จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปี 2567 นัดแรก ว่า การพิจารณาภายใต้ระยะเวลากระชั้น กรอบการพิจารณามีอยู่ไม่กี่มาตรา มี่เนื้อหาจริง ๆ เป็นเรื่องของรายได้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นและรายจ่าย วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต การพิจารณาจึงใช้เวลาไม่นาน การประชุมครั้งแรกนี้ จะมีการจัดสรรตำแหน่งต่าง ๆ เมื่อเรียบร้อยแล้วจะเข้าสู่การประชุมทันที โดยได้เชิญ 4 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วน กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อดูภาวะการเศรษฐกิจในปัจจุบัน รวมถึงผลกระทบต่าง ๆ และในวันนี้ จะพิจารณาเพียงเท่านี้
หลังจากนั้น จะประชุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 23 ก.ค. โดยจะพิจารณารายมาตรา คาดว่าจะใช้เวลามาตรา 4 มากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับรายจ่ายในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่คงใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ ก็คงจบได้
ส่วนวันที่ 25 ก.ค. จะเชิญผู้แปรญัตติเข้ามาชี้แจง จากนั้น จะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม วาระ 2 และ 3 เพื่อให้ทันพิจารณาในวันที่ 31 ก.ค.นี้ สำหรับกรณีที่มีความเป็นห่วงว่า การใช้งบฯ ปี 2567 ข้ามมาในปี 2568 จะขัดต่อกฎหมายหรือไม่นั้น จุลพันธ์ ยืนยันว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย
เป็นไปตามปกติกลไกที่สามารถดำเนินการได้ เพราะในอดีตเคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมาชี้แจงข้อสงสัย และให้คำตอบกับกรรมาธิการฯ เพราะเป็นผู้ถือกฎหมาย




