‘จูรี’ เปิดแผลน้ำท่วมหาดใหญ่! ชี้รัฐล้มเหลวตั้งแต่เตือนภัยถึงเยียวยา

8 เม.ย. 2569 - 17:26

  • ‘จูรี’ สส.สงขลา ตีแผ่น้ำท่วมหาดใหญ่ เสียหายกว่า 2 หมื่นล้าน-สูญ 145 ศพ

  • ชี้รัฐล้มเหลว 3 ระยะ ตั้งแต่เตือนภัยถึงเยียวยา ประสานงานล่มทั้งระบบ

  • เสนอใช้ AI เตือนล่วงหน้า-ปฏิรูปโครงสร้างน้ำทั้งระบบ

‘จูรี’ เปิดแผลน้ำท่วมหาดใหญ่! ชี้รัฐล้มเหลวตั้งแต่เตือนภัยถึงเยียวยา

ที่รัฐสภา จูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการอุทกภัยแบบบูรณาการ (หาดใหญ่โมเดล) ตีแผ่ความล้มเหลว 3 ระยะของรัฐบาล ทำเศรษฐกิจพังกว่า 2 หมื่นล้าน สังเวย 145 ศพ ย้ำชาวบ้านเข็ดหลาบไม่อยากรอคอยความช่วยเหลือที่มั่วซั่วอีกต่อไป

จูรี กล่าวว่า เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อคนทุกกลุ่ม ตั้งแต่แม่ค้าไปจนถึงนักธุรกิจ โรงเรียน และข้าราชการ เฉพาะหาดใหญ่ประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 2 หมื่นกว่าล้านบาท

พร้อมชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของภาครัฐที่แบ่งเป็น 3 ระยะหลัก แม้ไทยจะมีหน่วยงานที่มีข้อมูลดีอย่างกรมอุตุฯ กรมชลฯ หรือ GISTDA แต่ข้อมูลเหล่านั้นกลับไม่ถูกแปลเป็นภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย ทำให้เกิดเหตุการณ์ “น้องโฉม” ที่ตื่นมาตอนตี 2 แล้วพบว่าน้ำท่วมบ้านสูงกว่า 3 เมตรโดยไม่ทันตั้งตัว จึงเสนอให้รัฐบาลนำเทคโนโลยี Digital Twin (เมืองฝาแฝดดิจิทัล) และ AI มาใช้แจ้งเตือนรายบุคคลล่วงหน้า 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนตั้งตัวได้ทัน

จูรี กล่าวว่า การช่วยเหลือแบบ “มั่วตั้วคั่วตอก” ประสานงานล้มเหลวจนระบบสื่อสารล่มทั้งเมือง นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงที่น่าสลดใจ เมื่อเจ้าหน้าที่บางส่วนปฏิเสธการนำเรือและรถใหญ่เข้าไปช่วยประชาชนที่นอนรอความตาย โดยอ้างว่าต้องสแตนบายรอรับคณะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เดินทางลงพื้นที่ จนนำไปสู่ยอดผู้เสียชีวิตถึง 145 ราย

ความล่าช้าของเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้าน เปรียบเทียบว่า องค์การนาซาส่งคนไปดวงจันทร์ใช้เวลาแค่ 3 วัน แต่เงินเยียวยารัฐบาลไทยผ่านไป 150 วันยังเดินทางไม่ถึงผู้ประสบภัย ชาวบ้านถามผมทุกวัน ล่าสุดเห็นมีการโอนเงินเยียวยาเข้ามา 150 บาท จากเพดานสูงสุดที่ควรได้ 49,000 บาท ผมถามว่า 150 บาทรัฐบาลให้เขาเอาไปซ่อมอะไร?

จูรี ยังเสนอให้สภาฯ เร่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อปฏิรูปโครงสร้างน้ำแบบบูรณาการ โดยเน้น 3 ภารกิจหลัก คือ

  1. เตรียมพร้อม ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เตือนภัยและปรับผังเมืองระบายน้ำ
  2. เผชิญเหตุ บูรณาการหน่วยงานแบบเบ็ดเสร็จ มีเอกภาพในการอพยพ
  3. ฟื้นฟู ปฏิรูประบบเยียวยา ลดขั้นตอนเอกสาร และออกมาตรการ Soft Loan ช่วยเหลือ SME

