สนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) 2569 กำล้งเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่จะเห็นแนวโน้มคะแนนจริง ซึ่งจะปรากฎขึ้นวันที่ 28 มิถุนายนนี้
เนื่องด้วยเวลาหาเสียงที่มีเพียงหนึ่งเดือนนับแต่วันลงสมัคร การต่อกรกับ 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' อดีตผู้ว่าฯ กทม.ที่ลงสมัครต่อเป็นสมัยสอง ซึ่งนำเสนอ 250+ นโยบาย ขายความเป็น 'กรุงเทพฯ ทำงาน' สานต่อ 'ทำงาน ทำงาน ทำงาน' แบบต่อเนื่อง
นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายกับผู้สมัครคนใด ที่อยากจะเข้าท้าชิง โดยเฉพาะ 'พรรคประชาชน' ที่ตั้งตัวเป็นคู่แข่งหลัก แม้จะมีฐานเสียง สส.ทั้ง 33 เขต และคะแนนนิยมระดับชาติช่วยอุ้ม แต่ยังดูจะใช้คำนวณกับท้องที่ กทม.ไม่ได้จริง
เปิดตัวก่อน แต่ยังแป๊ก
'โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร' ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาชน ถือเป็นคนแรกที่เปิดตัว เมื่อวันที่ 5 เดือน 5 เวลา 5 โมง 35 นาที ล้อกับสโลแกน 'กรุงเทพฯ ง่ายๆ' ชูแก้ปัญหา 4 ด้าน 40 นโยบาย เพื่อสร้างเมืองที่แคร์คน พ่วงด้วยทีมบริหาร กทม.พรรคประชาชน และ สก.ทั้ง 50 เขต แถมได้ 'โจ พิจิตต รัตตกุล' อดีตผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มมดงาน ประกาศย้ายฝ่ายมาสนับสนุน จากสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทางผู้สมัคร สก.พรรคประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกมด
แต่ประโยคภายหลัง โจ ชัยวัฒน์ ยอมลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ระบุ“หากไม่มีปัญหา หรือความซับซ้อนจากคดี 44 สส. คนที่อยู่ตรงนี้ อาจจะไม่ใช่ตนเอง แต่เป็น วิโรจน์ ลักษณอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ตนเองจึงเป็นผู้เสนอตัวเข้ามา” นั้น
ทําให้หลายฝ่ายต่างมองว่า นี่ไม่ใช่ตัวจริง และยิ่งเวลาผ่านไป คะแนนนิยมในตัว โจ ชัยวัฒน์ ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามเวลา
เทียบหมัดต่อหมัด 'การสื่อสาร' ชัชชาติ vs โจ ชัยวัฒน์
ธงแรกที่ถูกตั้งไว้ในแคมเปญหาเสียง ทั้งโจ ชัยวัฒน์ และชัชชาติ ต่างต้องการลดจำนวนป้ายหาเสียงให้ได้มากที่สุด เปลี่ยนไปใช้วิธีสื่อสารทางออนไลน์ ผ่านโซเชียลมีเดีย และการนำเสนอในรูปแบบอื่นๆ
วานนี้ (10 มิ.ย.) พรรคประชาชน เพิ่งได้เปิดตัวเพลงหาเสียงของ 'โจ ชัยวัฒน์ เบอร์ 10' และคลิปวิดีโอขายนโยบายฉบับย่อ ต่อเนื่องกับคอนเทนต์ตามกระแส และวาระเขต วาระเมือง ของผู้สมัคร สก. รวมถึงทีมบริหาร กทม.พรรคประชาชน
ทว่า อาจเทียบไม่ติดกับ 'ทีมชัชชาติ' ที่ปล่อยเพลง 'ชัชชัชชาติ เอ้า! กาเบอร์ 9' ทันทีตั้งแต่ได้เบอร์ จนเป็นไวรัล การทำไว้รอถึง 25 เวอร์ชั่น ยิ่งสะท้อนความพร้อมที่เด่นชัด พร้อมเลี้ยงกระแสด้วยวิดีโอต่างๆ อีกหลายตัว ทั้งยังออนกราวน์ ด้วยการวิ่งเป็นเลข 9 แรปรถเมล์ ลิฟต์ ประตู MRT และเปิดพื้นที่ให้ศิลปินมาครีเอทงานศิลปะ เพื่อขึ้นจอหาเสียงแทนป้าย แถมทำเพลงเวอร์ชั่นแอโรบิกให้คนได้เต้นกันอีก
คาริสม่าส่วนตัวบุคคล ผันแปรตรงภาพลักษณ์ 'พ่อเมือง'
ผลโพลต่างๆ ตลอดห้วงเวลาหาเสียงสะท้อนว่า ชัชชาติ ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำกลุ่มได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยลักษณะเปิดกว้าง ประนีประนอม เป็นกันเอง หรือความตลกธรรมชาติ ที่สร้างความใกล้ชิด และเข้าถึงง่ายกับผู้คนที่พบเห็น
ขณะความนิยมของ โจ ชัยวัฒน์ กำลังดิ่งลงเรื่อยๆ จากการที่ยังดูไม่ค่อยมั่นใจ จังหวะจะโคนยังไม่พอดี และความที่ตามไม่ทันกับอารมณ์ขัน หรือสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยเฉพาะเมื่อต้องขึ้นเวทีดีเบต จึงทำให้ถูกเปรียบเทียบตลอดเวลา
จนทำให้ชื่อของ 'อนุชา บูรพชัยศรี' ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาชนธิปัตย์ หรือกระทั่ง 'มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข' ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.อิสระ แซงขึ้นมาแทนที่
ทีมที่ดี ส่งผลภาพรวม ‘ปชน. VS ปชป.’
