จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาฯ และอดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ สันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายให้ไปดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสม มีผลประโยชน์ทับซ้อนและเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ ที่ สคบ. กำกับดูแลหรือไม่
จิรายุ ระบุว่า “ผมได้ตรวจสอบพบว่า สันติ เคยเป็นกรรมการบริหารบริษัทที่ดำเนินกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ และเคยมีเรื่องถูกร้องเรียนกับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อบังคับให้บริษัทรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้บริโภค แต่นายสันติกลับออกมาตอบโต้ผมว่า ‘เจ้าหน้าที่ สคบ. รายงานว่าบริษัทดังกล่าวไม่เคยมีเรื่องร้องเรียนกับ สคบ.’ ซึ่งต่อไปนี้คือหลักฐานชัดเจน”
- บริษัทที่ สันติเคยเป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้น เคยถูกร้องเรียนกับ สคบ. มาอย่างต่อเนื่องในรอบ 10 ปีมานี้
- ผู้เสียหายหมู่บ้านแห่งหนึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรม ไปร้องกับ สคบ. ที่ทำเนียบรัฐบาลหลายครั้งแต่ไม่มีความคืบหน้า จนต้องไปร้องกับประธานคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาฯ
หากคนเป็นรัฐมนตรีไม่รู้เรื่องว่ามีเรื่องร้องจริง หรือโดนเจ้าหน้าที่อวยหรือต้ม ก็ไม่เหมาะสมที่จะกำกับดูแลหน่วยงานที่มีส่วนได้เสีย อีกทั้งสันติกล่าวอ้างว่าได้ลาออกจากผู้บริหาร แต่จากข้อมูลพบว่าสันติเข้าไปประชุมร่วมกับผู้บริหารไม่รู้กี่ครั้งตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมาใช่หรือไม่
ส่วนที่ออกมาระบุว่าขายหุ้นไปก่อนรับตำแหน่งแล้วนั้น “วันนี้ยังพบว่า สันติยังมีหุ้นติดอันดับ Top 10 กว่า 100 ล้านหุ้นของบริษัทดังกล่าวอยู่” ตามข้อมูลรายละเอียดที่ปรากฏในเว็บไซต์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ซึ่ง “สันติ ต้องชี้แจงต่อสังคมว่ายังถือหุ้นบริษัทที่ตัวเองเคยเป็นทั้งผู้บริหารและผู้ถือหุ้น จะดำเนินคดีหรือติดตามเรื่องราวต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างไร”
หาก สันติพยายามอธิบายว่าได้ขายหุ้นดังกล่าวกว่า 100 ล้านหุ้นก่อนเข้ารับตำแหน่ง สันติยิ่งต้องชี้แจงว่าขายให้ใคร และขายในราคาเท่าใด รับเงินจริงหรือไม่ ซึ่งผมจะทำเรื่องสอบถามไปยังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ต่อไป




