จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ การเปิดปราศรัยใหญ่ที่หาดใหญ่ วานนี้ (25 ก.พ.) ได้รับเสียงตอบรับดีมาก มีการประเมินว่าผู้เข้าฟังการปราศรัยเกินกว่า 40,000 คน ทำให้มั่นใจว่าจิตวิญญาณพรรคประชาธิปัตย์ นั้นกลับคืนมา และยิ่งตอกย้ำความมั่นใจว่าการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะได้รับเสียงตอบจากทั้งจากสงขลา และคนภาคใต้มากขึ้น
โดยในพื้นที่จังหวัดสงขลา นั้นก็มีโอกาสได้ ส.ส. ครบทั้ง 9 เขต พร้อมย้ำเรื่องนโยบายของประชาธิปัตย์ ที่จะประกาศออกไป ต้องทำได้จริงและอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ เพราะประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ที่จะคิดอะไรขึ้นมาเพียงเพื่อให้ผ่านพ้นการเลือกตั้งครั้งนั้นไป แล้วเที่ยวหน้าต่อไปก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะจะไม่มีพรรคอีกแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะเราต้องกลับมาพบประชาชนอีก ไม่ว่าจะอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังอยู่
“ในเรื่องของตัวนโยบายที่ได้ประกาศไป จึงเป็นนโยบายที่ถ้าเราเป็นแกนตั้งรัฐบาล เราสามารถที่จะทำได้จริง และได้นั่งดูตัวเลขทั้งหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่พรรคโน้นพรรคนี้จะไปเกทับอะไรกัน ผมคิดว่ามันก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของพรรคนั้นๆ ว่าสุดท้ายแล้วจะทำได้หรือไม่ และสุดท้ายหลังจากประกาศแล้ว ต่อไปพรรคยังจะอยู่หรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนก็ต้องติดตาม” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
จุรินทร์ ย้ำด้วยว่า หากได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล มีเสียงมากพอ นโยบายก็ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ทำได้ และเรื่องวินัยการเงินการคลังก็จะต้องมาดูว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตนก็ติดตามดูอยู่แล้ว ส่วนนอกจากมีนโยบายทั้งในเรื่องกองทุนชุมชน/หมู่บ้าน 2 ล้าน และนโยบายสำหรับชาวประมงแล้ว จะมีนโยบายเพิ่มเติมอะไรอีกบ้างนั้น จุรินทร์ กล่าวว่า ในเรื่องยุทธศาสตร์ 'สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ' ได้มีการประกาศไปแล้ว 8 นโยบาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการสร้างเงิน ซึ่งเน้น 2 เรื่องคือ สร้างเงินให้ประชาชน และสร้างเงินให้ประเทศ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงการสร้างเงินประเทศ แต่จะพูดถึงเรื่องการใช้เงินมากกว่า แต่พรรคประชาธิปัตย์ เน้นการสร้างเงิน เพราะเราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า 4 ปีที่ผ่านมา เราสร้างเงินให้ประเทศ ไม่ว่าจะด้วยการส่งออก หรือการค้าชายแดน
“ประกันได้ว่า ถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรัฐบาล เราก็พร้อมที่จะหาเงินเข้าประเทศด้วย นอกจากการมาใช้เงินให้คนตัวเล็ก คนตัวกลาง คนตัวใหญ่ต่อไปแล้ว ถัดจากนี้เราจะเน้นเรื่องการสร้างคน ซึ่งนโยบายการสร้างคนก็ได้เตรียมไว้ 4-5 นโยบาย และจะได้ประกาศต่อไป ยกตัวอย่างเช่น นโยบายเรื่องอินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน เพราะเราต้องการมุ่งเน้นการสร้างคนทั้งคนในระบบการศึกษาที่ต้องมีอินเทอร์เน็ตทุกห้องเรียนให้เข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ และเรียนในระบบดิจิทัลได้ รวมทั้งให้คนในหมู่บ้าน ชุมชน ทั้งส่วนตัวและกลุ่มต่างๆ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล และค้าขายออนไลน์ได้ต่อไป เพื่อสร้างเงินให้กับตัวเอง และสร้างคนให้ประเทศผ่านระบบการศึกษาตลอดชีวิตด้วย” จุรินทร์ กล่าว
จุรินทร์ ยังกล่าวถึงแนวทางการลงพื้นที่หาเสียง และเวทีปราศรัยว่า จะมีหลากหลายรูปแบบ และจะมีหลายทีมลงพื้นที่ไป เช่น ทีมหัวหน้าพรรค, ทีม 'ชวน หลีกภัย' ซึ่งจะได้จัดทัพลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งถึงวันเลือกตั้ง ขณะที่พรุ่งนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จะเข้าพบตนในฐานะหัวหน้าพรรค และอาจได้หารือกันถึงสถานการณ์การเมืองของประเทศ และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ จากนั้น จะมีการเปิดปราศรัยในจังหวัดพัทลุง ในวันที่ 4 มี.ค. ทั้งนี้ วันที่ 1 และ 2 มี.ค. จะไปร่วมงานประเพณีปล่อยลูกเต่าที่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นงานใหญ่ โดยวันที่ 2 มี.ค. จะจัดสัมมนาสมาชิกพรรคด้วย และยังมีอีกหลายกิจกรรม ซึ่งจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้กำชับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ วันสุดท้าย ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ โดยพร้อมเพรียง พร้อมมองว่า หากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ ก็อาจกระทบรัฐบาล แต่บังเอิญว่ามาอยู่ช่วงที่รัฐบาลจวนเจียนจะหมดวาระพอดี เลยทำให้คนคำนึงถึงประเด็นนี้น้อยลง และคาดว่การยุบสภาฯ จะอยู่ระหว่างวันที่ 7-15 มี.ค.นี้
โดยในพื้นที่จังหวัดสงขลา นั้นก็มีโอกาสได้ ส.ส. ครบทั้ง 9 เขต พร้อมย้ำเรื่องนโยบายของประชาธิปัตย์ ที่จะประกาศออกไป ต้องทำได้จริงและอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ เพราะประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ที่จะคิดอะไรขึ้นมาเพียงเพื่อให้ผ่านพ้นการเลือกตั้งครั้งนั้นไป แล้วเที่ยวหน้าต่อไปก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะจะไม่มีพรรคอีกแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะเราต้องกลับมาพบประชาชนอีก ไม่ว่าจะอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังอยู่
“ในเรื่องของตัวนโยบายที่ได้ประกาศไป จึงเป็นนโยบายที่ถ้าเราเป็นแกนตั้งรัฐบาล เราสามารถที่จะทำได้จริง และได้นั่งดูตัวเลขทั้งหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่พรรคโน้นพรรคนี้จะไปเกทับอะไรกัน ผมคิดว่ามันก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของพรรคนั้นๆ ว่าสุดท้ายแล้วจะทำได้หรือไม่ และสุดท้ายหลังจากประกาศแล้ว ต่อไปพรรคยังจะอยู่หรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนก็ต้องติดตาม” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
จุรินทร์ ย้ำด้วยว่า หากได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล มีเสียงมากพอ นโยบายก็ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ทำได้ และเรื่องวินัยการเงินการคลังก็จะต้องมาดูว่าเป็นอย่างไร ซึ่งตนก็ติดตามดูอยู่แล้ว ส่วนนอกจากมีนโยบายทั้งในเรื่องกองทุนชุมชน/หมู่บ้าน 2 ล้าน และนโยบายสำหรับชาวประมงแล้ว จะมีนโยบายเพิ่มเติมอะไรอีกบ้างนั้น จุรินทร์ กล่าวว่า ในเรื่องยุทธศาสตร์ 'สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ' ได้มีการประกาศไปแล้ว 8 นโยบาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการสร้างเงิน ซึ่งเน้น 2 เรื่องคือ สร้างเงินให้ประชาชน และสร้างเงินให้ประเทศ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงการสร้างเงินประเทศ แต่จะพูดถึงเรื่องการใช้เงินมากกว่า แต่พรรคประชาธิปัตย์ เน้นการสร้างเงิน เพราะเราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า 4 ปีที่ผ่านมา เราสร้างเงินให้ประเทศ ไม่ว่าจะด้วยการส่งออก หรือการค้าชายแดน
“ประกันได้ว่า ถ้าประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรัฐบาล เราก็พร้อมที่จะหาเงินเข้าประเทศด้วย นอกจากการมาใช้เงินให้คนตัวเล็ก คนตัวกลาง คนตัวใหญ่ต่อไปแล้ว ถัดจากนี้เราจะเน้นเรื่องการสร้างคน ซึ่งนโยบายการสร้างคนก็ได้เตรียมไว้ 4-5 นโยบาย และจะได้ประกาศต่อไป ยกตัวอย่างเช่น นโยบายเรื่องอินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน เพราะเราต้องการมุ่งเน้นการสร้างคนทั้งคนในระบบการศึกษาที่ต้องมีอินเทอร์เน็ตทุกห้องเรียนให้เข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ และเรียนในระบบดิจิทัลได้ รวมทั้งให้คนในหมู่บ้าน ชุมชน ทั้งส่วนตัวและกลุ่มต่างๆ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล และค้าขายออนไลน์ได้ต่อไป เพื่อสร้างเงินให้กับตัวเอง และสร้างคนให้ประเทศผ่านระบบการศึกษาตลอดชีวิตด้วย” จุรินทร์ กล่าว
จุรินทร์ ยังกล่าวถึงแนวทางการลงพื้นที่หาเสียง และเวทีปราศรัยว่า จะมีหลากหลายรูปแบบ และจะมีหลายทีมลงพื้นที่ไป เช่น ทีมหัวหน้าพรรค, ทีม 'ชวน หลีกภัย' ซึ่งจะได้จัดทัพลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งถึงวันเลือกตั้ง ขณะที่พรุ่งนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จะเข้าพบตนในฐานะหัวหน้าพรรค และอาจได้หารือกันถึงสถานการณ์การเมืองของประเทศ และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ จากนั้น จะมีการเปิดปราศรัยในจังหวัดพัทลุง ในวันที่ 4 มี.ค. ทั้งนี้ วันที่ 1 และ 2 มี.ค. จะไปร่วมงานประเพณีปล่อยลูกเต่าที่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นงานใหญ่ โดยวันที่ 2 มี.ค. จะจัดสัมมนาสมาชิกพรรคด้วย และยังมีอีกหลายกิจกรรม ซึ่งจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้กำชับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ วันสุดท้าย ในวันที่ 28 ก.พ.นี้ โดยพร้อมเพรียง พร้อมมองว่า หากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ ก็อาจกระทบรัฐบาล แต่บังเอิญว่ามาอยู่ช่วงที่รัฐบาลจวนเจียนจะหมดวาระพอดี เลยทำให้คนคำนึงถึงประเด็นนี้น้อยลง และคาดว่การยุบสภาฯ จะอยู่ระหว่างวันที่ 7-15 มี.ค.นี้



