จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจุดยืนของพรรคเพื่อไทยยังเดินหน้าสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า เรายังยืนยันสิ่งที่เราได้พูดไว้ เพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นจริง เพราะมีการทำประชามติมาแล้ว อย่างไรก็ตามเราต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ เพราะจากเหตุการณ์ครั้งก่อน แสดงให้เห็นว่า ต้องได้ข้อสรุปที่ตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมคือต้องใช้เสียงสว. 1 ใน 3 ดังนั้น ควรมีการพูดคุยทำความเข้าใจเพื่อให้อยู่ในร่องรอยเดียวกัน มองว่ายังมีอุปสรรคในการแก้ไขอยู่ ฉะนั้นต้องมาพูดคุยแล้วยกร่างฯ ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และผลักดันได้จริง ซึ่งสิ่งที่พูดมาตลอดคือ พรรคเราอยู่กับความเป็นจริง ต้องยอมรับว่าในนาทีนี้ การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนสำคัญที่สุด
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวถึงกรณีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงข่าว ที่ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงประเด็นการตรวจประเด็นการปลดล็อค 8 กิจการต่างด้าวที่ไม่ต้องขออนุญาตนั้นได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน และเมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.69) ที่ผ่านมาภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ก็แยกย้ายซึ่งทีมโฆษกรัฐบาลมีหน้าที่ในการแถลงข่าว ส่วนตัวไม่ได้ไปดูว่าเนื้อความของข่าวเป็นอย่างไร แต่จากการพูดคุยเบื้องต้น เท่าที่ทราบกระบวนการในการแบ่งงานของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะแบ่งตามกระทรวงที่ดูแลเพื่อที่เราจะได้ให้คนของเราสื่อสารข่าวของเราในมิติที่ประชาชนจะเข้าใจได้อย่างถูกต้อง
“ในเรื่องของบริษัทเป็นกระทรวงพาณิชย์ เสนอเข้าครม.ต้องเข้าใจว่ารองโฆษกฯ ท่านใหม่พึ่งตั้งเข้าไปสัปดาห์เดียว อาจจะต้องปรับจังหวะและเนื้อหาในส่วนที่พูดให้เป็นไปตามสิ่งที่ได้พูดคุย แต่ไม่ได้มีอะไรผิดพลาด ทุกคนพร้อมที่จะทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด” จุลพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้การทำงานไม่ราบรื่นหรือไม่ จุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องอะไรจะไม่ราบรื่น และยืนยันว่าไม่มีประเด็นอะไรที่จะต้องเข้าไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เป็นหน้าที่ของทีมโฆษกที่จะต้องหารือกันเองและปรับรูปแบบการทำงาน ส่วนตัวคงไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำงานกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเพราะท่านสามารถรับมือกับเรื่องพวกนี้ได้อยู่แล้ว




