ก่อนการประชุมติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์นํ้าท่วม ที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้ (26 ส.ค.) จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือว่า วันนี้ทางสำนักงานทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (สทนช.) ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาประชุมเพื่อรับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร และประเมินว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าจะมีฝนเข้ามาหรือไม่ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ถูก และเตรียมวิธีช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบขณะนี้ ส่วนงบประมาณเราจะดูว่ามีงบส่วนไหนที่จะช่วยประชาชนในช่วงนี้ได้บ้าง
ส่วนข้อกังวลเรื่องงบกลางว่าเพียงพอที่จะช่วยเหลือหรือไม่ เพราะสถานการณ์นํ้าค่อนข้างหนัก จักรพงษ์ ยืนยันมีงบกลางเพียงพอ เพราะได้กันในส่วนนี้ไว้แล้วเป็นจำนวนหลายพันล้านบาท เพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ
เมื่อถามว่าจะมีการช่วยเหลือแบบพิเศษมากกว่าที่ผู้ประสบภัยต้องได้รับตามปกติหรือไม่ จักรพงษ์ ระบุต้องคุยกันก่อนว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ประชาชนเดือดร้อนแค่ไหน ซึ่งความจริงเรามีเงินอยู่หลายส่วนที่จะให้ความช่วยเหลือ แต่ต้องรอประชุมถึงจะสรุปได้ว่า จะนำเงินส่วนไหนไปใช้ในภารกิจอะไรบ้าง
ส่วนสถานการณณ์น้ำตอนนี้มีการประเมินปริมาณนํ้าว่าจะมากเหมือนตอนปี 54 หรือไม่ และมีมาตราการรองรับอย่างไร จักรพงษ์ ระบุ จากข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้น ปริมาณนํ้าจะไม่เท่ากับตอนปี 54 แน่นอน และการประชุมวันนี้ได้เชิญกรมอุตุนิยมวิทยามาด้วย เพื่อประเมินให้เกิดความแน่นอนว่าจะมีฝนมาอีกหรือไม่ เพราะเรื่องสภาพภูมิอากาศต้องประเมินเรื่อยๆ เนื่องจากอาจมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามา ทำให้ปริมานนํ้ามีมากขึ้นหรือน้อยลง
เมื่อถามว่ามีประชาชนร้องเรียนว่าไม่มีการแจ้งเตือนภัย และไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ประสบภัย รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร จักรพงษ์ ระบุ ได้หารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แล้ว เพราะ 2 หน่วยงานนี้มีศูนย์แจ้งเตือนอยู่แล้ว ซึ่งเราจะกำชับไปให้มากขึ้น ให้ระบบสามารถทำงานได้
ส่วนสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ประชาชนเข้าไม่ถึง ทางกระทรวงดีอี คงจะมีการเสริมอุปกรณ์ลงไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ต สามารถมีเครื่องโมบายไปตั้ง เพื่อใช้ในภารกิจเฉพาะได้




