เรียกได้ว่าเป็นการ ‘แลกกันคนละหมัด’ สำหรับปมวิวาทะระหว่าง จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ภายหลังเศรษฐา ออกมาตอบโต้ที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าาประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ถูกจุรินทร์ มอบฉายาว่า ‘งบฯ เป็ดง่อย’ ไปเมื่อวาน (3 มกราคม 2567) พร้อมบอกว่าการทำงาน 4 ปี ของจุรินทร์ เทียบกับ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ที่ทำ 1 ปี ไม่ได้ เรื่องการเปิดเขตการค้าเสรี หรือ FTA (Free Trade Area)
เมื่อถูกนายกฯ ซัดมาแบบนั้น ฝ่ายจุรินทร์ ที่ได้รับคำชมถึงการ ‘คืนฟอร์มฝ่ายค้าน’ ก็สวนทันควันว่า ท่านนายกฯ ฟังไม่ได้ศัพท์มากกว่า เพราะเมื่อวานที่อภิปราย ไม่ได้พูดถึงกระทรวงพาณิชย์ แต่พูดถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ว่าเหมือนงบฯ เป็ดง่อย ที่เป็นแบบนั้น เพราะมีเวลาใช้เพียง 5 เดือน จากงบประมาณ 3.48 ล้านล้านบาท ซึ่งโดยปกติ ประสิทธิภาพการใช้งบลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรามีประสิทธิภาพแค่ 70 % ระยะเวลาก็เหลือเพียง 5 เดือนคือ 40 % ของเวลาทั้งหมด สุดท้ายงบประมาณฉบับนี้ จะกลายเป็นงบฯ เป็ดง่อย ไม่สามารถนำไปสู่การกระตุ้น GDP ได้ตามเป้าหมาย ขณะที่ตนเงก็ไม่ได้วิจารณ์ในเรื่องอื่นๆ ของงบฯ เป็ดง่อย เป็นการพูดถึง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ
ที่นายกรัฐมนตรีมาพูดถึงกระทรวงพาณิชย์ ผมมองว่า ท่านพูดเร็วไปหน่อย หรืออาจจะปากไวไปหน่อย ที่บอกว่าอยู่ 1 ปี ทำมากกว่าผม 4 ปี ไม่เป็นไร เพราะผมไม่ได้วิจารณ์กระทรวงพาณิชย์ แต่ที่นายกรัฐมนตีพูดถึงเรื่อง FTA ยืนยันเลยว่าในยุคที่ผมเป็น รมว.พาณิชย์ เราทำ FTA เยอะที่สุดยุคหนึ่ง
— จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์
จุรินทร์ ชี้แจงว่า นับตั้งแต่ RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership: ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค) สำเร็จในรัฐบาลที่แล้ว ที่ตนเองนั่งเป็นประธาน รัฐมนตรีเศรษฐกิจ 15 ประเทศ ทำให้ RCEP บังคับใช้ได้ ซึ่งเป็น FTA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังมี FTA ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป 27 ประเทศ ตนเองเดินทางไปเจรจากับรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปด้วยตัวเอง ก่อนจะพ้นตำแหน่ง และประกาศร่วมกันว่า เราจะนับหนึ่งในการดำเนินการ FTA เพื่อนำไปสู่การประกาศใช้ต่อไป ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมอย่างมาก
ขณะเดียวกัน ยังมี FTA ระหว่างไทยกับ UAE ตะวันออกกลาง และ FTA ไทย-AFTA ที่มี 4 ประเทศคือ ไอซ์แลนด์, สวิสเซอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, นอร์เวย์ ซึ่งเป็นการนับหนึ่งในการเจรจาเพื่อจะลงนามกันต่อไป ที่สำคัญยังมีมิติ FTA ที่เกิดขึ้นในยุคตนเอง ซึ่งมีการเซ็นต์สัญญา Mini-FTA เป็นอย่างน้อย 7 ฉบับ เช่น FTA ไหหลำ, FTA มณฑลกานซู, FTA เซินเจิ้น และของเกาหลีใต้ มีที่ทำกับเมืองคย็องกี, ปูซาน และ โคฟุ ของประเทศญี่ปุ่น รวมถึงรัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นการค้าเชิงลึก เป็น FTA ระหว่างรัฐหรือเมืองสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องทำระหว่างประเทศเสมอไป และทำการค้าเชิงลึก
จุรินทร์ ระบุด้วยว่า ตัวเองเป็น ‘เซลล์แมนประเทศ’ ตัวจริงในขณะนั้น ซึ่งคำที่นายกรัฐมนตรีใช้ขณะนี้ตนเองใช้มาก่อน พร้อมออกตัวว่า ถ้าพูดเรื่อง FTA ไม่ขอวิจารณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีมาบอกว่า 4 ปี ตนมีผลงานน้อยกว่า รมว.พาณิชย์คนใหม่ คิดว่าท่านต้องระวังเรื่องข้อมูล
ไวไปมันไม่คุ้มหรอกครับ เดี๋ยวจะไปสร้างความเสียหายเหมือนกับประเด็นที่เคยเป็นมา ยืนยันว่าไม่ตั้งใจตอบโต้แต่ชี้แจงให้เข้าใจ ส่วนรัฐบาลนี้ มาทำงาน 3 เดือนกว่า แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่า 1 ปีนั้น เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีจะต้องระมัดระวังในการที่จะให้ความเห็น จริงๆ ท่านพลาดมาหลายครั้งแล้ว เช่น เรื่องงบประมาณ ผมก็ไม่ได้หยิบเรื่องนี้มาพูด และไม่มีความตั้งใจที่จะไปวิจารณ์อะไรท่านกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวพันกับงบประมาณ ท่านต้องระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ การคิดเร็ว พูดเร็ว ไม่อยากใช้คำว่าปากไว เพราะผมก็ให้เกียรติท่าน
— จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์




