราชการ แต่เมื่อมีการทุจริตจากการสอบครั้งนี้ก็ไม่ควรบรรจุ เพราะมีการทุจริตในการสอบครั้งนี้ ควรจะชะลอ ยืดเวลา หรือยกเลิก ซึ่งผมได้สั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทย และรับดำเนินการ แต่การจะบรรจุหรือไม่นั้นมีคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ส.ถ.) มาดูว่าควรจะบรรจุหรือไม่ ซึ่งในคณะกรรมการชุดนี้มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย ในที่ประชุม กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ชะลอ แต่คณะกรรมการส่วนใหญ่ที่มาจากภายนอกไม่เห็นด้วย ลงมติให้มีการบรรจุต่อไป เมื่อมาพบเช่นนี้ ความรับผิดชอบอยู่ที่ ก.ส.ถ. นี้ด้วย ผมขอชี้แจงว่ารัฐบาลไม่ใช่ไม่ทำอะไร เราทำทุกอย่างแล้ว เดี๋ยวก็ต้องมาดูพยานหลักฐานแล้วค่อยว่ากัน
— อนุทิน ชาญวีรกูล
เมื่อถามว่า ในช่วง ‘รัฐบาลหนู 1’ ใครเป็นคนย่ามใจนั้น นายกฯ กล่าวว่า “ตอนรัฐบาลหนู 1 มีคนย่ามใจเยอะ ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว เราเข้าใจว่าตอนนั้นเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะไปวันไปพรุ่งก็ไม่รู้ และยุบสภาฯ ก่อนวันที่เรากำหนด และเป็นรัฐบาลรักษาการณ์ หลังจากนั้นเราก็เป็นรัฐบาลมีเอกภาพ”
ตอนนี้เรื่องการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงานไม่ต้องห่วงหรอก พอเกิดเรื่องแบบนี้ มันไม่มีทางเปิดสอบ ไม่มีใครกล้าเปิดสอบหรอกตอนนี้ ไปท้าให้เขาเปิดสอบ อีก 2 เดือนคงไม่มีใครยอมจะมาเปิดสอบเลย ผมถือว่าเป็นการลดจำนวนข้าราชการ ผมเชื่อว่าที่อ้างกันมา 3 ปี ไม่ได้สอบเลย ผมก็ไม่เห็นว่าการให้บริการประชาชน การทำงาน ประสิทธิภาพจะลดลง ตรงกันข้าม ผมคิดว่ายิ่งคนน้อย ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ ถ้าผมทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องอาศัยคณะกรรมการ ผมไม่ให้มีการสอบหรอก ช่วงทำงานอยู่กระทรวงมหาดไทยมา 3 ปี ไม่ได้รู้สึกเลยว่าประสิทธิภาพงานของกระทรวงมหาดไทยลดลง ด้วยประสิทธิภาพข้าราชการที่มีอยู่ ทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าข้าราชการเยอะไปด้วยซ้ำ และคิดว่าถ้าเกษียณไปแล้ว ไม่ต้องเพิ่ม มอบหมายคนที่อยู่ให้ทำงานเพิ่มมากขึ้น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสิ่งที่สนุก
— อนุทิน ชาญวีรกูล
ส่วนกรณีมีกระแสข่าว รัชพงษ์ ชูแก้ว เลขานุการ รมว.คมนาคม ยื่นลาออก เนื่องจากมีข่าวเชื่อมโยงกับประเด็นการสอบข้าราชการท้องถิ่น และข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์กับผู้สอบที่ได้ลำดับต้น ๆ นายกฯ ตอบว่า “ยังไม่รู้เรื่องเลย คือใคร ต้องไปถาม พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ผมยังไม่รู้เรื่อง ตอนเพิ่งกลับมา”

ชี้คำสั่ง มท.1 ‘ยกเลิกผลสอบ’ แต่ กสถ.ให้ ‘บรรจุ’ ทำวุ่นวายเพิ่ม
ด้าน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงว่า ทุกคนทราบดีว่ากรณีนี้เกิดจากที่ รมว.มหาดไทย ได้รับข้อร้องเรียน ซึ่งจากที่ได้ลงนาม MOU 7 หน่วยงาน จึงเป็นที่มาของวันนี้ที่มีการจับกุมโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ จ.นนทบุรี โดยนายกฯ พูดตั้งแต่วันที่มีการจับกุมว่า “คนที่ทุจริตเป็นพวกขายชาติ” หากเราบรรจุคนที่ไม่ดีเข้าสู่ระบบราชการก็จะทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย อย่างที่นายกฯ บอกว่าเราต้อง “ชะลอการบรรจุ” ก็ได้สั่งการกับผม ซึ่งได้สั่งการไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่พอเข้าสู่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เขาก็มีมติให้ผู้สอบผ่าน “ได้บรรจุตามปกติ” จึงเป็นที่มาของความวุ่นวายเพิ่มขึ้นอีกระดับ
อย่างที่นายกฯ บอกว่าเราต้อง “ชะลอการบรรจุ” ก็ได้สั่งการกับผม ซึ่งได้สั่งการไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่พอเข้าสู่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เขาก็มีมติให้ผู้สอบผ่าน “ได้บรรจุตามปกติ” จึงเป็นที่มาของความวุ่นวายเพิ่มขึ้นอีกระดับ
— อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์
อรรษิษฐ์ เผยด้วยว่าทางกระทรวงมหาดไทยที่ดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับ ป.ป.ช. ได้อายัดข้อมูลดิบที่เป็นกระดาษสอบกว่า 8 แสนแผ่น และมีการเปิดไทม์ไลน์ว่า 3-6 เดือนการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ รวมถึงจะมีการตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 7 วันทำการ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 3 ก.ค. แต่เราทำเสร็จก่อนเนื่องจากนายกฯ มีความห่วงใย รวมถึงเรื่องดังกล่าวมีประชาชนให้ความสนใจ
ขั้นตอนหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ใครเกี่ยวข้องทั้งหมดต้องรับผิดชอบ ต้องเอาคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดมาลงโทษให้ได้ และเมื่อกระทรวงตรวจสอบเสร็จแล้วก็จะส่งข้อมูลต่อไปยัง ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ หากมีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยอีกก็จะตั้งกรรมการสอบเพิ่มเติม
— อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์

ด้าน สันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงว่า จากการแสวงหาข้อเท็จจริงและบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 15 ราย เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบจากทั้ง 10 ศูนย์ พบว่าผู้รับจ้างไม่ได้ส่งภาพถ่ายและกระดาษคำตอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยทันทีที่ตรวจคำตอบแล้วเสร็จ และได้สุ่มตรวจแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกภาพถ่ายและกระดาษคำตอบของทุกคนกับผลคะแนน ปรากฏว่าการสุ่มตรวจ 79 ราย ใบคะแนนกับสำเนากระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลถึง 48 ราย พบว่ามีการแก้ไขคะแนนอย่างมีนัยสำคัญ
และผู้รับจ้างได้ส่งผลสอบให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นแฟลชไดรฟ์ แต่ไม่ปรากฏว่า กสถ. ได้นำข้อมูลผลคะแนน ภาค ก. และ ภาค ข. มาสอบทานกับวิชาเฉพาะที่ผู้รับจ้างส่งให้ หลังจากประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. พบว่ายังมีการแก้ไขข้อมูลก่อนที่จะส่งไปประกาศในระบบสารสนเทศอย่างเป็นทางการ โดยพบว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีทั้งเจ้าหน้าที่ของ สถ. ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก และอีกหนึ่งกลุ่มคือบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน
ในส่วนการดำเนินการทางวินัยเบื้องต้น พบว่ามีข้าราชการสามัญสังกัด สถ. มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย
— สันติธร ยิ้มละมัย
สันติธร กล่าวด้วยว่า สำหรับไฟล์ข้อสอบที่ต้องมีการสำรองเก็บไว้ 2 ชุด อยู่ที่ มศว 1 ชุด และ สถ. 1 ชุด ส่วนคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงรับผิดชอบในฐานะกระทรวงมหาดไทย เข้าไปดูเฉพาะไฟล์กระดาษคำตอบของ สถ. ขณะเดียวกันได้ขอข้อมูลจาก มศว ด้วยอีกทาง แต่ไม่ได้รับ จึงมีการเปรียบเทียบเฉพาะเอกสารที่มี
ส่วนพฤติการณ์ของข้าราชการพลเรือน 5 รายที่กระทำความผิดนั้น เป็นเพียงการกล่าวหาจากการสอบสวนที่ผ่านมา 5 วัน ซึ่งต้องมีการขยายผลทั้งด้านวินัยและอาญา
— สันติธร ยิ้มละมัย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นพฤติการณ์แบบผู้สั่งการหรือไม่ สันติธร ปฏิเสธว่า “ยังไม่ใช่ ยังไม่ถึงขนาดนั้น”




