เร็วเกินไป! ‘จุลพันธ์’ ย้ำรอเลือก ‘ประธานสภาฯ’ ก่อน ค่อยคุยเรื่อง ครม.

12 มี.ค. 2569 - 15:00

  • ‘จุลพันธ์’ เผย ‘เพื่อไทย’ เตรียมหารือ ‘ภูมิใจไทย’ สรุปแนวทางทำงานร่วมกัน

  • ย้ำต้องเลือกประธานสภาฯ ก่อน จึงเข้าสู่ขั้นตอนเลือกนายกฯ

  • ส่วนตำแหน่ง ครม. ยังเร็วเกินไป ต้องรอให้สภาฯ มีมติก่อน

เร็วเกินไป! ‘จุลพันธ์’ ย้ำรอเลือก ‘ประธานสภาฯ’ ก่อน ค่อยคุยเรื่อง ครม.

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคเพื่อไทยว่า “วันนี้ประชุมได้มอบหมายให้หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และรองหัวหน้าพรรคอันดับ เป็นผู้ดำเนินการคัดสรรตัวบุคลากรที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมือง และให้รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกซึ่งได้ดำเนินการมาในระยะหนึ่งแล้ว โดยยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้”

ส่วนการพูดคุยในวันนี้มีตำแหน่งใดบ้างน้น จุลพันธ์ กล่าวว่า “วันนี้จะมีการไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อสรุปรายละเอียด และพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 จึงต้องขอไปคุยก่อน แล้วจะมาสรุปให้ฟังอีกครั้ง โดยผมจะเดินทางไปพร้อมกับ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค”

เมื่อถามว่ารายชื่อที่จะส่งให้พรรคภูมิใจไทยพิจารณามีกี่รายชื่อ จุลพันธ์ กล่าวว่า “ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องของตำแหน่งต่างๆ ต้องมีการพูดคุยกันให้ได้ข้อสรุปแล้วจึงจะส่งรายชื่ออีกครั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งต้องรอให้คุยกับทางพรรคภูมิใจไทยให้เสร็จก่อน ถึงจะระบุตำแหน่งและรายชื่อได้”

ขณะที่การไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยวันนี้จะเป็นการพูดคุยถึงตำแหน่งรองประธานสภาฯ รวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหรือไม่นั้น จุลพันธ์ กล่าวว่า “เป็นการพูดคุยในเรื่องของการทำงาน เพราะต้องมีข้อสรุปร่วมกัน เพราะจะเข้าสู่การเปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้ว อย่างแรกที่ต้องทำคือการเลือกประธานสภาฯ เมื่อร่วมรัฐบาลกันแล้ว ก็ต้องมีข้อเห็นชอบร่วมกันในเรื่องของการลงมติเลือกตัวบุคคล หลังจากนั้นก็จะเป็นกลไกในการเลือกนายกรัฐมนตรี จึงจะมาหารือในเรื่องของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป”

ต้องทำกระบวนการให้เสร็จทีละขั้นตอน ยังไม่ได้ตัวนายกรัฐมนตรี จะมาคุยเรื่องของรัฐมนตรีต่างๆ ก็ดูจะเร็วเกินไป ต้องให้สภาฯ มีมติก่อน ซึ่งในใจคิดได้แต่ยังไม่มีข้อสรุป ฉะนั้นในการหารือวันนี้คงยังไม่มีพูดประเด็นนี้

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีการตั้งเป้าเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี มีความกังวลอะไรหรือไม่ จุลพันธ์ กล่าวว่า “เรื่องคุณสมบัติมีขั้นตอนทางกฎหมายอยู่แล้ว โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหน้าที่ส่งไปตรวจสอบ 18 หน่วยงาน ทั้งศาล ตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) องค์กรอิสระ กระบวนการตรงนี้ไม่ว่าใครก็ตามจะดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลบเลี่ยงไม่ได้ เมื่อส่งไปตรวจแล้วก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะส่งคำตอบกลับมา”

คนที่เราจะส่งไปเราก็ต้องเชื่อมั่นว่าประวัติไม่ติดขัด และไม่มีปัญหาอะไร การจัดตั้ง ครม. ไม่ใช่ครั้งแรก มีการจัดตั้งมาแล้วหลายครั้ง ฉะนั้นเราเชื่อว่าไม่ได้มีกระบวนการอะไรเป็นพิเศษ

ส่วนเมื่อถามถึงสัดส่วนประธานกรรมาธิการฯ จุลพันธ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาฯ ไม่ใช่เรื่องที่จะหารือกับพรรคแกนหลักในวันนี้ แต่โดยปกติข้อบังคับการประชุม และรัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องของตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ ให้คำนึงถึงสัดส่วนของสมาชิกแต่ละพรรค ก็ต้องนั่งคำนวณดู ซึ่งของพรรคเพื่อไทยตามสัดส่วนน่าจะได้ประมาณ 5-6 ประธานกรรมาธิการฯ”

สำหรับกรณีตำแหน่งประธานสภาที่มีชื่อของ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ทางพรรคเพื่อไทยติดขัดหรือไม่นั้น จุลพันธ์ กล่าวว่า “ไม่ติด แต่ก็ไม่ทราบข้อเท็จจริง ผมเพิ่งได้ยินข่าว ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคแกนหลัก ซึ่งโดยมารยาทก็ต้องเป็นพรรคหลัก เพราะจำนวน สส. แตกต่างกันมาก ดังนั้นจึงต้องรอฟัง”

เมื่อถามถึงกรณีหากพรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อแข่งในแต่ละตำแหน่ง จุลพันธ์ กล่าวว่า “ในแต่ละตำแหน่งต้องลงมติ หากมี 2 รายชื่อก็ต้องลงมติ ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นไปตามกลไกสภาฯ”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์