จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย บัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค องอาจ คล้ามไพบูลย์ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรค และประชาชน ร่วมพิธีเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขตพระโขนง – บางนา ซึ่งมีการจัดพิธีทางศาสนาพราหมณ์ เพื่อบวงสรวงพระแม่ธรณี พร้อมกับมีการประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ เจริญพระพุทธมนต์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
จุรินทร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากการเลือกตั้งทุกสมัย พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยถูกพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ทอดทิ้ง แม้การเลือกตั้งคราวที่แล้ว ประชาธิปัตย์ไม่ได้ผู้แทนฯ แต่ไม่ได้แปลว่าชาวกรุงเทพฯ ทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ เพราะอย่างน้อยคนที่มาลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ทั้งหมดมีจำนวน 478,000 คะแนน หรือประมาณครึ่งล้าน ที่ยังเลือกพรรคประชาธิปัตย์ แม้การนับรายเขตเราจะไม่ได้ผู้แทน แต่เสียงที่หนุนเนื่องจากชาวกรุงเทพฯ ที่มีต่อประชาธิปัตย์ยังคงอยู่เสมอมา
“เที่ยวนี้ ผมมั่นใจว่าเสียงตอบรับจากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ต่อประชาธิปัตย์ ดีขึ้นเป็นลำดับ อย่างน้อยที่สุดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่เพิ่งผ่านไป แม้ประชาธิปัตย์จะไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ แต่ก็มาเป็นลำดับที่ 2 นอกจากนั้นในการเลือกตั้ง ส.ก. ประชาธิปัตย์ได้ ส.ก. ถึง 9 ที่นั่ง และมาที่ 2 อีก 7 ที่นั่ง แม้จะไม่ได้เป็น ส.ก. ก็ตาม นี่คือสิ่งที่ผมกล้าพูดว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ นอกจากยังไม่ทิ้งประชาธิปัตย์ และไม่เคยทิ้งประชาธิปัตย์แล้ว สัญญาณการเลือกตั้งเที่ยวหน้า พวกเรามั่นใจว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ จะต้อนรับประชาธิปัตย์อบอุ่นขึ้น” หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวอีกว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง ทั้งตัวบุคคล ผู้สมัคร นโยบาย และระบบการบริหารจัดการ ซึ่งประชาธิปัตย์ได้ประกาศกรอบยุทธศาสตร์สำคัญ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” เพื่อเดินหน้าพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่เข้มแข็งต่อไป ซึ่งได้ประกาศไปแล้ว 8 นโยบาย และมีที่เกี่ยวพันกับชาวกรุงเทพฯ อาทิ นโยบายประกันรายได้สำหรับเขตกรุงเทพฯ ชั้นนอก นโยบายสร้างธนาคารชุมชน นโยบายนมโรงเรียนฟรี 365 วัน นโยบายอินเทอร์เน็ตฟรี 1 แสนจุด
ส่วนเรื่องตัวบุคคล ประชาธิปัตย์เตรียมพร้อมแล้ว โดยในการเลือกตั้งครั้งหน้า กรุงเทพมหานครได้เพิ่มจำนวนเขตจาก 30 เป็น 33 เขต และจะเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 33 คน ในวันที่ 3 มีนาคม นี้ สำหรับเขตบางนา - พระโขนง ประชาธิปัตย์ ส่ง สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรมาแล้ว 2 สมัย และยังเป็นเหรัญญิก และกรรมการบริหารของพรรคด้วย
