จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศว่า 25 เขต มีปัญหาเรื่องการถูกร้องเรียน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล ว่า เรื่องนี้ต้องรอข้อเท็จจริงว่าในจำนวน 20 กว่าเขต ตามที่ประธาน กกต. ระบุนั้นเป็นเขตใดบ้าง และจะส่งผลถึงขั้นที่จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ และทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งที่จะตามมาด้วยว่า จะมีผลกระทบกับตัวเลข ส.ส. ของพรรคการเมืองไหน แค่ไหน
ซึ่งก็จะเป็นข้อเท็จจริงที่จะตามมา แล้วก็ต้องดูต่อไปอีกว่าจะมีผลกระทบเพิ่มเติมไปถึงลำดับที่จำนวน ส.ส. ของพรรคการเมืองที่มาเรียงลำดับกันทั้งประเทศหรือไม่ ว่าพรรคไหนอยู่ลำดับที่ 1 2 3 4 5 6 เป็นต้น ต้องดูไปตามข้อเท็จจริงทั้งหมด ดูผลการตรวจสอบของ กกต. และผลประกาศของ กกต. ว่าจะมีการประกาศการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ถ้ามีจะเป็นเขตไหน แล้วพรรคไหนชนะ หรือผู้สมัครคนใดชนะ สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ต้องติดตามไปตามข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถามว่าจะมีผลต่อการตั้งรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ จุรินทร์ กล่าวว่า หากตัวเลขอยู่ที่ 20 กว่าเขต และแม้จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด ถ้าพรรคที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคขณะนี้ยังแน่นเหนียว ก็ยังไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรจนกลายเป็นการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้
“ถ้า 8 พรรคยังแน่นเหนียว เสียงข้างมากก็ยังน่าจะคงอยู่ที่ 8 พรรค เพราะแม้จะลบ 20 ลบ 25 ไป สมมติว่าเลวร้ายที่สุดสำหรับขั้ว 8 พรรคนี้ ก็จะยังคงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนอยู่ แต่อันนี้ก็จะต้องอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่จะต้องติดตามต่อไป” จุรินทร์ กล่าว
เมื่อถามว่ามองอย่างไรการที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขนของกลับบ้านไป จุรินทร์ กล่าวว่า นายกฯ ท่านยังคงต้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลต่อ ยังกลับบ้านไม่ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ ท่านจะต้องทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีไปจนกระทั่งรัฐบาลชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ
เช่นเดียวกับรัฐมนตรีทุกคน ทุกกระทรวง ก็ยังจะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้าถวายสัตย์จึงถือว่าพ้นจากภารกิจ เพราะฉะนั้นก็ยังจะต้องอยู่กระทรวง ยังต้องอยู่ทำเนียบฯ ยังต้องทำงานอยู่ต่อไป ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้
“เพราะกฎเกณฑ์กติกาเป็นอย่างนั้น แล้วทุกคนก็ต้องเคารพกติกา ต้องเคารพความเป็นจริง ต้องเคารพรัฐธรรมนูญ แล้วก็สำคัญ รัฐบาลชุดใหม่ก็ยังไม่เกิดด้วย ยังไม่ได้มีการจัดตั้งถึงขั้นโปรดเกล้าฯ แล้วก็เข้าถวายสัตย์” จุรินทร์ กล่าว
ซึ่งก็จะเป็นข้อเท็จจริงที่จะตามมา แล้วก็ต้องดูต่อไปอีกว่าจะมีผลกระทบเพิ่มเติมไปถึงลำดับที่จำนวน ส.ส. ของพรรคการเมืองที่มาเรียงลำดับกันทั้งประเทศหรือไม่ ว่าพรรคไหนอยู่ลำดับที่ 1 2 3 4 5 6 เป็นต้น ต้องดูไปตามข้อเท็จจริงทั้งหมด ดูผลการตรวจสอบของ กกต. และผลประกาศของ กกต. ว่าจะมีการประกาศการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ถ้ามีจะเป็นเขตไหน แล้วพรรคไหนชนะ หรือผู้สมัครคนใดชนะ สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ต้องติดตามไปตามข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถามว่าจะมีผลต่อการตั้งรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ จุรินทร์ กล่าวว่า หากตัวเลขอยู่ที่ 20 กว่าเขต และแม้จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด ถ้าพรรคที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคขณะนี้ยังแน่นเหนียว ก็ยังไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรจนกลายเป็นการเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้
“ถ้า 8 พรรคยังแน่นเหนียว เสียงข้างมากก็ยังน่าจะคงอยู่ที่ 8 พรรค เพราะแม้จะลบ 20 ลบ 25 ไป สมมติว่าเลวร้ายที่สุดสำหรับขั้ว 8 พรรคนี้ ก็จะยังคงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนอยู่ แต่อันนี้ก็จะต้องอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่จะต้องติดตามต่อไป” จุรินทร์ กล่าว
เมื่อถามว่ามองอย่างไรการที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขนของกลับบ้านไป จุรินทร์ กล่าวว่า นายกฯ ท่านยังคงต้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลต่อ ยังกลับบ้านไม่ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ ท่านจะต้องทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีไปจนกระทั่งรัฐบาลชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ
เช่นเดียวกับรัฐมนตรีทุกคน ทุกกระทรวง ก็ยังจะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้าถวายสัตย์จึงถือว่าพ้นจากภารกิจ เพราะฉะนั้นก็ยังจะต้องอยู่กระทรวง ยังต้องอยู่ทำเนียบฯ ยังต้องทำงานอยู่ต่อไป ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้
“เพราะกฎเกณฑ์กติกาเป็นอย่างนั้น แล้วทุกคนก็ต้องเคารพกติกา ต้องเคารพความเป็นจริง ต้องเคารพรัฐธรรมนูญ แล้วก็สำคัญ รัฐบาลชุดใหม่ก็ยังไม่เกิดด้วย ยังไม่ได้มีการจัดตั้งถึงขั้นโปรดเกล้าฯ แล้วก็เข้าถวายสัตย์” จุรินทร์ กล่าว




