ฟันธง! ‘2 พ่อลูกชินวัตร’ ไม่รอดคดีใหญ่

21 ส.ค. 2568 - 19:59

  • ‘จตุพร’ ฟันธง ‘2 พ่อลูกชินวัตร’ ไม่รอดคดีใหญ่

  • ปลุกมวลชนอดทน รอนัดหมายใหม่ร่วมกำหนดชะตากรรมประเทศ

  • ซัดสภาฯ ‘ปิดประชุมหนีล่ม’ ซ้ำซาก! เตือนเดี๋ยวจะเจอคนไป ‘ล่มสภาฯ’

ฟันธง! ‘2 พ่อลูกชินวัตร’ ไม่รอดคดีใหญ่

จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ขึ้นปราศรัยปิดท้ายกิจกรรมชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ณ ลานประชาชน อาคารรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้สภาฯ ยกเลิก MOU43-44

จตุพร ระบุว่า เหตุการณ์ของบ้านเมืองนับตั้งแต่วันนี้ไป ที่เรามาเรียกร้องให้ยกเลิก MOU43-44 หลายพรรคการเมือง และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน ได้มารับเรื่อง คนเสนอญัตติจากพรรคภูมิใจไทยก็มา ด้วยความวาดหวังกันว่า สภาฯ จะได้พิจารณา อย่างน้อยก็จะเป็นสารตั้งต้น นำพาให้รัฐบาลได้ตัดสินใจยกเลิก MOU43-44 แต่เข้าไปในสภาฯ ประชุมกันนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ก็ปิดประชุมสภาฯ ล่มกันอีกแล้ว

ปัญหาคือถ้าสภาฯ ทำตัวล่มซ้ำซากแบบนี้ เดี๋ยวจะเจอคนไปล่มสภาฯ ทีเวลาหาเสียงเลือกตั้งดิ้นรนกันเกือบตายเพื่อเป็น สส.

จตุพร พรหมพันธุ์

จตุพร กล่าวอีกว่า “สส.ซีกรัฐบาล และรัฐบาล ควรขอบคุณกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ด้วยซ้ำ เพราะเรามายื่นไมตรีให้สภาฯ ได้แก้ไขตามระบบรัฐสภา ก่อนหน้าก็พยายามบอกกันว่านี่เป็นการเรียกร้องรัฐประหาร แต่พอมาเรียกร้องระบบรัฐสภา มันก็ชิงปิดประชุมไปเฉย ตั้งแต่เกิดเหตุพิพาทไทย-กัมพูชา จริงๆ ควรได้มีการอภิปรายทั่วไปเพื่อหล่อหลอมหัวใจคนไทยทั้งชาติให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องความรักชาติ แต่ปรากฏว่าไม่มี วันนี้มี สส. เข้าชื่อ แต่ก็ปิดสภาฯ หนีเสียอีก งบประมาณสร้างสภาฯ เป็นหมื่นล้านให้ประชุม แล้วมันก็ไม่อยากประชุมสภาฯ หรือว่ามันไม่อยากจะมีสภาฯ”

พร้อมระบุว่า “รัฐบาลจะอยู่อีกกี่วัน ผมไม่ทราบ วันนี้แทนที่จะพูดเรื่องปัญหาชาติบ้านเมือง เรื่อง MOU43-44 ที่อาจนำพาไปสู่เงื่อนไขการเสียดินแดนได้ทุกขณะ การที่เรามีรัฐบาลที่ตกเป็นเบี้ยล่าง เหมือนอยู่ใต้อาณัติ จะสั่งรบก็รบไม่เต็ม จะเอาเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเดี๋ยวกลัวไอพวกนั้นจะเปิดคลิป ซ้ำยังลากประเทศที่ 3 ประเทศที่ 4 มาเกี่ยวข้อง รวมถึงไปเจรจาหยุดยิงในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และยังเสียปราสาทตาควาย ถ้ารัฐบาลเอาใจใส่ สนใจความรักชาติของประชาชน วันนี้สภาฯ คงไม่ล่มแบบไม่มีเหตุผล”

พรุ่งนี้ 10 โมงเช้าเสมียนประเทศ ต้องเดินทางไปศาลอาญาเพื่อไปฟังคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 และคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แน่นอนว่าข่าวลือสะพัดว่ารอด ข่าวดีมาก่อนทุกครั้ง ข่าวร้ายตอน 10 โมง บางคนก็จินตนาการไปใหญ่ หากคดีในวันพรุ่งนี้เป็นคุณ ไปไหนก็ได้ในโลกนี้ ไม่ว่านรกสวรรค์ ไม่ต้องขออนุญาตใครแล้ว เวลาคนต้องคดีก็คิดรอดกันทุกคน แต่ผมก็เชื่อซื้อหวยตรงกันข้ามว่าไม่รอด ส่วนคดีของ แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ในวันที่ 29 ส.ค.นี้จะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ประชาชนตัดสินตั้งแต่วันที่คลิปเสียงหลุดแล้ว ผิดมาตั้งแต่วันนั้น ก็มีคนถามว่า หากรอดแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่เห็นยาก ก็ไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ การอยู่หรือไปของรัฐบาล ไม่ใช่อยู่ที่ศาลฯ เพียงอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับประชาชนว่ามีความไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ ผลโพลบอกว่าคนเชื่อกองทัพ 75% เชื่อรัฐบาล 4% กว่า คุณจะอยู่ให้เหลือ 0 หรือ จะสร้างสถิติหรือ