นอกจากนี้ ประชาธิปัตย์ยังเป็นพรรคแรกในกรุงเทพฯ ที่เปิดศูนย์เลือกตั้ง ซึ่งเปิดไปแล้วที่เขตหลักสี่ และเขตบางซื่อ สำหรับที่เขตพระโขนง - บางนา นอกจากเป็นศูนย์เลือกตั้งแล้ว ก็จะเป็นศูนย์รับเรื่องราวทั้งความทุกข์ และความสุข รวมทั้งจะเป็นศูนย์ที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาให้กับพี่น้องชาวพระโขนง – บางนาอีกด้วย
จุรินทร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากการเลือกตั้งทุกสมัย พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยถูกพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ทอดทิ้ง แม้การเลือกตั้งคราวที่แล้ว ประชาธิปัตย์ไม่ได้ผู้แทนฯ แต่ไม่ได้แปลว่าชาวกรุงเทพฯ ทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ เพราะอย่างน้อยคนที่มาลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ทั้งหมดมีจำนวน 478,000 คะแนน หรือประมาณครึ่งล้าน ที่ยังเลือกพรรคประชาธิปัตย์ แม้การนับรายเขตเราจะไม่ได้ผู้แทน แต่เสียงที่หนุนเนื่องจากชาวกรุงเทพฯ ที่มีต่อประชาธิปัตย์ยังคงอยู่เสมอมา
“เที่ยวนี้ ผมมั่นใจว่าเสียงตอบรับจากพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ต่อประชาธิปัตย์ ดีขึ้นเป็นลำดับ อย่างน้อยที่สุดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่เพิ่งผ่านไป แม้ประชาธิปัตย์จะไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ แต่ก็มาเป็นลำดับที่ 2 นอกจากนั้นในการเลือกตั้ง ส.ก. ประชาธิปัตย์ได้ ส.ก. ถึง 9 ที่นั่ง และมาที่ 2 อีก 7 ที่นั่ง แม้จะไม่ได้เป็น ส.ก. ก็ตาม นี่คือสิ่งที่ผมกล้าพูดว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ นอกจากยังไม่ทิ้งประชาธิปัตย์ และไม่เคยทิ้งประชาธิปัตย์แล้ว สัญญาณการเลือกตั้งเที่ยวหน้า พวกเรามั่นใจว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ จะต้อนรับประชาธิปัตย์อบอุ่นขึ้น” หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวอีกว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง ทั้งตัวบุคคล ผู้สมัคร นโยบาย และระบบการบริหารจัดการ ซึ่งประชาธิปัตย์ได้ประกาศกรอบยุทธศาสตร์สำคัญ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” เพื่อเดินหน้าพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่เข้มแข็งต่อไป ซึ่งได้ประกาศไปแล้ว 8 นโยบาย และมีที่เกี่ยวพันกับชาวกรุงเทพฯ อาทิ นโยบายประกันรายได้สำหรับเขตกรุงเทพฯ ชั้นนอก นโยบายสร้างธนาคารชุมชน นโยบายนมโรงเรียนฟรี 365 วัน นโยบายอินเทอร์เน็ตฟรี 1 แสนจุด
ส่วนเรื่องตัวบุคคล ประชาธิปัตย์เตรียมพร้อมแล้ว โดยในการเลือกตั้งครั้งหน้า กรุงเทพมหานครได้เพิ่มจำนวนเขตจาก 30 เป็น 33 เขต และจะเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 33 คน ในวันที่ 3 มีนาคม นี้ สำหรับเขตบางนา - พระโขนง ประชาธิปัตย์ ส่ง สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรมาแล้ว 2 สมัย และยังเป็นเหรัญญิก และกรรมการบริหารของพรรคด้วย
นอกจากนี้ ประชาธิปัตย์ยังเป็นพรรคแรกในกรุงเทพฯ ที่เปิดศูนย์เลือกตั้ง ซึ่งเปิดไปแล้วที่เขตหลักสี่ และเขตบางซื่อ สำหรับที่เขตพระโขนง - บางนา นอกจากเป็นศูนย์เลือกตั้งแล้ว ก็จะเป็นศูนย์รับเรื่องราวทั้งความทุกข์ และความสุข รวมทั้งจะเป็นศูนย์ที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาให้กับพี่น้องชาวพระโขนง – บางนาอีกด้วย