อีกไม่กี่เดือนน้ำรอบใหม่จะมาแล้ว แต่คูคลองยังตื้นเขิน เครื่องสูบน้ำยังซ่อมไม่เสร็จ ชาวบ้านเขาเข็ดหลาบแล้วจริง ๆ เขาไม่อยากกินข้าวผัดจากฝีมือนายกฯ อีกแล้ว แต่เขาต้องการการจัดการที่ยั่งยืน

ชี้รัฐแก้น้ำท่วมล้มเหลว-เยียวยาไม่เท่าเทียม ‘เจเศรษฐ์’ รับมีข้อผิดพลาด ย้ำแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ ซึ่งเสนอโดย ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และมีญัตติที่เป็นทำนองเดียวกัน อีก 2 ญัตติ ซึ่งเสนอโดย จูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ในการอภิปรายดังกล่าว มี สส.ร่วมอภิปรายจำนวน 58 คน ล้วนสะท้อนความเห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารจัดการและการแก้ปัญหาอุทกภัย เช่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมไปถึงปัญหาดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ขาดการบูรณาการการแก้ปัญหา ทำให้การคลี่คลายสถานการณ์ล่าช้า กระทบต่อประชาชน

ขณะเดียวกันยังได้อภิปรายทวงถามการเยียวยาให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่พบว่าการจ่ายเงินเยียวยาไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ประสบภัยเดียวกัน เป็นต้น

ส่วนภายหลัง สส.อภิปรายแล้วเสร็จ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสรุปญัตติ โดยตอนหนึ่งระบุว่า ตัวเลขการเยียวยาของพื้นที่อุทกภัยยอมรับว่ามีปัญหา ทั้งนี้มีส่วนที่ไม่ตรง คือ เงินเยียวยาดำรงชีพ เช่น ในครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ 1.6 หมื่นครัวเรือน วงเงิน 187 ล้านบาท ที่อภิปรายว่าบางบ้านได้ 150 - 450 บาท ผมสอบถามไปทางเทศบาลหาดใหญ่ พบผู้ที่ได้เงินต่ำกว่า 1,000 บาท จากเอกสารเบื้องต้น มี 15 ครัวเรือน แต่หลังจากเงินก้อนนี้ออกไปและพบปัญหา ทางจังหวัดระบุว่าจะไม่มีปัญหาที่ครัวเรือนจะรับเงินหลักร้อยบาทอีก

ส่วนที่มีผู้อภิปรายว่าการเยียวยาล่าช้านั้น จากการตรวจสอบพบว่ายังเหลืออีก 3.1 หมื่นครัวเรือนที่อยู่ระหว่างสำรวจและประเมินความเสียหาย ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมเพื่ออนุมัติและส่งเรื่องไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และทำเรื่องขอเงินไปยังกระทรวงการคลัง โดยรัฐบาลใหม่ต้องเร่งรัดและช่วยท้องถิ่นดูปัญหา ส่วนมาตรการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ มีระเบียบออกมาแล้ว ได้เงินเพิ่มที่จำนวน 8.8 หมื่นบาท

ผมทราบดีถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากภัยพิบัติ รัฐบาลก็ทราบดี เราถอดบทเรียนเป็นพันๆ หน้า ผมให้คำมั่นสัญญากับประชาชน และ สส.ว่าที่อภิปรายจะนำมาถอดบทเรียนและพิจารณาเป็นขั้นเป็นตอน และผมจะนำไปประกอบข้อมูลราชการ หาข้อตกลงหรือหาแนวทางจัดการออกมาให้ดีที่สุด พวกเรายอมรับ และ นายกฯ ก็ยอมรับว่าวันที่เกิดเหตุนั้นมีข้อผิดพลาด แต่ทั้งหมดจะไม่เกิดซ้ำอีก หากมีเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนข้อมูลหรือเรื่องใดที่อยากส่งต่อไปยังหน่วยงาน ผมรับอาสาติดตามไม่เฉพาะกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจและเฝ้าระวัง ดังนั้นขอความร่วมมือให้วิกฤติที่เจอในอนาคตดีขึ้น

เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายที่ประชุมเห็นด้วยกับการเสนอประเด็นที่อภิปรายไปยังรัฐบาลให้พิจารณา นอกจากนั้นแล้ว จะให้กลไกของ กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ (กมธ.ปภ.) สภาผู้แทนราษฎร ที่จะตั้งขึ้นหลังจากนี้ เป็นผู้ศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหา โดยมีกรอบเวลาให้ทำงาน 90 วัน นับจากวันถัดจากที่สภาฯ มีมติตั้ง กมธ.ปภ.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์