จตุพร พรหมพันธุ์

จตุพร กล่าวด้วยว่า ต่อให้ข่าวลือ โดยเฉพาะเรื่อง “ดีลลับอินเดีย” ขอให้สบายใจ บ้านเมืองนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มันไม่มีใครให้คนชั่วปล้นความยุติธรรมไปได้จากแผ่นดินนี้ไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม อย่างที่ผมบอก รอดก็ไปเจอประชาชน ไม่รอดจะจัดตั้งรัฐบาลต่อ สงครามก็ไม่จบ เราจะปล่อยให้รัฐบาลที่มีพรรคหลักเดิมบริหารอยู่ภายใต้อาณัติกัมพูชาไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ต่อไปนี้ ประชาชนจะปล่อยให้บ้านเมืองถูกย่ำยีครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้ พอกันทีประเภทเตะหมูเข้าปากหมา ดังนั้นต้องตามไปเตะปากหมาเพื่อจะได้ถึงปากประชาชนเสียบ้าง

“วันนี้ถ้าเราไม่จัดการเรื่องทุจริตคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด เราไม่มีวันเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ เราต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ถูกต้อง แบบประเภทจัดการคนโกงคนหนึ่งแล้วส่งอำนาจให้คนโกงคนหนึ่งมันควรจะหมดไปแล้ว เพราะฉะนั้นใครที่เข้ามาใหม่ ต้องร่วมมือกับประชาชนสร้างประเทศให้ถูกต้อง เอาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ สร้างความแข็งให้ประชาชน”

ที่ผ่านมาเราสู้กันเรื่องเฉพาะทางการเมือง แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องบ้านเมืองโดยเฉพาะ การกำหนดจังหวะย่างก้าวไม่ว่าผลลัพธ์ทางการเมืองแบบใด เราต้องเจอกันบนท้องถนนอย่างแน่นอน เมื่อพึ่งอะไรไม่ได้ก็ต้องพึ่ง 2 มือ 2 เท้าของตัวเอง สิ่งที่เราเคยประกาศไว้ว่าจะนัดพร้อมกันที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วเดินไปทำเนียบรัฐบาล เราคงจะได้เดินทางไปถึงวันนั้น มันอยู่ที่หัวใจเรา ถ้าเราไม่ยอมแพ้ เราต้องไว้วางใจตัวเอง อย่าไปไหวหวั่น วันนี้เราต้องการรัฐบาลใหม่ที่มีความเด็ดขาด ไม่มีคลิปที่พวกนั้นมาขู่ได้ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในกัมพูชา มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ ต้องรักชาติเหนือสิ่งอื่นใด เราอยากได้นายกฯ แบบนั้น และไม่ขี้โกง นี่คือคุณสมบัติหลัก ที่บอกว่ารวยแล้วไม่โกง เราเห็นอยู่แล้วว่ามันไม่เคยมีจริง รวยแล้วก็ยิ่งโกง โกงแล้วก็ยิ่งรวย

จตุพร พรหมพันธุ์

จตุพร กล่าวด้วยว่า “การร่วมกันกำหนดชะตากรรมของประเทศจากนี้ไป ประชาชนต้องอดทน แข็งใจ สู้ และกำหนดอนาคตพร้อมกัน อย่าใจอ่อน อย่าไปหวังน้ำบ่อหน้า เราต้องบอกได้ว่าแผ่นดินนี้ใครจะทำอะไรโดยพลการไม่ได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติ กลุ่มทุน รัฐบาลฉ้อฉลต่างๆ เราหวังว่าจะส่งประเทศดีๆ ให้กับพลเมืองดีๆ ในอนาคต”

ขอย้ำอีกครั้งว่าทั้ง 2 คดีของทักษิณ และแพทองธาร รวมถึงคดีชั้น 14 ผมเชื่อว่าไม่รอด ถ้าพวกนั้นไม่รอด ประเทศไทยและคนไทยทุกคนก็รอดหมด ดังนั้นการนัดหมายในครั้งหน้า ขอรอประเมินสถานการณ์ในอีกไม่กี่วัน ก็จะแจ้งให้ทราบ ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อม เรานัดหมายกันได้ทุกวัน หวังว่าการนัดหมายครั้งหน้าจะเป็นจุดชี้ขาดสถานการณ์บ้านเมืองเรา

จตุพร พรหมพันธุ์

จากนั้นทางกลุ่มฯ ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย และประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 18.05 น.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์