จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า การที่ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แสดงความเป็นห่วงถึงองค์ประชุมในการประชุมสภาฯ เป็นเรื่องที่ต้องรับฟัง และถือเป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาทุกฝ่าย แต่ยืนยันในส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่มีปัญหา เพราะได้หารือกับ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานวิปรัฐบาล มาโดยตลอด ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ เพราะได้กำชับไว้ตั้งแต่วันแรกหลังการเลือกตั้ง ส่วนข้อแนะนำของประธานสภาฯ ที่ให้นายกรัฐมนตรีไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้นั้น มองว่าในฐานะที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร หากนายกฯ จะช่วยกำชับด้วยอีกแรงหนึ่ง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
เมื่อถามถึงกระแสการยุบสภา จุรินทร์ ยืนยันว่า ยังไม่มีสัญญาณอะไรจากนายกฯ แต่การเมืองไม่แน่นอน ไม่มีหลักประกันอะไรว่าอุบัติเหตุจะเกิดหรือไม่เกิด และเป็นสิ่งที่ตนคิดว่าทุกพรรคก็ต้องเตรียมตัว และนอกจากเรื่องขององค์ประชุมสภา หรือการประชุมสภาแล้ว ก็มีเรื่องที่น่าห่วงอีกเรื่องที่สังคมจะต้องตระหนักติดตามใกล้ชิด ก็คือเรื่องธนกิจการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมากสำหรับประเทศ
“ธนกิจการเมือง ทำลายประเทศมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว การประมูลตัว ส.ส. การประมูลตัวผู้สมัคร เพราะสุดท้ายก็เป็นที่มาของการถอนทุน แล้วนำไปสู่การทุจริต คอร์รัปชั่น และเป็นเรื่องที่นอกจากทำลายประเทศแล้ว ยังทำลายประชาธิปไตยในที่สุด เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นอีกเรื่อง นอกจากเหนือจากเรื่องความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง ที่ผมคิดว่าคนไทยทั้งประเทศต้องจับตา และให้ความสำคัญ แล้วต้องไม่เลือกนักการเมืองที่คนอื่นเขามาประมูลตัวได้ ผมขออนุญาตฝากไว้ และขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันตระหนักเป็นพิเศษ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ตนเป็นห่วงเรื่องภัยคุกคามใหญ่ของระบอบประชาธิปไตยประเทศในเวลานี้ และตนเป็นห่วงว่า นอกจากทำลายประเทศระยะยาว ทำให้เกิดการถอนทุน การทุจริต คอร์รัปชั่นแล้ว ยังทำลายประเทศในภาพรวมระยะยาวต่อไปด้วย และทำลายประชาธิปไตยด้วย เพราะประวัติศาสตร์มันสอนเรา
“ธนกิจการเมืองรุ่งเรืองเมื่อไหร่ ใช้เงินประมูลตัว ส.ส. เมื่อไหร่ ใช้เงินเป็นปัจจัยหลักในการซื้อตัวคนนั้นคนนี้มาลงรับเลือกตั้ง ทุ่มเทเงินมหาศาล สุดท้ายถอนเงินคืน ทุจริตกันบานเบอะ อันนี้คือประวัติศาสตร์มันสอนเราไว้ เราไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดอีก แล้วก็อยากให้ประชาธิปไตยเดินหน้ายืดยาวได้ ไม่เช่นนั้นการคอร์รัปชั่น การถอนทุนคืน จะกลายเป็นเงื่อนไขกล่าวอ้าง แล้วนำไปสู่สิ่งที่เราไม่อยากเห็นเกิดขึ้นอีก ประวัติศาสตร์มันบอกเรา นอกจากผมห่วงเรื่องประชุมสภาแล้ว ผมก็ห่วงเรื่องนี้ ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ไม่อยากให้ย้อนยุคกลับไปอีก ประชาชนต้องเป็นผู้ต้องติดตาม และไม่สนับสนุนสิ่งนี้ ใครที่ถูกประมูลตัวซื้อไป ก็ต้องไม่เลือก ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดทางหนึ่งสำหรับพี่น้องประชาชน” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
