เรียกเสียงฮือฮาได้อีกครั้งสำหรับ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา อดีตพรรคก้าวไกล หลังอ้างว่า “มีผู้ช่วยของรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ได้ติดต่อมาเพื่อยื่นข้อเสนอเงิน 30 ล้านบาท เพื่อให้ย้ายไปสังกัดอยู่พรรคใหม่ของรัฐมนตรีคนนั้น”
ก่อนที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะสวนกลับว่า “ถ้ามีจริง ก็เอาหลักฐานมาดำเนินตามกระบวนการยุติธรรม”
วันนี้ จิรัฏฐ์ ได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทำลายหลักการความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย
เรื่องของงูเห่า ไม่ว่าจะซื้อ หรือขายตัวเป็นงูเห่า มันเป็นเรื่องที่นายกฯ จะมาตอบปัดแบบนี้ไม่ได้ ถ้าท่านเป็น สส. เรื่องนี้ก็จะรู้ว่าไม่มีหลักฐานอะไรมาให้เปิดอยู่แล้ว ถ้าตอบปัดว่าให้ไปเอาหลักฐานมา คิดว่าไม่ใช่คำตอบที่ดีสำหรับนายกฯ
ส่วนเมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯ รู้แก่ใจอยู่แล้วว่าใครไปซื้อตัว สส. จิรัฏฐ์ ก็บอกว่า ถ้านายกฯ ไม่รู้ น่าจะตอบได้ดีกว่านี้ นี่เป็นคำตอบเหมือนฟัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ
ถ้าเป็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ จะไม่ตอบแบบนี้
เมื่อถามว่า ส่วนตัวจะเอาหลักฐานอะไรมายืนยันว่ามีหลักฐานจริงหรือไม่ จิรัฏฐ์ อ้างว่า ในทางกฎหมายไม่มีความผิดอะไร จะเอาหลักฐานออกไปก็ไม่ได้อะไร ถ้าหากจะท้าทายว่า สร้างเรื่องขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร เพราะตอนนี้มีการตั้งพรรคแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้มาก่อนว่าจะมีการตั้งพรรค
ส่วนเมื่อถามถึงกรณีที่ พิธา ระบุว่ามีการแลกตำแหน่งกันด้วย จิรัฏฐ์ กล่าวว่า ได้พูดคุยผ่านตัวแทนท้องถิ่นที่บ้าน ที่รู้จักกัน เขามาบอกว่า มีผู้ช่วยของรัฐมนตรีท่านหนึ่งมาติดต่อ ให้ไปอยู่พรรคใหม่ที่กำลังจะตั้งเท่านั้น และให้มาต่อรองราคากันได้ 20-30 ล้านเท่านั้น ส่วนคนที่ติดต่อผ่านในท้องถิ่นที่รู้จักกับตนเอง ซึ่งไม่ได้สนิทสนมกัน แต่อยู่ในท้องถิ่นเดียวกัน ซึ่งเพื่อนที่อยู่ในท้องถิ่นก็ปฏิเสธทันที ส่วนที่บอกแลกตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคนั้น ส่วนตัวไม่รู้ ไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะได้คุยแค่สั้น ๆ
เมื่อถามว่า มีใครมาติดต่อเพิ่มเติมอีกหรือไม่ จิรัฏฐ์ กล่าวว่า “ไม่มี ยืนยันจะไปเปิดตัวร่วมกับพรรคใหม่แน่” ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.จะมีการมีการสอบ 44 สส.เพื่อชี้มูลความผิด (กรณีเข้าชื่อยื่นเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ.... เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112) จิรัฏฐ์ ก็ยืนยันกระบวนการในการเสนอกฎหมาย เป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ยังนึกไม่ออกว่าจะมีความผิดอะไรเหมือนกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้ (7 ส.ค.) ก็ยังนึกไม่ออกว่ามันผิดอะไรตรงไหน ถึงมีการยุบพรรคเกิดขึ้น จึงยืนยันในเจตนาที่ต้องการแก้ไขกฎหมายเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของนิติบัญญัติ
เมื่อถามว่า มีการดีลซื้อตัว สส.ในพรรคอีกหรือไม่ จิรัฏฐ์ ก็เชื่อว่า มีอีกหลายท่าน ไม่ใช่ตนเองคนเดียว ซึ่งตอนนี้บอกไม่ได้ แต่เท่าที่ทราบ 2-3 คน ทั้งนี้ เชื่อว่าคงติดต่อหลายคน ซึ่งมีทั้ง สส.ใหม่ และ สส.เก่า ส่วนจำนวนตัวเลข บางคนยังไม่ได้คุยเรื่องราคากัน แต่สูงสุดคือ 30 ล้าน
ผมเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่จะไปซื้อตัว เพื่อแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ก็ไม่ใช่ เพราะสัดส่วนของฝ่ายค้านรัฐบาลก็ห่างกันเกินไปที่จะซื้อตัวกันแล้ว แต่ยังยืนยันว่า การทำแบบนี้เป็นการทำลายระบบการปกครองประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนเสียความเชื่อมั่นในระบบการเลือกตั้ง ยืนยันทั้ง 44 คน ไปด้วยกันทั้งหมด
เมื่อถามว่า กรรมการบริหารพรรค มีตกผลึกหรือยังว่าจะมีใครบ้าง จิรัฏฐ์ กล่าวว่า จะมีกระบวนการในการคัดเลือก ขอให้รอพรรคแถลงพรุ่งนี้ (9 ส.ค.) ส่วนกรณีที่อาจมีคนไม่อยากเป็นกรรมการบริหารพรรค เพราะเกรงว่าจะถูกตัดสิทธิ์อีกนั้น จิรัฏฐ์ กล่าวว่า “ก็คุยกันเล่นเฉย ๆ ไม่จริงจัง เพราะยังไงก็ยืนยันจะให้ สส.เป็นกรรมการบริหารพรรค”
เมื่อถามย้ำถึงการวางตำแหน่งสลับกัน เพราะเกรงว่าในอนาคตอาจจะมีปัญหายุบพรรคอีกนั้น จิรัฏฐ์ กล่าวว่า เราต้องยืนยันในหลักการว่า คนที่เป็นกรรมการบริหารพรรคจะต้องเป็นคนที่มีอำนาจในการบริหารพรรค เพราะฉะนั้น คงไม่เอานอมินีมาเป็นอยู่แล้ว เพราะถ้าเกิดโดนยุบพรรคในอนาคตอีกก็ต้องมีพรรคที่ 4 พรรคที่ 5 ต่อไปอยู่ดี
หัวหน้าพรรคคนใหม่ ผมตอบไม่ได้ ต้องรอแถลงพรุ่งนี้ ส่วนจะสนับสนุนใครจะต้องเป็นมติของ สส.ด้วย ผมยังไม่อยากพูดอะไร