เมื่อเทียบกับอนุชา ซึ่งกระแสจะยังคงทรงๆ ไม่โดดเด่น แต่แคมเปญหาเสียงกลับสะท้อนภาพทีมเวิร์คอันแข็งแรง ตั้งแต่หัวหน้าพรรคอย่าง 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' และคนอื่นๆ ในพรรคเดินตีคู่ ช่วยหาเสียงตลอด เพื่อตอกย้ำ ความเป็นเอกภาพของพรรคที่เหนือกว่า
โจ ชัยวัฒน์ ดูไม่ได้ภาพแบบเดียวกันเท่าไหร่นัก ทั้งที่พยายามจะขายเรื่องความเป็นทีม กับผู้บริหาร กทม. แต่ควาามเป็นจริง ภาพที่ออกสู่สาธารณะไม่เห็นความเชื่อมโยง แม้จะมีแกนนําพรรคร่วมเดินด้วยบ้าง แต่ก็เป็นเพียงแค่ช่วงต้นเท่านั้น เหลือก็แต่เพียง สก.ตามเขต ที่ดูแล้วไม่รู้ว่า กลายเป็นใครที่ลงไปแนะนําตัวกับใครกันแน่
มองตามเนื้อผ้า พรรคประชาชนหนนี้ ดูทุ่มเทแรงหาเสียงให้กับผู้สมัคร สก.ของพรรคเสียมากกว่า จากการที่ได้ สส.กทม.พรรคลงด้วยบ่อยๆ พร้อมยังมี วิโรจน์ และแกนนำสลับกันไปหลายพื้นที่
อาจเป็นเพราะตั้งหวังไว้สูง และเตรียมตัวมาล่วงหน้าเป็นปีๆ ต่างจากแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. โจ ชัยวัฒน์คนนี้ ที่เคาะเปิดตัวอย่างกระชั้นชิด ขนาด 'อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร' ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พรรคประชาชน ในช่วงทำคะแนนยังดูจะมีแกนนําลงไปช่วยเยอะกว่าเสียอีก
เกมนอกกระดาน เขย่าเก้าอี้ ‘ชัชชาติ’
ขณะที่เกมการเมือง ชัชชาติ ถูกโจมตี ทั้งเรื่องระบอบอากง จากพรรคเศรษฐกิจ ที่รับลูกต่อโดย 'ช่อ พรรณิการ์ วาณิช' กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า จนอาจถูกมองเป็นเนกาทีฟแคมเปญ เบนให้กลายเป็นดราม่า ทั้งเรื่องป้ายบนรถไฟฟ้า และโฆษณาในพื้นที่เอกชน จากการตั้งคำถามถึงการพูดความจริงไม่หมด
สอดรับกับ ‘ศุภณัฐ มีนชัยนันท์' สส.กทม.พรรคประชาชน ที่กลับมาขยี้เรื่องเครื่องออกกำลังกาย เพื่อดึงความสนใจกลับมา หวังเปิดแผลเดิมชัชชาติ ซึ่งย้อนกลับไปยังมีปัญหาโรงงานกำจัดขยะอ่อนนุชที่ถูกปูมาก่อนอีก
นับตามจังหวะเวลาแล้ว อาจมองได้ว่า ทั้งการตั้งข้อสังเกตเรื่องทุจริต หรือการดึง ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ เข้ามาเป็นประธานที่ปรึกษาทีมผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาชน ซึ่งได้สร้างแผลใหญ่ จนทําให้โหวตเตอร์ไม่มั่นใจนั้น
น่าจะไปเพื่อให้ได้พูดเรื่องนโยบายหลัก วิเคราะห์โครงสร้างใหญ่ ฉายภาพใหญ่ให้คนเห็นความสำคัญ ของงบประมาณกว่าแสนล้านบาทของ กทม.
ความหวังสุดท้าย โกยเสียง ‘สก.สีส้ม’
อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามกันอีกยก โดยเฉพาะแคมเปญย่อย งานอีเวนท์ และการปราศรัยใหญ่พรรคประชาชนก่อนวันเลือกตั้ง ว่าจะมีเซอร์ไพร์สอะไร ช่วยดึงความสนใจสังคม ส่งให้กระแสพรรคสีส้มฟื้นคืนมาได้ทันเวลาหรือไม่
เพราะน้อยที่สุด หากส่ง โจ ชัยวัฒน์ไม่ถึงฝั่งฝัน ก็ควรจะได้ สก.เพิ่มจากกว่าเดิม หรือพยายามให้ใกล้เคียงตามเป้าเกินครึ่งสภา กทม.มากที่สุดตามหมุดหมายที่ตั้งไว้แต่ต้น เพื่อเข้าไปคานอํานาจกับชัชชาติ ทําภาพท้องถิ่นให้ชัดเจน เฉกเช่น อบจ.ลำพูน เพื่อใช้เป็นฐานของคะแนนในรอบหน้าต่อไป