จุรินทร์ ยังแสดงความขอบคุณผลโพล ที่ระบุว่า เป็นนักการเมืองที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต ซึ่งต้องใช้เวลาพิสูจน์ ไม่ใช่จะได้มาภายในวันเดียว ตลอดจนยกย่อง ชวน หลักภัย ถือเป็นต้นแบบ พร้อมยืนยันถึงการทำหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย นั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลทราบภารกิจดีอยู่แล้ว ส่วนความขัดแย้งเกี่ยวกับ 'ร่างกฎหมายกัญชา' ถือเป็นเรื่องกฎหมายพรรคการเมือง และมองว่า แม้จะต้องให้ความเคารพ แต่ก็ไม่สามารถที่จะให้ทุกพรรคร่วมรัฐบาลมาเคารพนโยบายของพรรคการเมืองเฉพาะพรรคได้เสมอไป
“เรื่องกัญชา นโยบายรัฐบาลชัดอยู่แล้ว แถลงต่อรัฐสภาผูกพันไปชัดเจนแล้วว่า สนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ และถ้าเป็นเศรษฐกิจ ก็เป็นเศรษฐกิจเพื่อการแพทย์เท่านั้น ไม่มีเรื่องเสรี ไม่มีเรื่องสันทนาการ หรือนันทนาการ เพราะฉะนั้นประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ก็เดินไปตามแนวนี้ อะไรที่นอกเหนือไปจากขอบเขตอันนี้เราก็เป็นสิทธิ์ในการที่เราจะไม่เห็นด้วยได้ เพราะมันไม่ใช่นโยบายรัฐบาล เป็นแค่นโยบายพรรคการเมือง หรือบางพรรคการเมือง หรือจะเป็น หรือไม่เป็นก็สุดแล้วแต่ เพราะฉะนั้นประชาธิปัตย์มีหลัก มีเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินใจอยู่แล้ว ที่ถามว่าแล้วในฐานะพรรคร่วมมีปัญหามั้ย ไม่มี เราแยกออกว่าอันไหนนโยบายรัฐบาล อันไหนไม่ใช่นโยบายรัฐบาล” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
จุรินทร์ ยังปฏิเสธชี้แจงถึงปัญหาการลาออกของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค โดยระบุเพียงว่า เรื่องคนเข้า-คนออก มีทุกพรรค ในเมื่อพรรคตัดสินใจที่จะส่งบุคคลหนึ่งแล้วอีกคนไม่ได้รับการพิจารณา ก็เป็นสิทธิ์ที่จะย้ายพรรค
“เรื่องปักษ์ใต้ ได้สะท้อนข้อนึงว่า ความนิยมของพรรคยังดีอยู่ ผมมั่นใจว่าดีขึ้นเป็นลำดับ ถึงมีคนแย่งกันลง เมื่อมีคนแย่งกันลง ปัญหาใหม่ก็ตามมา การเมืองมี 2 ด้านเสมอ 1. สะท้อนว่าพรรคมีคะแนนนิยมดี มีคนอยากลง เขตนึงมีคนสนใจแย่งกันลง 2 คน 3 คน แต่มันก็จะมีอีกมุมคือ คนที่พรรคไม่ตัดสินใจเลือกให้ลงก็อาจจะไม่พอใจ ก็ต้องไปอยู่พรรคอื่น อันนี้เป็นปรากฎการณ์ทางการเมืองปกติ เกิดได้กับทุกพรรค ผมไม่มีความกังวล เพราะพรรคมีเป้าหมายชัดเจนแน่นอนว่าเขตไหนเป็นเขตเป้าหมาย และเราจะได้มากกว่าเดิมในพื้นที่ไหนอย่างไร เพราะฉะนั้นทั้งหมดยังไม่มีผลกระทบอะไร” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสการยุบสภา จุรินทร์ ยืนยันว่า ยังไม่มีสัญญาณอะไรจากนายกฯ แต่การเมืองไม่แน่นอน ไม่มีหลักประกันอะไรว่าอุบัติเหตุจะเกิดหรือไม่เกิด และเป็นสิ่งที่ตนคิดว่าทุกพรรคก็ต้องเตรียมตัว และนอกจากเรื่องขององค์ประชุมสภา หรือการประชุมสภาแล้ว ก็มีเรื่องที่น่าห่วงอีกเรื่องที่สังคมจะต้องตระหนักติดตามใกล้ชิด ก็คือเรื่องธนกิจการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมากสำหรับประเทศ
“ธนกิจการเมือง ทำลายประเทศมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว การประมูลตัว ส.ส. การประมูลตัวผู้สมัคร เพราะสุดท้ายก็เป็นที่มาของการถอนทุน แล้วนำไปสู่การทุจริต คอร์รัปชั่น และเป็นเรื่องที่นอกจากทำลายประเทศแล้ว ยังทำลายประชาธิปไตยในที่สุด เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นอีกเรื่อง นอกจากเหนือจากเรื่องความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง ที่ผมคิดว่าคนไทยทั้งประเทศต้องจับตา และให้ความสำคัญ แล้วต้องไม่เลือกนักการเมืองที่คนอื่นเขามาประมูลตัวได้ ผมขออนุญาตฝากไว้ และขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันตระหนักเป็นพิเศษ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ตนเป็นห่วงเรื่องภัยคุกคามใหญ่ของระบอบประชาธิปไตยประเทศในเวลานี้ และตนเป็นห่วงว่า นอกจากทำลายประเทศระยะยาว ทำให้เกิดการถอนทุน การทุจริต คอร์รัปชั่นแล้ว ยังทำลายประเทศในภาพรวมระยะยาวต่อไปด้วย และทำลายประชาธิปไตยด้วย เพราะประวัติศาสตร์มันสอนเรา
