จักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จักรภพ พร้อมด้วย สุไพรพล ช่วยชู หรือ ป๊อบ เดินทางเข้าพบ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อเรียนเชิญเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรสรับกฎหมาย พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ที่ประเทศไทยจะประกาศใช้ ในวันที่ 22 ม.ค.68
จักรภพ กล่าวว่า การเข้าพบครั้งนี้ เพื่อขอคำปรึกษาทักษิณ เกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสและการฉลองแต่งงาน ในฐานะที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ในนามพรรคเพื่อไทย(พท.) จนนำไปสู่ประกาศใช้ในวันที่ 22 ม.ค.นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความหมายมาก เพราะว่า คนเพศเดียวกันหรือที่เรียกว่า LGBTQ+ ก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้ เหมือนกับมนุษย์คนอื่นในโลกนี้ เพื่ออยู่ภายใต้ระบบกฎหมายเดียวกัน

จักรภพ กล่าวว่า ทักษิณเมตตาให้คำปรึกษาอย่างผู้ใหญ่ในครอบครัวทั้งในเรื่องวัน เวลา รูปแบบ แม้แต่ฤกษ์ผานาที โดยย้ำว่าต้องยึดหลักโบราณเพื่อหาวันที่เหมาะสม
จักรภพ กล่าวว่า สำหรับเส้นทางความรักของตัวเองว่า คบหาดูใจกับป๊อบมายาวนานถึงกว่า 23 ปี พอ ๆ กับการผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เมื่อปี 44 ที่รัฐบาล นำโดยอดีตนายกฯ ทักษิณ เริ่มเสนอแนวคิดให้คนรักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมาย แต่ต้องยุติลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระแสสังคมต่อต้าน รัฐบาลจึงมองเห็นว่า สังคมไม่พร้อม เรื่องนี้จึงตกไป ต่อมา ปี 55 มีการเรียกร้องจากกลุ่ม LGBTQ+ ต้องการจดทะเบียนสมรส แต่ถูกปฏิเสธ จึงได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาในปี 56 สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ผลักดันให้มีกฎหมายรองรับของกลุ่ม LGBTQ+ อีกครั้ง โดยได้ยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตเพื่อให้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่สำเร็จ และยุติลงในปี 57 หลังจากนั้นก็มีการเคลื่อนไหวจากภาคประชาชนและพรรคการเมือง และกระแสโลก ที่เรียกร้องสมรสเท่าเทียม และมีการเดินหน้าอย่างจริงจัง จนนำไปสู่ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ในสมัยรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และจะประกาศใช้ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ในรัฐบาลของ แพทองธาร ชินวัตร นับเป็นการผลักดันต่อสู้อย่างยาวนานของพรรคเพื่อไทยในการสร้างประวัติศาสตร์ไทยและประวัติศาสตร์โลกจนประสบความสำเร็จในที่สุด




