ที่ทำเนียบรัฐบาล จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าถึงการชี้แจง ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ ไปเมื่อวันที่ 23 ม ค.ที่ผ่านมา ถือว่าดีมาก เพราะได้รับข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะมิติของกฎหมาย และมีการสอบถามถึงแนวนโยบาย ในฐานะกำกับดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่แรกจึงชี้แจงในหลักคิดและแนวทางว่า
เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีส่วนประกอบของธุรกิจหลายๆ ประเภท ร่วมถึงมีกาสิโน เพื่อสร้างเม็ดเงินลงทุนกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงสามารถกำกับดูแลสิ่งที่เรียกว่าการพนันผิดกฎหมายที่อยู่ด้านนอกได้ด้วย ทั้งหมดคือสิ่งที่ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีตัวแทนของฝ่ายบริหารได้เข้าไปนั่งในคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ โดยส่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเข้าไป 2 คน ไปร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง คือ ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ และ ฉัตริน จันทร์หอม เพราะเราต้องการให้หลักคิดและแนวคิดของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ยังคงอยู่
จุลพันธ์ ยังบอกว่า ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาไปว่า สิ่งที่สื่อและสังคมยังเข้าใจผิดไปมองเปรียบเทียบว่าเป็นสถานที่เล่นการพนันหรือบ่อนกาสิโนแบบประเทศเพื่อนบ้าน ความจริงไม่ใช่แบบนั้น ของเราคือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หากเปรียบเทียบเรามองถึงสิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา เราต้องการเดินหน้าให้เกิดเม็ดเงินลงทุน ถือเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทยในเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ เชื่อว่าคนไทยทุกคนจะได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นได้
ส่วนประเด็นที่ นิด้าโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชน พบว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์จะมีการทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร จุลพันธ์ ตอบว่า กระบวนการทางกฎหมาย ผ่านกระบวนการทำประชาพิจารณ์มาเรียบร้อย ประชาชนเห็นด้วย 80% ส่วนผลโพลที่ออกมาขอให้สื่อมวลชนพูดให้ชัด เขาพูดถึงพนันออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์
ดังนั้น ขอให้แยกประเด็นให้เรื่อง เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เป็นเรื่องการลงทุนและเติมเม็ดเงินใหม่เข้ามาในระบบเศรษฐกิจผ่านการก่อสร้างหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น ยังไม่เห็นความเห็นคัดค้าน แต่เชื่อว่าสังคมต้องมีความเห็นที่แตกต่างอยู่แล้ว โพลที่ออกมาเป็นคนละประเด็นกัน
ส่วนการควบคุมการพนันอื่นๆ จุลพันธ์ ระบุว่า เรื่องนี้ ครม.เคยมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปศึกษาเรื่องการพนันออนไลน์และคอลเซ็นเตอร์แล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาผลการศึกษา และประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกร่างกฎหมาย ส่วนจะออกมาในรูปแบบใด ครม. ต้องพิจารณาอีกครั้ง
ข้อกังวลของกฤษฎีกา?
จุลพันธ์ อธิบายว่า มี 2 เรื่อง คือ เรื่องหลักการ ซึ้งได้ชี้แจงว่าเป็นโมเดลทางธุรกิจ ที่ต่างประเทศเขาใช้กัน และเรื่องของหลายธุรกิจประกอบกัน เช่น สนามกีฬา ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ประกอบกันและบวกกับกาสิโน นี่คือหลักคิดที่ชัดเจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้
ส่วนข้อกังวลเรื่องทุนจีนสีเทาและการพนันผิดกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ จุลพันธ์ ย้ำว่าต้องมีสำนักงานคอยกำกับดูแล เพราะการที่มีคนมาลงทุนในระดับแสนล้านเขาก็เป็นห่วงธุรกิจ
เมื่อถามถึงสัดส่วนของกาสิโนจะอยู่ที่ 10% หรือไม่ จุลพันธ์ ตอบว่า มีการหารือว่าจะเขียนหรือไม่เขียน ตั้งแต่การยกร่างของกฎหมาย ยอมรับว่าเขียนยากเนื่องจากไม่ได้มีแค่จุดเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าสถานการณ์สังคมในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไร
ดังนั้น ต้องให้อำนาจของ ครม. และคนที่จะมากำกับดูแลในอนาคต มีโอกาสในการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจได้ในระดับหนึ่ง คงไม่เขียนกฎหมายหรือไปบังคับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะจะเป็นการจำกัดความคิดสร้างสรรค์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงเป็นอีกสาเหตุที่เราไม่ได้เขียนในรายละเอียดแนบท้าย ว่ากิจกรรมมีอะไรบ้าง
“สาเหตุที่เราไม่ได้เขียนลิสต์แนบท้าย มีกิจกรรมอะไรบ้าง ซึ่งเราเขียนไว้ 10 อย่าง แต่ข้อที่ 10 คืออื่นๆ เพราะเราเองในฐานะคนเขียนกฎหมายเราไม่มีจินตนาการบรรเจิดจนคิดได้ทุกอย่าง จึงต้องเปิดโอกาสให้คนที่จะมาเสนอตัวได้คิดว่าจะเสนออะไร ให้กับประเทศไทย จะเสนออะไรให้กับรัฐ จะเสนออะไรให้กับสังคม ที่จะทำให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจและสังคม”
— จุลพันธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าการที่ให้เวลาคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปยกร่างรวบรวมความคิดเห็น 50 วัน จะทันการประชุมสภาในสมัยนี้หรือไม่ จุลพันธ์ ยอมรับว่า มีโอกาสทันการประชุมสภาฯ สมัยนี้ และถ้าเห็นประโยชน์ร่วมกันก็คาดว่าน่าจะราบรื่น ส่วนสุดท้ายสภาจะโหวตให้หรือไม่ไม่รู้ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ แต่เท่าที่ไปออกรายการร่วมกับ สส.พรรคหนึ่งหลักคิดก็ไม่ได้แตกต่างกัน เขาเพียงห่วงแต่ประเด็นทางสังคมและประเด็นการฟอกเงิน เชื่อว่าเมื่อถึงขั้นตอนการพิจารณาของกมธ. มีการร่างและแก้ไขอย่างเต็มที่