“ธนกิจการเมืองรุ่งเรืองเมื่อไหร่ ใช้เงินประมูลตัว ส.ส. เมื่อไหร่ ใช้เงินเป็นปัจจัยหลักในการซื้อตัวคนนั้นคนนี้มาลงรับเลือกตั้ง ทุ่มเทเงินมหาศาล สุดท้ายถอนเงินคืน ทุจริตกันบานเบอะ อันนี้คือประวัติศาสตร์มันสอนเราไว้ เราไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดอีก แล้วก็อยากให้ประชาธิปไตยเดินหน้ายืดยาวได้ ไม่เช่นนั้นการคอร์รัปชั่น การถอนทุนคืน จะกลายเป็นเงื่อนไขกล่าวอ้าง แล้วนำไปสู่สิ่งที่เราไม่อยากเห็นเกิดขึ้นอีก ประวัติศาสตร์มันบอกเรา นอกจากผมห่วงเรื่องประชุมสภาแล้ว ผมก็ห่วงเรื่องนี้ ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ไม่อยากให้ย้อนยุคกลับไปอีก ประชาชนต้องเป็นผู้ต้องติดตาม และไม่สนับสนุนสิ่งนี้ ใครที่ถูกประมูลตัวซื้อไป ก็ต้องไม่เลือก ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดทางหนึ่งสำหรับพี่น้องประชาชน” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
จุรินทร์ ยังแสดงความขอบคุณผลโพล ที่ระบุว่า เป็นนักการเมืองที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต ซึ่งต้องใช้เวลาพิสูจน์ ไม่ใช่จะได้มาภายในวันเดียว ตลอดจนยกย่อง ชวน หลักภัย ถือเป็นต้นแบบ พร้อมยืนยันถึงการทำหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย นั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลทราบภารกิจดีอยู่แล้ว ส่วนความขัดแย้งเกี่ยวกับ 'ร่างกฎหมายกัญชา' ถือเป็นเรื่องกฎหมายพรรคการเมือง และมองว่า แม้จะต้องให้ความเคารพ แต่ก็ไม่สามารถที่จะให้ทุกพรรคร่วมรัฐบาลมาเคารพนโยบายของพรรคการเมืองเฉพาะพรรคได้เสมอไป
“เรื่องกัญชา นโยบายรัฐบาลชัดอยู่แล้ว แถลงต่อรัฐสภาผูกพันไปชัดเจนแล้วว่า สนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ และถ้าเป็นเศรษฐกิจ ก็เป็นเศรษฐกิจเพื่อการแพทย์เท่านั้น ไม่มีเรื่องเสรี ไม่มีเรื่องสันทนาการ หรือนันทนาการ เพราะฉะนั้นประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ก็เดินไปตามแนวนี้ อะไรที่นอกเหนือไปจากขอบเขตอันนี้เราก็เป็นสิทธิ์ในการที่เราจะไม่เห็นด้วยได้ เพราะมันไม่ใช่นโยบายรัฐบาล เป็นแค่นโยบายพรรคการเมือง หรือบางพรรคการเมือง หรือจะเป็น หรือไม่เป็นก็สุดแล้วแต่ เพราะฉะนั้นประชาธิปัตย์มีหลัก มีเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินใจอยู่แล้ว ที่ถามว่าแล้วในฐานะพรรคร่วมมีปัญหามั้ย ไม่มี เราแยกออกว่าอันไหนนโยบายรัฐบาล อันไหนไม่ใช่นโยบายรัฐบาล” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
จุรินทร์ ยังปฏิเสธชี้แจงถึงปัญหาการลาออกของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค โดยระบุเพียงว่า เรื่องคนเข้า-คนออก มีทุกพรรค ในเมื่อพรรคตัดสินใจที่จะส่งบุคคลหนึ่งแล้วอีกคนไม่ได้รับการพิจารณา ก็เป็นสิทธิ์ที่จะย้ายพรรค
“เรื่องปักษ์ใต้ ได้สะท้อนข้อนึงว่า ความนิยมของพรรคยังดีอยู่ ผมมั่นใจว่าดีขึ้นเป็นลำดับ ถึงมีคนแย่งกันลง เมื่อมีคนแย่งกันลง ปัญหาใหม่ก็ตามมา การเมืองมี 2 ด้านเสมอ 1. สะท้อนว่าพรรคมีคะแนนนิยมดี มีคนอยากลง เขตนึงมีคนสนใจแย่งกันลง 2 คน 3 คน แต่มันก็จะมีอีกมุมคือ คนที่พรรคไม่ตัดสินใจเลือกให้ลงก็อาจจะไม่พอใจ ก็ต้องไปอยู่พรรคอื่น อันนี้เป็นปรากฎการณ์ทางการเมืองปกติ เกิดได้กับทุกพรรค ผมไม่มีความกังวล เพราะพรรคมีเป้าหมายชัดเจนแน่นอนว่าเขตไหนเป็นเขตเป้าหมาย และเราจะได้มากกว่าเดิมในพื้นที่ไหนอย่างไร เพราะฉะนั้นทั้งหมดยังไม่มีผลกระทบอะไร” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว




