‘จตุพร’ ซัด ‘ตัวแทนรัฐบาล’ แสดงความโง่ เจรจาหยุดยิงทำไทยเสียเปรียบ

2 ส.ค. 2568 - 17:38

  • ‘จตุพร’ จวก ‘ตัวแทนรัฐบาล’ แสดงความโง่ เจรจาหยุดยิงทำไทยเสียเปรียบ

  • ยันทหารไม่แพ้ศึก แต่รัฐทำพลาดจนเสียดินแดนปราสาทตาควาย

  • ยังไม่นัดบุกทำเนียบฯ รอศาล รธน.วินิจฉัยปม ‘คลิปเสียง’ ก่อน

‘จตุพร’ ซัด ‘ตัวแทนรัฐบาล’ แสดงความโง่ เจรจาหยุดยิงทำไทยเสียเปรียบ

จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย ว่า “เป็นการให้กำลังใจบรรดาทหารทุกส่วนในการทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ภารกิจหลักคือการปกป้องอธิปไตย แต่สถานการณ์เดินมาถึงจุดที่เลวร้ายที่สุด เราเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และให้พรรครัฐบาลถอนตัว แต่ก็เป็นข้อเรียกร้องที่มีความเลื่อนลอย เพราะไม่มีการแสดงความรู้สึกรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงความตายของประชาชนและทหาร และการเสียดินแดนที่ปราสาทตาควาย ถือว่าได้สร้างความเสียหายขั้นสูงสุด”

ดังนั้น การที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ที่บินไปเจรจาหยุดยิง เป็นการเจรจาหยุดยิงโดยที่ไม่ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับทหารนั้น แม้ว่าเราจะได้คืนหลายยุทธภูมิ แต่ก็ยังเหลือรอยด่าง ซึ่งจากสิ่งที่เราประกาศกันมาคือ ในแผ่นดินของรัชกาลที่ 10 จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว การไปเจรจาหยุดยิงที่ไม่มีเงื่อนไข จึงนำไปสู่การเสียดินแดนที่ปราสาทตาควาย ซึ่งผมนำเรื่องนี้ปราศรัยปิดท้ายในเวลา 21.00 น.

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าไม่มีการยึดปราสาทตาควายและช่องอานม้า เพราะรัฐบาลกดดันให้ทหารถอนทัพออกมา จตุพร กล่าวว่า “ใครจะพูดยังไงก็ได้ แต่เราวัดผลที่การกระทำ การไปเจรจาที่ประเทศมาเลเซียถือว่าเป็นความผิดพลาด เราไม่ควรให้ชาติที่ 3 เข้ามายุ่งเกี่ยวตั้งแต่ต้น และคู่เจรจาต้องรู้สถานการณ์ในสมรภูมิทุกที่ โดยเฉพาะที่ปราสาทตาควาย เมื่อกัมพูชาไม่ยอมหยุดยิงในเวลา 18.00 น. จนต้องขยายเวลาเป็น 24.00 น. รัฐบาลก็ต้องรู้ว่ากัมพูชามีภารกิจพิเศษ ต้องไม่รับเงื่อนไขดังกล่าว อีกทั้งหลังจากนั้น ก็ยังมีสถานการณ์ปะทะประปราย ดังนั้น เมื่อกัมพูชาไม่ทำตามข้อตกลง และเราเสียปราสาทตาควาย ก็ต้องยกเลิกข้อตกลงทั้ง 3 ข้อ เพราะกัมพูชาละเมิดข้อตกลง”

จตุพร กล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรายังไม่เห็นคือความรับผิดชอบจากรัฐบาล การที่ ภูมิธรรม บินไปเจรจาการหยุดยิง เป็นการไปเสียที ประเทศอื่นจับมือกันทำให้ไทยเสียเปรียบ จนนำไปสู่การเสียปราสาทตาควาย

เราไม่ได้แพ้ในสงครามนี้เลย เราแพ้เพราะตัวแทนรัฐบาลได้แสดงความโง่ จะจงใจหรือไม่ก็ตาม นำไปสู่สิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.วัฒนธรรม ระบุว่าปัญหาในประเทศขอให้พัก และจัดการปัญหานอกประเทศก่อน? จตุพร กล่าวว่า “วันนี้ยังไม่เข้าใจอะไรอีก หากแพทองธารทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่นำชาติไปเสียดินแดน ใครจะออกมาชุมนุม แต่แพทองธารผิดพลาดตั้งแต่ถูกบันทึกเสียงโทรศัพท์ วันนี้คนไทยจึงต้องรวมพลังเพื่อให้กำลังใจกองทัพและประชาชนที่อยู่ชายแดน”

เมื่อถามอีกว่า แพทองธารระบุว่าปัญหาชายแดนไม่ใช่เรื่องระหว่างสองตระกูล แต่เกิดจากการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์? จตุพร กล่าวว่า “เห็นเพิ่งมาพูดทีหลัง ขอถามว่าในคลิปเสียงหลุด มีคำว่าคอลเซ็นเตอร์สักคำหรือไม่ ตั้งแต่รัฐบาลเพื่อไทยเข้ามามีการจัดการอะไรหรือไม่ แต่พอมีปัญหาก็หยิบเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาอธิบาย ไม่ว่าจะแต่งนิทานอย่างไร วันนี้คนติดตามข่าวสารกันทั้งหมด”

เมื่อถามว่า การจะยกระดับม็อบไปปักหลักชุมนุมใกล้ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่? จตุพร กล่าวว่า “ยังไม่ได้มีการปรึกษาหารือกัน ขอให้ใจเย็นๆ เพราะแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่จำกัดอยู่แล้ว เพราะสถานการณ์ตอนนี้ แพทองธารมีเวลาทำคำชี้แจงไปถึงศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานพฤฒสภากัมพูชา ขยายไปถึง 4 สิงหาคม และกำหนดการของศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมในวันที่ 6 สิงหาคม ซึ่งเราคาดว่า จะรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะนัดอ่านคำวินิจฉัยวันไหนอย่างไร”

เขามีเวลาอยู่แล้ว หาความสำราญได้ตามสบาย นั่งอยู่ทำอะไรกับแผ่นดินบ้างล่ะ ปัญหาจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นยังไม่มีความจำเป็น ยกเว้นว่าก่อกวนจนไม่ไหวกันจริงๆ ก็ไปกันที่นั่น แต่ว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล หรือกระทรวงไหน ทำงานได้ตามสบาย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์