จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันไม่กังวล กรณีพรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมไทยสร้างชาติ มีการ 'ดูด' ส.ส.ส่วนหนึ่งเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะได้เตรียมคนไว้ทดแทนอยู่แล้ว อีกทั้งไม่ได้มีผลกระทบต่อเป้าหมายใหญ่ที่กำหนดไว้แต่เดิม เพราะมีเป้าหมายชัดเจนว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ
จุรินทร์ ยืนยันด้วยว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงจุดยื่นหลังเลือกตั้ง และเคยตอบไปแล้วว่า ต้องนับหนึ่งที่ประชาชน
"เราไปนับหนึ่งก่อนไม่ได้ เพราะระบบนี้ประชาชนจะต้องให้คำตอบเป็นคนแรก ว่าเขาให้เสียงพรรคการเมืองแต่ละพรรคจำนวนเท่าไหร่ นั่นคือเจตนารมณ์ที่ประชาชนอยากเห็นว่าเขาสนับสนุนพรรคการเมืองไหนมากน้อยแค่ไหนเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลต่อไป เราจึงไปตอบก่อนชาวบ้านไม่ได้ เท่ากับว่าเราไม่เคารพเสียงประชาชน และมันก็ไม่เป็นตามนั้นด้วย เพราะทั้งหมดประชาชนต้องเป็นคนให้คำตอบก่อน ส่วนโอกาสพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะได้เป็นรัฐบาลหรือทำงานร่วมกันอีก มีมากน้อยแค่ไหนนั้น ตนวินิจฉัยไม่ถูก ต้องรอผลการเลือกตั้ง" จุรินทร์ กล่าว
จุรินทร์ ยืนยันอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีปัญหา แม้ก่อนหน้านี้มีการปล่อยข่าวต้องการโค่นล้มหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
"ทุกคนก็ออกมาปฏิเสธชัดเจนแล้ว ตั้งแต่เลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และทุกภาคส่วน ไม่มีปัญหาอะไร เราพร้อมที่จะจับมือกันอย่างเป็นเอกภาพในการเดินหน้าขับเคลื่อนพรรคต่อไป และเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วว่า ภาคไหนเรามีเป้าหมายในพื้นที่ไหนจะได้ ส.ส.รวมกันเท่าไหร่" จุรินทร์ กล่าว
พร้อมระบุด้วยว่า หลังปีใหม่พรรคประชาธิปัตย์จะสามารถเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 400 เขต เพราะตั้งเป้าหมายที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 400 เขต อยู่แล้ว และในสัปดาห์หน้า จะไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่ภาคอีสานบางจังหวัด จากนั้น เป็นภาคเหนือ โดยในส่วนภาคอีสานที่ ส.ส.ของพรรคย้ายออกไป ก็มีตัวผู้สมัครแล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะทราบมานานแล้ว การย้ายพรรคจึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ มี ส.ส.ที่ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ มาเล่าให้ฟังว่ามีความพยายามมาทาบทาม แต่คนส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดยังยืนยัดและมั่นคงอยู่กับพรรค จึงมั่นใจว่าเป้าหมายเราไม่ถูกกระทบอะไร
จุรินทร์ เผยด้วยว่า จะมี ส.ส.หรือ อดีต ส.ส.จากพรรคอื่น มาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อถึงเวลาจะเรียนให้ทราบ ขณะเดียวกัน ก็มั่นใจว่า ในการเลือกตั้งเที่ยวหน้าจะสามารถปักธงในกรุงเทพฯได้ แม้การเลือกตั้งคราวที่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้ ส.ส.แม้แต่คนเดียว แต่ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.พิสูจน์ว่าประชาชนให้การตอบรับพรรคประชาธิปัตย์ มากขึ้นกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
“พรรคประชาธิปัตย์ ในกรุงเทพฯ ดีขึ้นกว่าคราวที่แล้วแน่นอน แต่จะได้เท่าไหร่ อย่างไร ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้มัคร ที่เราพยายามคัดเลือกคนที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุด เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้ชาวกรุงเทพฯต่อไป แต่มีบางเขตที่ยังไม่กำหนดตัวผู้สมัครเพราะจะมีเขตเพิ่มขึ้นมา 3 เขต จึงยังไม่ชัดเจนว่าจะมีเขตไหนบ้าง ซึ่งทำให้กระทบกับบางเขตที่เราไม่สามารถเปิดตัวได้ แต่ส่วนใหญ่กำหนดตัวผู้สมัครชัดเจนหมดแล้ว โดยมีทั้งอดีต ส.ส. คนรุ่นใหม่ และผู้สมัครหน้าใหม่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญกับคนทุกรุ่น คนรุ่นใหม่ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เราให้ความสำคัญ เที่ยวนี้ก็มีคนหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่เข้าพรรคเยอะเลย จะได้ทยอยเปิดตัวต่อไป” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
จุรินทร์ ยืนยันด้วยว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงจุดยื่นหลังเลือกตั้ง และเคยตอบไปแล้วว่า ต้องนับหนึ่งที่ประชาชน
"เราไปนับหนึ่งก่อนไม่ได้ เพราะระบบนี้ประชาชนจะต้องให้คำตอบเป็นคนแรก ว่าเขาให้เสียงพรรคการเมืองแต่ละพรรคจำนวนเท่าไหร่ นั่นคือเจตนารมณ์ที่ประชาชนอยากเห็นว่าเขาสนับสนุนพรรคการเมืองไหนมากน้อยแค่ไหนเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลต่อไป เราจึงไปตอบก่อนชาวบ้านไม่ได้ เท่ากับว่าเราไม่เคารพเสียงประชาชน และมันก็ไม่เป็นตามนั้นด้วย เพราะทั้งหมดประชาชนต้องเป็นคนให้คำตอบก่อน ส่วนโอกาสพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะได้เป็นรัฐบาลหรือทำงานร่วมกันอีก มีมากน้อยแค่ไหนนั้น ตนวินิจฉัยไม่ถูก ต้องรอผลการเลือกตั้ง" จุรินทร์ กล่าว
จุรินทร์ ยืนยันอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีปัญหา แม้ก่อนหน้านี้มีการปล่อยข่าวต้องการโค่นล้มหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
"ทุกคนก็ออกมาปฏิเสธชัดเจนแล้ว ตั้งแต่เลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และทุกภาคส่วน ไม่มีปัญหาอะไร เราพร้อมที่จะจับมือกันอย่างเป็นเอกภาพในการเดินหน้าขับเคลื่อนพรรคต่อไป และเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วว่า ภาคไหนเรามีเป้าหมายในพื้นที่ไหนจะได้ ส.ส.รวมกันเท่าไหร่" จุรินทร์ กล่าว
พร้อมระบุด้วยว่า หลังปีใหม่พรรคประชาธิปัตย์จะสามารถเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 400 เขต เพราะตั้งเป้าหมายที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 400 เขต อยู่แล้ว และในสัปดาห์หน้า จะไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่ภาคอีสานบางจังหวัด จากนั้น เป็นภาคเหนือ โดยในส่วนภาคอีสานที่ ส.ส.ของพรรคย้ายออกไป ก็มีตัวผู้สมัครแล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะทราบมานานแล้ว การย้ายพรรคจึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ มี ส.ส.ที่ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ มาเล่าให้ฟังว่ามีความพยายามมาทาบทาม แต่คนส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดยังยืนยัดและมั่นคงอยู่กับพรรค จึงมั่นใจว่าเป้าหมายเราไม่ถูกกระทบอะไร
จุรินทร์ เผยด้วยว่า จะมี ส.ส.หรือ อดีต ส.ส.จากพรรคอื่น มาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเช่นกัน โดยเมื่อถึงเวลาจะเรียนให้ทราบ ขณะเดียวกัน ก็มั่นใจว่า ในการเลือกตั้งเที่ยวหน้าจะสามารถปักธงในกรุงเทพฯได้ แม้การเลือกตั้งคราวที่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ได้ ส.ส.แม้แต่คนเดียว แต่ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.พิสูจน์ว่าประชาชนให้การตอบรับพรรคประชาธิปัตย์ มากขึ้นกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา
“พรรคประชาธิปัตย์ ในกรุงเทพฯ ดีขึ้นกว่าคราวที่แล้วแน่นอน แต่จะได้เท่าไหร่ อย่างไร ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้มัคร ที่เราพยายามคัดเลือกคนที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุด เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้ชาวกรุงเทพฯต่อไป แต่มีบางเขตที่ยังไม่กำหนดตัวผู้สมัครเพราะจะมีเขตเพิ่มขึ้นมา 3 เขต จึงยังไม่ชัดเจนว่าจะมีเขตไหนบ้าง ซึ่งทำให้กระทบกับบางเขตที่เราไม่สามารถเปิดตัวได้ แต่ส่วนใหญ่กำหนดตัวผู้สมัครชัดเจนหมดแล้ว โดยมีทั้งอดีต ส.ส. คนรุ่นใหม่ และผู้สมัครหน้าใหม่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญกับคนทุกรุ่น คนรุ่นใหม่ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เราให้ความสำคัญ เที่ยวนี้ก็มีคนหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่เข้าพรรคเยอะเลย จะได้ทยอยเปิดตัวต่อไป” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว




